KONG's profilewww.jirasak.com PhotosBlogListsMore Tools Help

KONG Jirasak

Occupation
Location
No list items have been added yet.
ฝากข้อความและส่งข่าวคราวได้ที่นี่เลยนะจ๊ะ
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
หวัดดีค่ะ
เข้ามาเจอเว็บคุณจิรศักดิ์โดยบังเอิญ เข้ามาอ่านแล้วสนุกดีค่ะ วันหลังมีเวลาจะแวะมาอ่านค่ะ
apple
Jan. 18
No namewrote:
 
형님~ 제 미니홈피 놀러 오세요^^ 
Nov. 14
No namewrote:
공 형님~
다음에 우리 족발 먹어요~^^
Nov. 14
Nonniiwrote:
แป้นพิมพ์มันเล็ก  เลยพิมพ์ผิดซะงั้น   วางแผนนะคะ ไม่ใช่วางแฟน 555
 
อ่อ ลืมถามไปว่า รถไฟจากปูซานไปเคียงจู ต้องขึ้นตรงสถานีแฮอึนแดใช่ไหมค่ะ  แล้วไปจอดที่สถานีเคียงจูเลยใช่ไหมค่ะ 
 
แล้วจากปูซานมีนั่งเรือไปเที่ยวใกล้ๆ ที่ไหนบ้างค่ะ
 
ขอบคุณค่ะ
Sept. 21
Nonniiwrote:
เสริซ์มาเจอบล๊อคคุณจีรศักดิ์โดยบังเอิญ
 
อ่านเรื่องราวชีวิตในปูซานแล้วสนุก ฮาดี  ว่างๆ จะมาอ่านอีกค่ะ
 
 
ว่าแต่ไปทานบุฟเฟต์ซีฟู้ดร้าน  D'MARIS  หรือยังค่ะ  พอดีวางแฟนไปพย นี้
 
 
Airplane Auto Mobile Phone Island with a palm tree Umbrella
 
Sept. 21

www.jirasak.com

The "Factory Outlet" of My "THOUGHT"....
6/17/2009

อาหารไทย และดนตรีเกาหลี (ขอตั้งชื่อห้วนๆแบบนี้แหละ)


มีน้องคนไทยบอกข่าวดีว่า ใกล้มหาลัยมีร้านอาหารไทยเปิดใหม่ เป็นร้านธรรมดาไม่หรู
เหมือนร้านอาหารตามสั่งที่เมืองไทย ได้ยินแล้วดีใจมั่กๆเพราะปกติร้านอาหารไทยในเกาหลี
จะเป็นร้านหรูฟู่ฟ่า ราคาชวนสลบ แถมรสชาติยังเป็นแบบเกาหลีนิยมอีก
แถมอาหารหลายจานกินแล้วยังไม่ค่อยแน่ใจว่าที่อยู่ในปากมันเป็นอาหารไทยหรือเกาหลี
ทั้งแพงทั้งเซ็งเป็ด

xxxDSC01218

และเทพเจ้าก็เสกร้านนี้มาให้จีรศักดิ์ เพิ่งเปิดมาได้เดือนเดียว เจ้าของร้านก็คนไทย
เครื่องปรุงอะไรก็มาจากไทยหมด ทุกอย่างจานละจานละห้าพันวอน หรือประมาณ
ร้อยกว่าบาท ราคาใช้ได้แฮะ ราคาเท่ากับกิน McDonald’s ที่นี่เลย

xxxDSC01216

ถ่ายรูปกับข้าวผัดกะเพราทะเลใส่ไข่ดาว ที่อดอยากปากแห้งมานาน แถมยังต้องทน
กับอาหารเน่าๆใต้หอทุกวัน เห็นอาหารในหอแล้วแทบอยากจะอิ่มทิพย์เลย
(เอ เด็กสมัยนี้จะรู้จักคำว่าอิ่มพิพย์ไหมอ่ะ) ในรูปจะเห็นว่าจีรศักดิ์หน้าเล็กลงไปบ้างแล้ว
เพราะลดได้สองกิโลกว่าภายในอาทิตย์เดียว ฮ่าๆๆ เป้าหมายลดได้สิบกิโลอยู่อีกไม่ไกล   

xxxDSC01221

วันนี้ได้ไปดูการแสดงคนตรีและศิลปะการฟ้อนรำของเกาหลีฟรีอีกแล้ว ต้องแถกแถไปถึง
ศูนย์วัฒนธรรมปูซาน (ไปเป็นครั้งที่สามแล้ว) แต่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็น
ดนตรีราชสำนักเกาหลีเต็มๆ  ก่อนไปแอบดูถูกว่ามันคงจะโผ่งผ่างโช๊งเช๊ง
หรือไม่ก็เป็นโทนหอนๆ อี๋แอ๋ แสบแก้วหู แบบคนตรีราชสำนักญี่ปุ่นสัมยเฮอันที่เรียกว่า Gagaku เพราะเห็นเครื่องดนตรีและการจัดวางคล้ายๆกัน แต่พอได้เห็นได้ฟังจริงๆแล้ว
จุ๊กกรู๊….. มันเป็นคนตรีที่ขลัง อลังการ แต่ฟังแล้วสงบอย่างประหลาด เนิบๆช้า
หอนแบบมีสไตล์เป็นทำนองงดงาม เดี๋ยวไปหาซื้อซีดีมาฟังดีกว่า ชอบมั่กๆ 

xxxDSC01242

คนตรีมีหลายชุด การฟ้อนรำก็มีทั้งแบบโบราณ (ซึ่งดูแล้วแทบหลับไม่แพ้ของไทย)
กับแบบประยุกต์ (ซึ่งจีรศักดิ์ชอบมากกว่า) ของบางอย่าง การแสดงบางชุดทั้งของไทย
และเกาหลี ถ้าไม่ดัดแปลงหรือตัดทอนบ้าง ให้สมกับสังคมไฮเปอร์ รับรองว่ามันจะตาย
หายและสูญพันธุ์ไปในที่สุด ในรูปเป็นแบบประยุกต์ ที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมชาวต่างชาติ
ได้มากมาย (แน่ล่ะสิ นี่มันรอบนักเรียนต่างชาติ)

 xxxDSC01254

การแสดงกลองของสาวเกาหลี (และป้าๆแอบสาว) ก็ดูมีสีสัน สนุกสนาน เร้าใจมั่กๆ
ตั้งใจเอารูปเบลอๆให้ดูหรอกนะ เพราะจะได้เห็นเหมือนกำลังเคลื่อนไหวจริงๆ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วการแสดงทุกชุดก็จบ วันนี้รู้สึกอิ่มทางจิตใจจริงๆแม้ท้องจะหิว
เพราะกินน้อยกว่าปกติมาหลายวันแล้ว ทุกคนเอาใจช่วยจีรศักดิ์ด้วยยยยย

 

6/12/2009

แย่แร๊วว… อ้วนสุดในรอบสามสี่ปี…….


ฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา จีรศักดิ์เจริญอาหารมากไปหน่อย ห้องยิมก็ไม่ค่อยไป
ผลก็คือฉุขึ้นมา5 กิโล กรี๊ด…. ฝันร้ายกลางฤดูร้อน มาดูกันว่าหน้าตาจีรศักดิ์
จะบานไปได้ขนาดไหน จะเท่าจานดาวเทียมสามารถหรือไม่..
ว่าแต่จะให้ดูรูปหน้าอย่างเดียวก็กะไรอยู่ พาเที่ยวด้วยดีกว่า เผอิญไปเที่ยว
เมืองแทกูมา (Taegu) ไปกันทั้งชั้นเรียนภาษาเกาหลี ไปเช้าเย็นกลับ
จริงๆแล้วเป็นทริปที่ห่วยแตกมาก ไปวนรอบๆเมืองแทกู แต่ไม่ได้เข้าตัวเมืองเลย
แง๊ ไม่ย๊อม เอาตังค์เค้าคืนมา…..

XXX_DSC01181

GPS บวกกับ Google Map ในมือถือทำหน้าที่ของมันได้ดีมาก แผนที่ละเอียดทุกซอกซอย
แต่ในรูปซูมออกมาให้เห็นเมืองปูซาน จุดแดงข้างล่าง กับเมืองแทกู จุดแดงข้างบน
ส่วนลูกศรสีฟ้าเป็นตำแหน่งรถจ๊ะ ส่วนดาวไม่ต้องสนเพราะเป็นจุดกำกับตำแหน่ง
สถานที่ลับเฉพาะของจีรศักดิ์ ฮ่าๆ….แผนที่โหลดไวมาก เพราะเกาหลีไปถึง 3.5G แล้ว
ไม่เชื่อดูด้านบนของรูปสิ อิ อิ

XXX_IMG_21062 

มาแล้ว รูปสยองขวัญประจำปี ถ่ายกับอาจารย์ชาวเกาหลีที่ไปด้วย อาจารย์คนนี้ฮาจริงๆ
ในชั้นเรียนแกสามารถแปลงร่างเป็นอะไรก็ได้ ตั้งแต่ งู หมา แมว กระต่าย
หรือหัวไชเท้าที่ถูกขุดขึ้นมาจากดิน…

XXX_IMG_2072

โฉมหน้าเพื่อนร่วมชั้น มีจีรศักดิ์เป็นคนเดียวที่ไม่ใช่คนจีน คำว่าจีนครองโลกไม่ใช่เรื่อง
ของอนาคต แต่เป็น ณ บัดนี้ต่างหากล่ะท่านๆ พนันได้เลยว่า อีกสิบปี
ป้ายจราจรของไทยต้องมีภาษาจีนกำกับด้วย.. ในรูปจีรศักดิ์บวมสุด

XXX_IMG_2091

อุตส่าห์มาถึงเมืองใหญ่อันดับสามของเกาหลี แต่ดันพามาสวนป่า จีรศักดิ์แทบลงไปดิ้นตาย
(มหาลัยเป็นคนกำหนดสถานที่ไป) แต่คิดในอีกแง่ก็โอเคแหละ จีรศักดิ์รักต้นไม้ ดอกไม้
ชอบเสียงเพลง รักสุนัข (เหมือนเขียนไปลงคอลัมน์หาคู่แฮะ)

xxx_IMG_2084

หน้าบานพอๆกับดอกไม้เลย พระเจ้าช่วย..

XXX_IMG_2148

ถัดจากสวนป่า ก็ไปสวนป่าอีก แต่คราวนี้เป็นของเอกชน โอย อยากตาย รู้งี๊ไม่มาดีกว่า
จริงๆทั้งสองที่มันก็มีอะไรให้ดูเยอะอยู่หรอก แต่จีรศักดิ์อยากไปดูความสิวิไลซ์ด้วยอ่ะ
จริงๆที่เอารูปตัวเองมาประจาน เพราะจะลงไว้เป็นหลักฐานว่า จากนี้จีรศักดิ์จะตั้งใจ
ลดน้ำหนักอย่างเต็มที่ ให้กลับไปผอมเหมือนเดิม (ตอนนี้ห้าวันผ่านไป ลดได้กิโลนึงแล้ว)
ไปห้องยิมใต้หอพักทุกวัน มันช่างทรมานจริงๆ ขี้เกียจยังไงก็ต้องไป
ทุกคนเอาใจช่วยจีรศักดิ์ด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

6/6/2009

“ประกวดสุนทรพจน์”.. โอ้พระเจ้า….


ฤดูร้อนมาแล้วอย่างสมบูรณ์ ไปไหนก็เดินเหงื่อตก ไม่ชอบเลยจริงๆ

XXX_DSC01113KoreanGirl

สัญญาณบ่งบอกการมาถึงของหน้าร้อนคือ บรรดาแด๊นเซ่อร์หน้าห้าง Homeplus
ที่จะออกมาเต้นยั่วน้ำลายเสือป่ากระทิงเปลี่ยวทุกวันอาทิตย์ แต่ยิ่งร้อน เสื้อผ้าก็ยิ่งน้อยชิ้น…
คนเกาหลีเต้นเก่งจริงๆ ให้ตายสิ

 
แม้กระนั้น ก็ยังเหลือเวลาอีกเกือบสองเดือน กว่าจะปิดเทอมหน้าร้อน
เทอมนี้ ในคลาสภาษาเกาหลีที่จีรศักดิ์เรียน อาจารย์ในคลาสพยายามคะยั้นคะยอจีรศักดิ์
ให้เข้าประกวดสุนทรพจน์ภาษาเกาหลีของมหาลัย จีรศักดิ์พยายามปฏิเสธแต่ไร้ผล
อาจารย์บอกว่าเรียงความของจีรศักดิ์ตลกดี สำเนียงพูดในคลาสก็ใช้ได้
(แต่เวลาพูดจริงๆในชีวิตประจำวันกลับพูดไม่เป็นภาษาเลย) จีรศักดิ์เกรงใจอาจารย์
ก็เลยยอม ทั้งๆที่ตัวเองเกลียดการโชว์ร่างอวบอั๋นบนเวทีอย่างแรง
แล้วนี่จะเอาอะไรนักหนากับคนที่เพิ่งเรียนภาษาเกาหลีมาได้ปีเศษล่ะนี่

 xxxIMG_2057

จีรศักดิ์ขึ้นไปพูดเรื่อง “การแสดงอารมณ์(ร้ายและร้อน)ของคนเกาหลี” เนื้อหาประมาณ
แอบกัดถีบคนเกาหลีนั่นแหละ แต่อาจารย์แอบนั่งฮากันขณะจีรศักดิ์พูดบ่อยๆ
ในที่สุดจีรศักดิ์ก็คว้ารางวัลที่สองมาได้ (ที่หนึ่งก็คือคนไทยรุ่นน้องจีรศักดิ์นั่นเอง กรี๊ดดด)
เงินรางวัลพันกว่าบาท กินข้าวสามสี่มื้อก็หมดแล้ว แต่ที่ได้มากกว่าคืออะไรน่ะหรือ
บรรดาอาจารย์ต่างชื่นชมว่าจีรศักดิ์พูดเก่งและชัดเจนมาก (เก่งเฉพาะในบทที่ท่องไปนั่นแหละ)
อาจารย์ที่สอนยังต๊กกะใจ เพราะตอนซ้อมพูดให้อาจารย์ดูยังตะกุกตะกัก (ก็แน่ล่ะสิ
ก่อนวันประกวด ท่องเป็นรอบที่กี่ร้อยแล้วก็ไม่รู้ ประกวดจบ บทที่ท่องยังหลอนในหัว
ไปอีกหลายวัน คุ้มไหมเนี่ยะ)

ที่แย่ที่สุดคือ นักเรียนต่างชาติหลายร้อยคนตอนนี้จำหน้าอ้วนๆของจีรศักดิ์ได้หมด
จริงๆแล้วความสุขของคนเราคือ being anonymous อยู่แบบไม่ต้องมีใครรู้จักมาก
แต่ตอนนี้ไปกินข้าวที่ไหน พวกนักศึกษาชาวจีนมองหน้าจีรศักดิ์ แล้วหันไปซุบซิบกัน
จับได้แต่คำว่า “ไท่กั๋วเหริน” (คนไทย..) บลา บลา บลา….
เอาอีกแล้ว มันนินทากรูกันอีกแล้ว เซ็งเป็ดจริงๆ….. 

XXX_DSC01111_Starbucks

พักเรื่องเซ็งๆ มาเรื่องสบายๆดีกว่า ตอนนี้จีรศักดิ์ไปสตาร์บัคส์บ่อยขึ้น
เพราะค่าโทรมือถือของ Show ที่จีรศักดิ์เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ สามารถเอาแต้มจากการโทร
มาอัพเกรดขนาดของถ้วยกาแฟได้ ลั้นลา คุ้มจริงๆเลย ซื้อจ่ายแบบแก้วใหญ่
แต่ได้ไซส์จัมโบ้ จีรศักดิ์ได้แต้มได้เยอะมากเลย ขนาดเพิ่งใช้ได้เดือนเดียวนะนี่
พอใช้แต้มปั๊บ ก็มี SMS แจ้งทันที ว่าใช้แต้มไปเท่าไหร่ ที่ไหน เหลืออีกเท่าไหร่
เกาหลีจงเจริญ เย๊…..

XXX_DSC01165NOKIA6210   

ช่วงนี้ต้องไปห้องสมุดของมหาลัยปูซานบ่อยขึ้น เพราะต้องไปหาข้อมูลทำรายงาน
หนังสือภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นที่นั่นมีมากกว่า และใหม่กว่าของมหาลัยจีรศักดิ์
แต่ปกติถ้าไม่ใช่นักเรียนที่นั่นจะเข้าไม่ได้ สมัยก่อนจีรศักดิ์อ้างว่าเป็นนักเรียนต่างชาติที่นั่น
แล้วขอเข้าไป แกล้งทำเป็นพูดภาษาเกาหลีไม่ได้ ฮ่าๆๆๆ  แต่มุขนี้ใช้หลายครั้ง
ท่าจะไม่ได้ผล ยิ่งตอนนี้เค้าเปลี่ยนระบบเป็นส่งบาร์โค้ดเข้ามือถือนักเรียน แล้วเอาหน้าจอ
ไปจิ้มกับเครื่องอ่านที่ทางเข้าห้องสมุด (เกาหลีนี่มันไปไกลจริงๆ)  จีรศักดิ์คิดแปดตลบ
เพื่อหาทางเข้าไปอีกให้ได้ ในที่สุด ไม่มีอะไรเกินสมองน้อยๆของจีรศักดิ์
จีรศักดิ์ขอดูมือถือของเพื่อนจีรศักดิ์ที่เรียนที่นั่น แล้วเอากล้องมือถือถ่ายหน้าจอของมันเก็บไว้
พอถึงตรงทางเข้าก็เปิดอัลบั้มรูป ปรับขนาดให้พอเหมาะ แล้วเอาไปจิ้ม……. กรี๊ดดดดดดดดด
ใช้ได้ด้วยเว้ยยยยยยย  จากนั้นจีรศักดิ์ก็สามารถเข้านอกออกใน ได้โดยเสรี
อะไรจะเสมอเหมือนปัญญาไม่มี ของไฮเทคก็โกงได้ด้วยวิธีพื้นๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ

ปัญหาต่อไปก็คือ ถ้าถูกจับได้ จะต้องทำท่าแอ๊บแบ๊วอย่างไร
ให้ดูแล้วงามอย่างไทยๆ...

5/29/2009

ดูหนังที่เกาหลีครั้งแรก..


การรอคอยอันยาวนานของจีรศักดิ์สิ้นสุด เมื่อหนังเรื่อง Angels and Demons
ที่สร้างจากนิยายที่จีรศักดิ์อ่านสามวันสามคืนแทบไม่ได้หลับได้นอน
มือไม้สั่นรอพลิกอ่านหน้าถัดไปราวกับคนโดนของ แต่ทว่า พอหนังเข้าโรงฉาย
มันดันมาฉายตอนจีรศักดิ์ต้องอาศัยอยู่ที่เกาหลี…
พยายามหาเหยื่อไปดูด้วย เพราะที่เกาหลีก็เหมือนเมืองไทย ใครไปดูหนังคนเดียว
จะถูกมองราวกับผีบ้า ไล่ชื่อในมือถือดู ก็นึกออก.. อิ อิ ชวนรูมเมทเกาหลีคนเก่าดีก่า

xxxDSC01073

ไม่นึกไม่ฝันว่า ชีวิตนี้ จะได้ลองใช้โทรศัพท์แบบเห็นหน้า ณ.พศ นี้ เหมือนหลุดไปอยู่
ในโลกอนาคตชั่วขณะ เมื่อเห็นหน้ารูมเมทคนเก่า ลอยเด่นอยู่หน้าจอ ไอ้บ้า..ตกใจหมด
ยังดีที่ตกใจไม่เท่ากับตอนที่อยู่ร่วมห้องกับมันคืนแรก เฮียแก้ผ้าออกมาจากห้องน้ำ
หลังจากอาบน้ำเสร็จ พร้อมกับเช็ดตัวแกว่งไกว(อะไรคงไม่ต้องบอก)สนุกสนาน
จีรศักดิ์แว๊กใส่มันว่าช่วยมีอารยธรรมหน่อย มีแต่คนเกาหลีเท่านั้นแหละที่แก้ผ้าได้หน้าตาเฉย
มันก็เลยสลด แล้วก็ไม่ทำอีกเลย…

xxxxx23052009

เราไปที่นัมโปดง อาณาจักรหนังในเมืองปูซาน ค่าตั๋วไม่แพงแฮะ ไม่ถึงสองร้อยบาท
แต่จอเล็กจนน่าตกใจ ขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นข้างหน้ามันคือจอหนัง
รูมเมทจีรศักดิ์หลับตั้งแต่สิบนาทีแรกของหนัง อยากจะฟาดมันให้ตายคาโรง
หนังดำเนินเรื่องไปไวมากกกก สนทนากันเร็วบรื๋อ ฟังไม่ค่อยทัน แถมยังบิดเบือน
จากนิยายของจริงไปพอสมควร ตัวร้ายดูไม่เกรี้ยวกราดอย่างในหนังสือ
ก็เห็นใจคนทำหนังแหละ ไม่งั๊นเดี๋ยวโดนต่อต้านสารพัดอีก เล่นกับศาสนาและความเชื่อ
ดีไม่ดี อาจจะกลายเป็นหาเรื่องใส่ตัวได้

xxxxx_23052009_007

หนังจบก็กินข้าว ไปเดินเล่นที่เขายงดูซาน (Yongdusan) ใกล้ๆโรงหนังนั่นแหละ
บนยอดเขาจะมีหอสูง วันนั้นบรรยากาศดีมาก อากาศช่วงฤดูร้อนเดือนนี้กำลังเย็นสบาย
วิวกลางคืนสวย ไม่เคยรู้มาก่อนว่ากลางคืนที่นี่จะน่าเดินขนาดนี้ มีร้านกาแฟสร้างใหม่สวยๆ
เยอะแยะไปหมด รูมเมทจูงมือจีรศักดิ์เดินเล่นแถวนั้น (อย่าเข้าใจผิดนะฮ้า..
ที่เกาหลีผู้ชายเดินจับมือกันเป็นเรื่องปกติ ไม่เชื่อไปดูในหนังสือนำเที่ยวเกาหลีได้)
และพูดว่า…..

(แปลไทยนะ เด็กๆ) กรูมาบนยอดเขาที่นี่ตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียน มาหลายครั้งด้วย
มากับสาวๆทั้งนั้น ไม่เข้าใจเลย ทำไมวันนี้กรูต้องมากับผู้ชาย…

ไอ้…..(เซ็นเซ่อร์) จีรศักดิ์ด่ามันในใจ ใครใช้ให้แกลากชั้นขึ้นมาบนเขา
แกนั่นแหละพาชั้นขึ้นมา ไอ้กร๊วกกกกก ตอนเดินลงเขาว่าจะแอบถีบมันให้ตกเขาตาย
แบบประธานาธิบดีโนมูเฮียน… (เรื่องประธานาธิบดีที่น่าสงสารคนนี้ ไว้ว่ากันตอนหน้านะจ๊ะ)

หยุดเรื่องทะเลาะกันมาเข้าเรื่องสาระดีกว่า จริงๆ เขายงดูซานนี้ มันก็สวยใช้ได้
สำหรับจีรศักดิ์ ดีไซน์ของมันไม่ได้โชว์ความทันสมัยอวดสายตาโลกเท่าไหร่ ทางรัฐบาล
ก็มีโครงการจะสร้างใหม่ แบบล้างบางภูเขาทั้งลูก ตามแผนแล้วจะออกมาเป็นแบบนี้จ้า

xxxxDSC00388

เป็นไง อลังการล้านแปดเลยใช่ม๊า… ตอนเห็นแปลนครั้งแรกจีรศักดิ์แทบตะลึง
การออกแบบแหวกแนวราวกับเอเลี่ยนมาบุกโลกแล้วสร้างรังทิ้งไว้ กล้าจริงๆกับไอเดียนี้

แต่ทว่า.. ในโลกแห่งความเป็นจริง รัฐบาลถูกประชาชนที่อาศัยอยู่รายรอบคัดค้าน
(จีรศักดิ์ไปแอบอ่านในหนังสือดีโซน์มา) ด้วยเหตุผลว่ามันทำลายเอกลักษณ์และทิวทัศน์
ที่ควรอนุรักษ์ไว้ (บัดซบจริงๆหอดีไซน์เน่าๆยุคซิ๊กส์ตี้ มันควรค่าอะไรับการอนุรักษ์เนี่ยะ) จริงๆ นักวิจารณ์หลายคนก็ให้ความเห็นว่า ไม่มีความจำเป็นต้องอนุรักษ์หอนี้
เพราะว่า เดี๋ยวพอห้างลอตเต้ใหม่ขนาดร้อยๆชั้นสร้างเสร็จในปีนี้ (อยู่แถวนั้นนั่นแหละ)
ความสูงเทียมฟ้า จะบดบังรัศมีของหอเก่าๆแห่งนี้ให้กลายเป็นแลนมาร์คเน่าๆ
ได้โดยง่ายดาย แต่ในที่สุด โครงการพัฒนาเขาอาม่านิยมนี้ก็ถูกพับกลับบ้านเก่า
เฮ้อ เซ็งเป็ดจริงๆๆ

XX_A7885382-2

ระหว่างทางไปสถานีรถไฟใต้ดิน เห็นโปสเตอร์หนังใหม่เกาหลี เห็นโปสเตอร์แล้วตกใจมาก
เฮ้ย ชื่อหนัง มันเป็นชื่อหาดในปูซานที่จีรศักดิ์ไปบ่อยๆนี่นา ใช่แล้ว
มันคือหาด แฮอุนแด (Haeundae) ที่จีรศักดิ์ชอบไปนั่งชิลล์จิบกาแฟสตาร์บัคส์บ่อยๆ
เห็นโปสเตอร์ก็รู้ว่า เนื่อเรื่องหนังมันจะเป็นยังไง ใช่แล้ว คลื่นยักษ์ขนาดสูงร้อยเมตร
จะบุกเกาหลี แจ๊กกก กลัวแล้ว เจ้าข้าเอ๋ย (ฮ่าๆ ทำดัดจะริดไปอย่างนั้นแหละ
หอจีรศักดิ์อยู่บนเขาสูง ไม่กลัวหรอก ฮ่าๆๆ) หนังมีกำหนดเข้าเดือนหน้า ดีล่ะ
เดี๋ยวไปดูแล้วจะมาเล่าสู่กันฟังอีกทีนะ  เอ แต่ทำไมช่วงนี้ หนังประมาณคลื่นยักษ์ถล่ม
อะไรแบบนี้มันเยอะเหลือเกิน ใครตอบจีรศักดิ์ที..

      

5/5/2009

ด้านมืด ของญี่ปุ่น… ความจริงที่ญี่ปุนเองก็ไม่อยากรับฟัง…


(คำเตือน ถ้าไม่อยากอ่านอะไรยาวๆ กรุณาผ่านไปอย่างเชื่องๆ)

จีรศักดิ์ไม่ได้หมายถึงที่มืดๆอย่างย่านเกอิชา หรือร้านขายหนังสือโป๊แถวอะกิฮาบาร่านะฮ้า
แต่กำลังจะพูดถึงหนังสือเล่มนึงต่างหาก ปกติจีรศักดิ์ไม่ค่อยมองญี่ปุ่นเสียๆหายๆ
เหมือนอย่างที่จีรศักดิ์มองเกาหลี เพราะอะไรที่เราได้เห็นหรือได้อ่านเกี่ยวกับญี่ป่น
ส่วนใหญ่มันมีแต่เรื่องดีดี แต่.. หนังสือที่อาจารย์บังคับให้อ่านในวิชาเศรษฐศาสตร์การเมืองญี่ปุ่น
(ทำไมชั้นต้องมาเรียนวิชานี้ที่เกาหลีด้วย ไม่เข้าใจจริงๆ) ทำเอาจีรศักดิ์ช๊อคซีเนม่า
มันไม่ใช่หนังสือหรืองานวิจัยเชิงวิชาการหรอก แต่ผู้เขียนก็ใช้ข้อมูลประกอบล้นเล่ม
และด้วยมุมมองที่พลิกโลกแหวกแนว หนังสือเล่มนี้จึงสั่นสะเทือนวงการญี่ปุ่นศึกษาอย่างหนัก
และสั่นคลอนจินตภาพของญี่ปุ่นในหัวของจีรศักดิ์ในระดับความสั่นสะเทือนริกเตอร์ 9
(เอ จินตภาพ แปลว่าไรหว่า..) จริงๆเรื่องประมาณนั้นก็ได้ยินเข้าหูหรืออ่านมาบ้าง
แต่ยังไม่มีใครสรุปและให้ภาพได้อย่างชัดเจนอย่างที่ Alex Kerr ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ทำได้
อย่างไรก็ดี คนไทยน้อยคนคงได้อ่าน เพราะมันไม่มีใครแปลเป็นภาษาไทย
เอ หรือ จะรอให้จีรศักดิ์แปลหว่า ฮ่าๆๆ ไม่อาวว เดี๋ยวรวยเกิน

หนังสือมันมีชื่อว่า “Dogs and Demons” แปลตรงๆว่า หมาและอสูร
ทำไมชื่อมันเป็นอย่างนี้น่ะเหรอ ผู้เขียนก็บอกใบ้ไว้แต่ไม่ชัดเจน แต่ที่แน่ๆคือมันเชื่อมโยงกับ
เรื่องโบราณของจีน ประมาณว่ามีจักรพรรดิ์ของจีนองค์หนึ่งตรัสถามช่างศิลป์ว่า
ภาพอะไรวาดยาก อะไรวาดง่าย ช่างก็ตอบว่า ฮะเหย (คำนี้เพิ่มเข้ามาเองเพื่ออรรถรส)
ข้าน้อยว่า.. สุนัขวาดยาก อสูรต่างหากที่วาดง่าย… สุนัขน่ะ ใครๆก็รู้ว่ารูปร่างมันเป็นยังไง
ฉะนั้นการจะวาดให้เหมือนจึงเป็นเรื่องยาก และด้วยเหตุผลฉะนี้ ภูตผีปีศาจจึงวาดออกจะง่าย..

แล้วมันเกี่ยวกับญี่ปุ่นตรงไหนล่ะ เหอๆๆ จริงๆแล้วมันเกี่ยวกับประเด็นหลักของหนังสือเล่มนี้
ซึ่งเกี่ยวกับการวิพากษ์แนวทางการพัฒนาประเทศของรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ถูกเคยมองว่า
ประสบความสำเร็จและผลักดันให้ญี่ปุ่นฟื้นตัวจากสงครามจนเป็นยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจนั้น
จริงๆแล้ว ผู้เขียนอ้างว่ามันเป็นแนวทางที่จะพาญี่ปุ่นไปสู่ความหายนะต่างหาก
หลักฐานก็เห็นๆกันอยู่ เศรษฐกิจญี่ปุ่นดิ่งเหวมาสิบกว่าปีแล้ว
ตั้งแต่ปี 1990 ปัจจุบันก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับไปรุ่งโรจน์เหมือนก่อน

กระทรวงต่างๆของญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ผลักดันนโยบายและชี้นำเศรษฐกิจญี่ปุ่นนั้น
จริงๆแล้วพยายามหาผลประโยชน์จากสถานะตัวเอง ประการแรกคือการลงทุนระยะสั้น
ในสิ่งที่ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรฐกิจอย่างแท้จริง
โดยเฉพาะในโครงการก่อสร้างอภิมหาโปรเจคทั้งหลาย
ตั้งแต่สะพานข้ามแม่น้ำห้าสะพานเรียงกัน ทลายภูเขาปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์
สร้างศุนย์วัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์ใหญ่โตหรูหราในชนบท
ญี่ปุ่นใช้เงินไปกับการก่อสร้างเยอะมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
หลายโครงการกลายเป็นโครงการย่ำยีสิ่งแวดล้อม เช่นเขื่อนจำนวนมหาศาล
หรือการสร้างแนวป้องกับคลื่นทะเล 

โรคบ้าก่อสร้างของญี่ปุ่นเกิดจากการที่กระทรวงต่างๆได้ประโยชน์จากโครงการเหล่านี้
โดยผ่านทางความสัมพันธ์แบบกอดจูบชิดเชื้อ
ระหว่างข้าราชการ นักการเมือง และบริษัทรับเหมา
บรรดาเจ้ากระทรวงและบิ๊กๆทั้งหลาย พอเกษียณต่างก็ออกไปบริหารบริษัทรับเหมา
(ที่เค้าเรียกกันติดปากว่า amakudari หรือ ลอยฟ้าลงมาจากสรวงสวรรค์)
บริษัทเหล่านี้จึงมีความสัมพันธ์พิเศษกับกระทรวง เปิดโอกาสให้มีการหากิน
เอื้อประโยชน์กันอย่างเป็นระบบแบบแผน เช่น กระทรวงคมนาคม มีเมียลับ
เป็นบริษัทก่อสร้างทางด่วน กระทรวงสิ่งแวดล้อม มีเมียน้อยเป็นบริษัทสร้างคันกั้นแม่น้ำ
การฮั้วกันระหว่างกระทรวงและบริษัทรับเหมาจึงกลายเป็นเรื่องธรรมชาติ
และนำไปสู่การคอรับชั่นระดับประเทศ จีรศักดิ์อยากให้ทุกคนสังเกตว่า
ถ้าดูข่าวญี่ปุ่นจะพบคำว่า dan-goo บ่อยมากเลย ซึ่งแปลได้ว่าการฮั๊วกันนั่นเอง
การผูกขาดงานก่อสร้างทำให้อะไรๆในญี่ปุ่นแพงกว่าความเป็นจริง ตั้งแต่ค่าทางด่วน
ค่าส่งไปรษณีย์ จึงไม่แปลกถ้ากระทรวงเกษตรและป่าไม้จึงชอบ
ตัดถนนเข้าไปในป่าและปลูกป่า เป็นต้น (เป็นต้น ในที่นี้ แปลว่า เป็นอาทิ นะจีะ)
 
นอกจากนั้น กระทรวงต่างๆยังชอบแสวงหาประโยชน์จาก “มาตรฐาน”
ที่ตัวเองกำหนดขึ้นมา ซึ่งมาตรฐานบ้าๆเหล่านี้มักจะไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยเกี่ยวกับ
เหตุผลในด้านความปลอดภัยหรือเอื้อประโยชน์ให้กับผู้บริโภคแต่อย่างใด
ยกตัวอย่างเช่นธุรกิจฟิตเนส การจะประกอบธุรกิจได้ต่องผ่านมาตรฐานหลายอย่างมาก
ตัวเทรนเนอร์เองก็ต้องมีใบอนุญาตร้อยแปด (แล้วต้องไปอบรมที่ไหนถึงได้ใบมาน่ะเหรอ
เหอๆ คิดได้ไม่ยากหรอก) ตัวกฎระเบียบของญี่ปุ่นสารพัดสารเพมักถูกเขียนขึ้นอย่างคลุมเครือ
การจะตีความและปฏิบัติให้ถูกต้อง ทำได้โดยการเข้าหากระทรวง
และรับฟังคำอธิบายบนโต้ะอาหารในภัตตาคารหรู ที่แน่นอน บริษัทเป็นผู้จ่ายมื้อนั้นๆ
เผลอๆอาจตีความให้เอื้อประโยชน์กับบริษัทแบบพิเศษ จีรศักดิ์เองรู้เรื่องนี้ดี
เพราะเคยศึกษาเรื่องกฎระเบียบควบคุมห้างค้าปลีกขนาดใหญ่
ของกระทรวงเศรษฐกิจและการค้า (METI) เห็นชัดได้เลยว่า
กฎหมายเขียนขึ้นอย่างกว้างๆ เปิดโอกาสให้ตีความเป็นอย่างไรก็ได้
รายละเอียดก็แทบไม่มี อ่านแล้วออกจะไปในเชิงพกเพ้อละเมอฝัน
มากกว่าจะเป็นเอกสารด้านกฎหมาย ชวนเก๊กซิมปวดหัวมากๆ
ที่เก็กซิมกว่าคือห้างต่างชาติที่จะเข้าไปเปิดในญี่ปุ่นต่างหาก
เพราะไม่รู้จะเอายังไงกับกฎระเบียบเทวดาประดิษฐ์เหล่านี้
ด้วยเหตุนี้ กฎหมายนี้จึงเอื้อประโยชน์ให้กับผู้อยู่ก่อน (incumbent) อย่างเต็มที่
นั่นคือห้างญี่ปุ่นที่ยึดหัวหาดทำเลสำคัญไปหมดแล้วนั่นเอง คงตีความกันออกนะว่า
นอกจากห้างญี่ปุ่นแล้ว ใครอีกที่รับทรัพย์ไปเต็มๆ…
จริงๆจีรศักดิ์มีประสบการณ์ตรงด้วยแหละ (ไม่ใช่ประสบการณ์แบบนั้นนะจ๊ะ)
แต่เล่าแล้วอาจจะไม่เป็นผลดีต่อหน้าที่การงานและความสัมพันธ์กับประเทศญี่ปุ่น
ที่จีรศักดิ์หวังจะพึ่งพิงในฐานะเป็นแหล่งทุน จึงขออุบไว้สนทนาในหมู่เพื่อนๆกันนะจ๊ะ

ปัจจัยอีกประการที่รั้งการพัฒนาคือโรคตอแหลเป็นนิจศีลของญี่ปุ่น
ดังที่เรามักจะได้ยินบ่อยๆ จากคำว่า  tatemae ซึ่งหมายความถึงการปกปิดของจริง
แต่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์และการแสดงออกภายนอก "façade"
(ซึ่งอาจจะไม่ใช่ของจริง หรือออกมาจากใจจริง)   สำหรับสังคมญี่ปุ่น
ถ้าการตอแหลนั้นๆส่งผลดีต่อความสงบของสังคมโดยรวม
และเป็นการรักษาหน้าตาและชื่อเสียง ดังนั้นการตอแหลถือเป็นสิ่งดี
สิ่งๆร้ายๆในญี่ปุ่นจะถูกกลบฝังดิน ประชาชนไม่มีโอกาสได้รับรู้
ตั้งแต่ความรุนแรงของอุบัติเหตุในโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์
ไปจนถึงการปกปิดหนี้เน่าของธนาคารทั้งหลาย

การไม่ยอมรับความจริงในเรื่องหนี้สินจำนวนมหาศาลส่งผลให้การเดินหน้าแก้ไข
ปัญหาเศรษฐกิจแทบจะทำไม่ได้ ปัจจุบันเศรษฐกิจญี่ปุ่นจึงยังคงดิ่งเหวต่อไป
(แม้จะส่งสัญาณฟื้นตัวในช่วงสั้นๆ)   บางกระทรวง หากนักข่าวไหนเสนอข่าวออกนอกลู่
นอกทาง นักข่าวเจ้านั้นก็จะถูกระเห็จออกจากงานแถลงข่าว (kishakaiken)
และไม่มีวันเข้าถึงข้อมูลอีกเลยจวบจนชั่วกัลปวสาน วัฒนธรรมตอแหลนิยมยังสามารถ
เห็นได้จากรายการทีวีญี่ปุ่นชอบออกมาในแนวถ่ายชีวิตผู้คนให้ดูเหมือนกับว่า
มันเกิดขึ้นจริงณบัดนั้น ทั้งๆที่จริงๆแล้วมันเป็นแค่การแสดง สำนักข่าวของญี่ปุ่นบางเจ้า
ถึงกับขนาดจ้างคนมาสวมบทผู้หญิงขายตัวแล้วออกมาให้สัมภาษณ์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว

การไม่ยอมปรับเปลี่ยน ยึดถือแต่ระบบเดิมๆที่ตัวเองเคยได้ประโยชน์
เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะรั้งญี่ปุ่นไว้ มาตรฐานที่กระทรวงออกหลายชิ้น
เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง และรั้งโลกให้อยู่กับที่
มากกว่าจะสร้างประโยชน์และผลักดันการพัฒนา
อย่างเช่นมาตรฐานโทรคมนาคมที่ปล่อยให้อเมริกาและตะวันตกที่โปร่งใสกว่า
ขึ้นเป็นผู้นำมาตรฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและคมนาคมสมัยใหม่
ที่เดี๋ยวนี้ญี่ปุ่นเป็นได้แค่ผู้ตาม (ยกตัวอย่างง่ายๆเช่นอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์)
ได้แต่จับของที่เค้าคิดแล้วมาดัดแปลงให้อลังการกว่า แต่ไม่ได้ได้คิดเอง
คืองานถนัดของญี่ปุนแต่ไหนแต่ไร แต่พฤติกรรมแบบนี้จะพาญี่ปุ่นไปได้แค่ไหนในอนาคต
เป็นสิ่งที่น่าคิด

ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ เชื่อมโยงกับชื่อเรื่องของหนังสือ (เออ พึ่งจะเฉลย) ว่า
หมา เปรียบได้กับ โครงการระยะยาวที่สร้างประโยชน์อย่างแท้จริงให้กับสังคม
ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับรัฐบาลญี่ปุ่นที่จะทำได้
ไม่เหมือนกับโครงการอภิมหาก่อสร้างทั้งหลาย ซึ่งเทียบได้กับ อสูร
ทำได้ง่าย รับทรัพย์ไว แบ่งเนื้อกันได้ทั่วถึง

ความไม่โปรงใสของระบบราชการ (bureaucracy) และกลไกคอรับชั่นอย่างเป็นระบบ
ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องจักรที่ไร้หัวไร้หาง และไม่มีใครหยุดได้ กอปรกับความยึดมั่น
ในของเดิมๆระบบเดิมๆที่ตัวเองทำแล้วปลอดภัยได้ประโยชน์นี้ จะแช่แข็งการเติบโตของญี่ปุ่น
และรั้งญี่ปุ่นให้เป็นผู้เล่นที่วิ่งหลังสุดได้โดยไม่ยาก

อ่านแล้ว คิดถึงเกาหลีเหมือนกัน ในฐานะผู้ที่ชอบที่ชอบแอบเลียนแบบญี่ปุ่น
ไม่ว่าเรื่องนั้นจะดีหรือไม่ดี…

ว่าไปแล้ว อะไรหลายอย่างในหนังสือเล่มนี้กล่าวถึง ในระบบราชการไทยก็ใช่ว่าจะไม่มี
อย่างเช่น พอเดือนกันยายนที สารพัดหน่วยงานก็วิ่งเต้นใช้เงินงบประมาณให้หมดให้ได้
โดยไม่คิดว่าจะสร้างประโยชน์หรือไม่ คิดอย่างเดียวว่า ถ้าใช้งบปีนี้ไม่หมด
ก็จะถูกครหาว่าทำไมของบไปหรือได้งบมาเยอะแต่ไม่ใช้ วันหลังก็ควรจะได้งบน้อยลง…

อ่านแล้ว.. ชวนให้รู้สึกว่า โลกเราน่าอยู่น้อยลง…
หากไม่อยากอ่านอะไรแล้วบั่นทอนสุขภาพจิต ไม่ควรอ่านนะจ๊ะ
เด็ก และสตรีมีครรภ์ ยิ่งต้องระวัง…

คราวหน้าว่ากันต่อ กับหนังสือฝรั่งอีกเล่ม
เทอมนี้อ่านหนังสือภาษาปะกิตจนภาษาเกาหลี ภาษาญี่ปุ่น
(และภาษาไทยด้วย) เข้าหม้อไปหมดแล้ว กรี๊ดดดดด

4/10/2009

อันยองฮาเซโย !! โนเกียบุกเกาหลีแล้ว !!!


จีรศักดิ์อยู่เกาหลีมาครบปี นั่งคำนวณค่าโทรที่ต้องจ่ายให้ LG Telecom
ทุกเดือนแล้วปวดตับ ตอนซื้อก็ไม่เข้าใจว่าเลือกโปรนี้ไปได้ยังไง แพงก็แพง
ตกเดือนละตั้งพันกว่าบาท แถมยังเป็นระบบCDMA ด้วย ซิมการ์ดก็เลยไม่มี
เอาเครื่องจากเมืองไทยมาใช้ก็ไม่ได้
จริงๆตอนที่มาเกาหลีใหม่ อยากจะใช้ของ SHOW (KTF) มากกว่า
เพราะเป็นระบบ GSM 3G เหมือนเมืองไทย ใส่ซิมได้ด้วย
แต่เค้าไม่ขายให้คนต่างชาติ เป็นไปได้ว่าเป็นเพราะเครื่องที่เกาหลี
จะขายถูกกว่าปกติ โดยต้องติดสัญญาใช้งานปีสองปี
คนต่างชาติอาจจะไปโกงเค้าบ่อยๆ ประมาณได้เครื่องแล้วเชิด
(ตอนนั้นคิดในใจ  ชั้นจะไปฟ้องศาลโลก
แงๆๆ โทษฐาน discriminate กีดกันคนต่างชาติ)
ยิ่งเครื่องของค่ายนี้มีแบบหน้าตาสวยๆแปลกๆเยอะแยะเลย
เดินผ่านทีไรน้ำลายหกอยู่หน้าร้านทุกที…

X_DSC01064 

เมื่อวานเดินผ่านร้านมือถือของ SHOW มีป้ายเขียนไว้ว่า เปลี่ยนค่ายไม่ย้ายเบอร์
อุ๊ สวรรค์เปิด ทำไมจีรศักดิ์ไม่รู้เลยว่าเกาหลีมีอะไรแบบนี้ด้วย เราเองถึงเป็นคนต่างชาติ
แต่ก็น่าจะย้ายเบอร์ได้นี่นา เพราะจดทะเบียนมาแล้วปีนึง น่าจะมีเครดิตดีกว่า
อีกอย่างเบอร์ของจีรศักดิ์ที่เกาหลีสวยจริงๆ ไม่อยากเปลี่ยนเบอร์ใหม่
(ประเทศไทยรอไปเถอะ รอจนทักษิณตายแล้วมาป่วนประเทศอีกสิบชาติก็ยังไม่ได้ทำ)
เท่านั้นยังไม่พอ เห็นป้ายที่เค้าเอามาวางหน้าร้านแล้วแทบผงะ เฮ้ย นี่โนเกียนี่หว่า
เป็นรุ่น 6210 ที่มี GPS นำทางด้วย ตาฝาดหรือเปล่านี่ !! เอ แต่ท่าจะแพงแฮะ
เลยถ่ายรูปเก็บไว้เฉยๆ พอกลับมาแถวที่มอ เกิดอาการอยากเปลี่ยนค่ายจัด
เปลี่ยนค่ายไปเลย น่าจะดีกว่าเปลี่ยนโปร ได้มือถือใส่ซิมด้วย
เลยวิ่งเข้าไปถามร้านที่ดูหน้าตาคนขายตงฉินหน่อย..

แพ่ๆ คนต่างชาติย้ายค่ายได้มะ…

(ขอตัดบทสนทนาภาษาเกาหลีกระท่อนกระแท่นของจีรศักดิ์ออก
ขอโทษเถอะ มันเหนื่อยจริงๆให้ตาย กับการซื้อมือถือจดทะเบียนที่เกาหลี
โดยไม่เอาคนเกาหลีมาเป็นล่าม)

สุดท้ายก็คว้าโนเกียมา (เพิ่งเข้าเกาหลีรุ่นเดียว) จริงๆไม่ได้ชอบรุ่นนี้อะไรนักหนา
แต่ยังดีที่มันเป็น Symbian ลงโปรแกรมก็ได้ จอก็แจ่ม และที่สำคัญ.. 
ราคา… 5000 กว่าบาทเท่านั้น พี่ น้อง !!!!!!!!
ราคานี้ได้แบตสองก้อน รับประกันเปลี่ยนเครื่องสองอาทิตย์ แถม SDcard
และยัง Made in Korea ด้วย กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

X_DSC01066 

จริงๆคนเกาหลีจะซื้อได้ถูกกว่านี้มาก เพราะเซ็นสัญญาทาสได้นานสองปี ในขณะที่
คนต่างชาติเป็นทาสได้ปีเดียวเนื่องจากบัตรคนต่างด้าวหมดอายุปีต่อปี แต่เอาเถอะ
แค่นี้มันก็ถูกจะแย่แล้ว ค่าโทรค่ายนี้คิดเป็นหน่วย 10 วินาทีด้วย ชอบๆๆๆ

กลับมาหอพัก อ่านเจอข่าวว่าโนเกียตัดสินใจบุกเกาหลี อ๋อ มิน่าล่ะ เขาถึงไม่กินข้าวบ้าน
เอ้ย ไม่ใช่!! มิน่าล่ะเพิ่งจะเห็น ตามข่าวบอกว่า เคยเข้ามารอบนึงเมื่อ 6 ปีที่แล้ว
แต่ม้วนเสื่อกลับไป มาคราวนี้เอาเครื่อง 3G มา กะจะปักธงที่เกาหลีให้ได้
แต่ขอโทษเถอะ จีรศักดิ์ว่าคราวนี้แหละจะเป็นหายนะของโนเกียของจริง
เพราะอะไรน่ะเหรอ หึ หึ 

คิดแบบเล่นๆนะ

- ตัวเครื่องใหญ่และหนักไป เครื่องขนาดเท่านี้ของเกาหลีเป็น Touch Screen หมดแล้ว
- คนเกาหลีไม่รู้หรอกว่ามันลงโปรแกรมได้สารพัด เหมือนไก่ได้พลอย คนขายยังไม่รู้เลย
- ใช้ GPS ได้ แต่ไม่ลงแผนที่เกาหลีมาให้ โหลดมาลงก็เป็นแผนที่หยาบๆ เก๊กซิมซี่
- ให้แบตมาสองก้อน แต่ไม่มีแท่นชาร์จ แสดงว่าให้แบตมาแบบเสียมิได้ เกาหลีไม่ชอบ
- ดูทีวีระบบดิจิตอล DMB ไม่ได้ กลับบ้านไปเลยไป!! เครื่องราคานี้เค้าดูได้หมดแล้ว
- คนเกาหลีไม่ชินกับปุ่มและฟังก์ชั่นที่ไม่จำเป็นแต่ก็ยัดมาซะแน่นเครื่อง


(ยังมีเหตุผลอีกร้อยแปด)

คนเกาหลีก็ชินกับเครื่องที่ Samsung LG ผลิต (จีรศักดิ์ยังเริ่มชินแล้วเลย)
เพราะมันทำมาเพื่อใช้กับบริการต่างๆสารพัดของเกาหลีโดยเฉพาะ อย่างเช่นบริการ
ที่จีรศักดิ์ติดใจคือ เสียเดือนละแค่ 30 บาท เครื่องมันจะอัพเดทตัวเองอัตโนมัติทุกชั่วโมง
แล้วเอาข่าวสารต่างๆ เช่นพยากรณ์อากาศ ข่าวภาษาอังกฤษ วิ่งขึ้นหน้าจออย่างสวยหรู
ของไทยเรา ต้องเสียเวลาต่อเนทเอง หรือไม่ก็รอ SMS สั้นๆปัญญาอ่อน
ทั้งนี้เหมือนขี่ช้างจับตักแตนแท้ๆ ของเกาหลีนอนกระดิกตีน
ข่าวก็มาวิ่งเล่นที่หน้าจอเอง ไม่ต้องทำอะไร

X_DSC01068

ชีวิตหนึ่งปีที่เกาหลี ทำให้จีรศักดิ์พอจะทำนายได้ว่า โนเกียคิดน้อยที่ไม่วางแผนก่อนเข้ามา
เครื่องมีจุดเด่นอะไรก็ไม่ประชาสัมพันธ์ อยู่ดีดีมันก็ไปตั้งจุ้มปุ๊กอยู่ในตู้
ไม่รู้คิดยังไงที่เอา Symbian ไปให้คนเกาหลีซึ่งชินกับเมนูเครื่องของเกาหลีเอง
ที่วางเมนูอย่างฉลาด ไม่สับสน และสอดคล้องกับชีวิตประจำวันมากกว่า
ตรงข้ามกับธรรมชาติของ Symbian ที่ถึงแม้จะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็ใช้ยาก
แถมมีอะไรเกะกะรุงรังซับซ้อนเยอะไปหมด ที่สำคัญคนเกาหลีคิดไม่ออกหรอก
ว่าฟังก์ชั่นแต่ละอันมันสำคัญกับชีวิตยังไง ยกตัวอย่างเช่น PPT, MessageReaderฯลฯ
ถ้าจีรศักดิ์เป็นผู้บริหาร NOKIA จะตัดฟังก์ชั่นบ้าๆพวกนี้ออกไป แล้วใส่โปรแกรมโดนๆ
หรือเปิดโอกาสให้โหลดโปรแกรมได้ฟรีสองสามอัน แล้วก็ต้องไม่เอารุ่นที่ไม่มี WiFi
แถมรูปทรงด้านๆ เห็นแล้วเซ็กส์เสื่อมอย่าง 6210 Navi มาเปิดตัว
หันไปมองรอบๆสิ ว่ามือถือเกาหลีเดี๋ยวนี้สวยจับใจขนาดไหน
สาวเกาหลีสวยยังไง มือถือเกาหลีก็สวยแบบนั้น 

ระบบไหนมันก็มี orientation ของมัน ลองให้คนที่เคยขับแต่ Boeing
เปลี่ยนมาขับ Airbus ดูสิ 

ยังไงก็เถอะ ในฐานะที่จีรศักดิ์เป็นคนไทย การเข้ามาของโนเกียเป็นเรื่องที่น่ายินดี
เพราะจะได้เล่นสนุกกับอะไรที่คุ้นชิน แต่ก็แอบเสียใจว่า ชีวิตของโนเกียในเกาหลี
อาจจะไม่ยืนยาว.. 


ที่แน่ๆ อีแก่เครื่องเก่าของจีรศักดิ์ กลายเป็นสากกะเบือโทรเข้าออกไม่ได้
แต่ก็เอาไว้ดูทีวีระบบดิจิตอลได้ชัดเจนแจ่มแจ๋ว เมื่อไหร่เมืองไทยจะมีระบบ DMB บ้างหว่า..

4/7/2009

ซากุระเมือง Jinhae รอบสอง...


วันอาทิตย์ที่ผ่านมานั่งทำรายงานแล้วเครียด เลยพาตัวออกไปให้ธรรมชาติบำบัด
นึกได้ว่าเมือง Jinhae แสนโรแมนติคที่เพิ่งไปมานั้น ยังสำรวจไม่ทั่วเลย
แถมนั่งรถไปชั่วโมงเดียวก็ถึง บขส.ก็อยู่ใกล้มหาลัย ก็เลยตัดสินใจกระโดดขึ้นรถไปอีกครั้ง

 X_DSC01035 

เมืองนี้มีต้นซากุระทั่วทุกหย่อมหญ้า แต่ถ้าจะดูต้นใหญ่ๆก็ต้องบุกเข้าไปในค่ายทหาร
ซึ่งเค้าจะเปิดให้เข้าได้เป็นพิเศษเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น ต้นใหญ่ไม่พอ
ยังเรียงรายไปจนสุดลูกหูลูกตา เหมือนจะเดินเท่าไหร่ก็ไม่ถึงจุดสิ้นสุด
ตอนแรกคิดว่าที่เกาหลีมีแต่ซากุระต้นเล็กๆ ไม่เหมือนที่ญี่ปุ่นที่มีต้นใหญ่ๆเยอะแยะ
ตอนนี้เปลี่ยนใจล่ะ  ในรูปโปรดสังเกตว่าที่เกาหลีรถวิ่งชิดขวา
เวลาข้ามถนนจีรศักดิ์มักจะลืมตัว เผลอมองไปทางขวาก่อน
พอเห็นรถทางขวาไม่มี ก็ข้ามเล้ย.. เอี๊ยด.... เกือบตาย
ลืมไป จะข้ามถนนที่เกาหลี ต้องดูทางซ้ายก่อน จ๊ากกกกกก

 X_DSC01040 

เอาทหารเรือหน้าตี๋มาฝากเจ๊ดุษโดยเฉพาะ ได้ข่าวว่ามีแผนจะมาเที่ยวเกาหลี
เลยเอาภาพหนุ่มๆมาล่อเพื่อเพิ่มความอยาก รีบๆมาซะก่อนที่ค่าเงินวอนจะดีดตัวสูงขึ้น
ชุดเครื่องแบบทหารเรือที่เกาหลีสวยชนะเลิศ ของเมืองไทยแพ้ยับเยิน

X_DSC01017

วกไปอีกทางจะเดินไปได้จนสุดอ่าว และจะได้พบกับเรือรบหลายลำซึ่งจอดไว้ให้ปีนป่ายเล่น
ลูกเด็กเล็กแดงอาซิ้มอาซ้อมากันมืดฟ้ามัวดิน นึกฝันให้มันแล่นไปถล่มเกาหลีเหนือซักรอบ
ในฐานะชอบทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา ถือดีว่ามีพ่อเป็นจีนแดงคอยอุปถัมภ์… 

X_DSC01048

เดินกลับเข้ามาในตัวเมือง มีงานออกร้านขายของมากมาย ซื้อขนมในงานกินสองอย่าง
แต่รสชาติสุดจะฝืนกลืนลงคอ ต้องรีบคายทิ้ง และเอาส่วนที่เหลือไปโยนถังขยะ
จีรศักดิ์ได้ปรัชญาการดำเนินชีวิตข้อใหม่ว่า อย่าซื้อของเวลามีงานออกร้าน
เพราะเค้าไม่ต้องมารับผิดชอบเรื่องรสชาติและความสะอาด ขายแล้วก็แล้วไป
ร้านไม่ได้ตั้งถาวร ไม่มีใครกลับมาด่าต่อว่าได้ ถึงจะต่อว่าก็เป็นเรื่องแปลก
เพราะnormของมนุษย์เราไม่ส่งเสริมการแสดงออกถึงความไม่พอใจได้อย่างชัดแจ้ง
กับสิ่งของราคาไม่กี่บาท จีรศักดิ์แค้นใจ จนต้องไปเดินปีนเขาที่อยู่ใจกลางเมือง
เพื่อดับความคับแค้น (โมโหหิวด้วยโว้ย) ซึ่งมีหอคอยตระหง่านอยู่ด้วย

X_DSC01049

วู๊ว มีกระเช้าขึ้นด้วย แต่อย่าหวังเลยว่าจะได้แอ้มเงินจีรศักดิ์ เพราะกะมาเที่ยวแบบประหยัด
แต่พอเดินขึ้นไปชั้นสูงๆ ก็เริ่มคิดว่า เฮ้ย นี่ชั้นกำลังทำอะไรอยู่…
หิวก็หิว เหนื่อยก็เหนื่อย

X_DSC01052

ไต่เขาขึ้นมาไม่พอ ยังต้องไต่หอคอยอีกแปดชั้น กรี๊ดดด….
แต่พอเห็นวิวก็หายเหนื่อย แสงอาทิตย์ยามอัสดง กระทบพื้นทะเล ย้อมผืนน้ำให้เป็นสีแสด
ต้นซากุระสีชมพูอ่อนที่กระจายเป็นหย่อมๆ ณ เมืองเล็กๆริมชายฝั่งทะเล
ถึงเป็นบ้านของเหล่าทัพเรือ แต่ก็เจือด้วยความละมุนละไม พาให้จีรศักดิ์หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
มองไปรอบๆก็เห็นว่า ยังมีอีกหลายที่ในเมืองนี้ที่ยังไม่ได้ไป แต่ไม่อยากค้างคืน
เพราะรายงานยังไม่เสร็จ ต้องรีบกลับไปปั่นก่อนที่จะไม่มีส่ง แล้วถูกอาจารย์กินหัว..

Z_DSC00871 

ลาตอนนี้ไปด้วยภาพดอกซากุระ ระยะประชิด เสน่ห์ของมันคือ
จะดูใกล้หรือดูไกลก็สวยทั้งนั้น แต่ละดอกของมันงามแต๊ มารวมกันเป็นพุ่มก็ยิ่งสวย…
ยิ่งตอนช่วงปลายอาทิตย์นี้ ตอนที่มันจะพร้อมใจกันร่วงพรั่งพรูลงมา
ช่างเป็นภาพ breath taking จริงๆ สวยจนแทบลืมหายใจ..
 

4/1/2009

ในหนึ่งปี.. เราได้เจอกันแค่.. อาทิตย์เดียว…


อากาศที่อุ่นขึ้นเรื่อยๆ กระตุ้นให้ดอกซากุระในมหาลัยเริ่มผลิดอกและค่อยๆแย้มกลีบ
ให้จีรศักดิ์ได้ดูเป็นบุญตาอีกครั้ง ปีนี้ซากุระบานไว เพราะอากาศค่อนข้างอบอุ่น
ซากุระปกติจะบานแค่อาทิตย์เดียวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จากนั้นก็จะร่วงไปหมด..
อ้อ ที่เกาหลีเค้าเรียกซากุระว่า “พ๊อดก๊ด” นะจ๊ะ ชื่อจำยากจริงๆ 

Z_DSC00809

ซากุระในมหาลัยและในปูซานดูมาก็เบื่อแล้ว ซากุระบานในปีนี้ก็เลยคิดว่าต้องไปเสาะแสวงหา
ที่แปลกๆใหม่ๆ จีรศักดิ์ได้ข่าวว่า ที่เมือง Jinhae เมืองเพื่อนบ้านของปูซาน
ขึ้นชื่อมากเรื่องดอกซากุระ ถึงขนาดมีคำขัญของเมืองว่า
Flower and  Sea, Romantic City JINHAE
วันนี้ฤกษ์ดีก็เลยนัดกันกับพรรคพวกกระเหรี่ยงชาวไทย
นั่งรถบัสไปเมือง Jinhae ใช้เวลาชั่วโมงเดียวก็ถึง

Z_DSC00853 

ถึงแย๊ว.. ไม่มีถนนไหนในเมืองนี้ไม่มีต้นซากุระ สมกับเป็นเมืองซากุระอย่างแท้จริง
มองไปทางไหนโลกก็เป็นสีชมพู อ้อ เมืองนี้เป็นเมืองทหารเรือ เพราะมีท่าเรือทหาร
มองไปทางไหนก็มีแต่ทหารเรือ และตึกที่เกี่ยวข้องกับทหารเยอะแยะไปหมด
ช่วงนี้มีงานเทศกาลในเมืองจึงมีการแสดงควงปืนของนายร้อยทหารเรือด้วย
แต่ไปไม่ทัน เซ็งเป็ดจริงๆ เพราะมาที่นี่หลังจากเลิกเรียน กว่าจะมาถึงก็เกือบบ่ายสามแล้ว
ในรูปโปรดสังเกตุพุงกะทิ ผลจากโรคยอดฮิตในฤดูใบไม้ผลิ
นั่นคือโรคกินยัดทะนาน มันจะเกิดอากาศหิวบ่อยๆ แถมกินเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยอิ่ม
แย่แล้วจีรศักดิ์.. 

Z_DSC00895

ในเมืองมีสถานที่ชมซากุระมากมาย เที่ยวทั้งวันก็ไม่หมด ก็เลยต้องเลือกเอา
จีรศักดิ์เลือกมาสะพาน Romance (มันชื่อนี้จริงๆนะ ภาษาเกาหลีเรีกว่า”โรมังสึทาลี”)
เพราะใช้เวลาเดินไม่ไกลจากใจกลางเมือง กางแผนที่ตามประสากระเหรี่ยง
ถามทางเค้าเอาบ้าง ที่ถ้าเอา GPS มาก็คงสบายแล้ว ลืมหยิบติดมือมาด้วย
เลยต้องคลำทางเอา ใช้โหมดจมูกหมาดมฟิตๆมาเรื่อยๆ  

Z_DSC00880

คนหล่อกับวิวสวยอีกแล้ว… อมตะเหนือคำบรรยาย……
ดีแล้วที่เลือกมาวันพุธ คนไม่เยอะเท่าไหร่ นี่ถ้าเสาร์อาทิตย์สงสัยจะหาที่ถ่ายรูปไม่ได้แน่ๆ

Z_DSC00929

อยู่ได้แป๊บเดียวพระอาทิตย์ก็จะตกแล้ว เสียดายยังเที่ยวไม่จุใจเลย
ถ้าช่วงนี้ว่างๆก็ว่าจะมาใหม่ เพราะยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองอีกเยอะมาก
ตอนแรกนึกว่าจะไม่ค่อยมีอะไร มาแล้วติดใจจริงๆเลย ซู๊ด…..


3/19/2009

อัพเกรดความไฮเทคให้สุดขั้ว…


กลับเมืองไทยไปเมื่อเดือนที่แล้ว จีรศักดิ์กระหายอยากจะใช้เงินบาทเต็มทน
และแล้วก็ได้เสียเงินสมใจ ส่วนได้อะไรกลับมาเกาหลีนั้น เราไปดูกัน..

ZZZZ_DSC00765

ชิ้นแรก เล็งมานานแล้ว เนทบุ๊คขนาดพกพา หนักแค่กิโลเดียว แถมบางเฉียบเซ็กซี่
ใช้มือเดียวจับโยนได้เลย อินเทรนด์ม๊ากมากๆๆๆ ยี่ห้อ HP Mini
เอาไว้ใช้ตอนออกไปข้างนอก จะได้ไม่ต้องแบกโน้ตบุ้คตัวหลักไปให้เมื่อยตุ้ม
หรือใช้ตอนพิมพ์งานนานๆหลายชั่วโมง จะได้เป็นการถนอมเครื่องหลักไปในตัว
(เคยทำสถิตินั่งหน้าคอมทำรายงาน 11 ชั่วโมง) สาวเอยจะบอกให้..
ใครจะเรียนปริญญาเอก จงคิดให้หนักนะจ๊ะ.. เนทบุ้คตัวนี้ ราคาแค่ 13700 เอ๊ง
ซื้อเครื่องหลักของจีรศักดิ์ได้ 4 เครื่อง ถูกเช่นนี้จะไม่ซื้อได้อย่างไร
แอบตินิดนึง ว่าขอบจองานประกอบไม่ค่อยดี ฝุ่นเข้าไปในหน้าจอได้ เซ็งเป็ดสุดๆ
ใครจะซื้อรุ่นนี้จงคิดให้หนัก แต่ถ้าหน้ามืดตามัว เห็นแก่ของถูกเหมือนจีรศักดิ์
ก็จงซื้อซะ เพราะนอกนั้นแล้วอะไรก็ดีประทับใจไปหมด โดยเฉพาะคีย์บอร์ดใหญ่คับเครื่องเลย

 xxx_DSC00769

ชิ้นที่สอง ซื้อเพราะมันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ เล่าแล้วจะยาวมากๆ จนผู้เขียนแฮรี่พอตเตอร์
ต้องหันมาค้อนด้วยความริษยา บอกใบ้ได้ว่ามันเป็นเพราะความโง่ของจีรศักดิ์เอง
ก็เลยต้องซื้อรุ่นนี้มา มันคือโทรศัพท์ยี่ห้อดังสนั่นโลกนามว่า HTC 3G  หน้าจอสัมผัส
แบบลื่นปรื๊ดๆ บาง เบา และแบน เหมือนจับหินแบนๆที่เค้าเอามาฝนขอบให้มนๆ
ไม่ขอบอกว่าเท่าไหร่ เพราะมันแพงจนอาจจะโดนสังคมลงโทษประชาทัณฑ์
เมื่อได้รู้ราคา แต่ซื้อมาใช้ไม่ผิดหวังจริงๆ เอามาใช้ที่เกาหลีรับสัญญาณของผู้ให้บริการ
ได้มากเจ้ากว่าโนเกียตัวเก่า ลงโปรแกรมไว้เยอะมากๆๆเพราะหาโหลดตามเวปใต้ดินได้ง่าย
ยิ่งตอนนี้ใช้มือถือระบบ Windows Mobile แล้วเราสามารถสำรองข้อมูลทุกอย่าง
ในเครื่องเราไปเก็บไว้บนเวปของ Microsoft ได้เลย
ตั้งแต่ SMS รายชื่อ ปฏิทันนัดหมาย รูปถ่าย วีดีโอ ไฟล์เอกสาร ได้หมดจริงๆ
ใครอยากรู้รายละเอียดลองไปดูที่ http://myphone.microsoft.com นะจ๊ะ
จีรศักดิ์ลองแล้วใช้ดีมากๆ ใครอยากเก็บข้อความที่กิ๊กส่งมา
แต่กลัวคนอื่นเปิดมือถือแล้วเห็น บริการนี้ทำมาเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยจ้า

ZZZZ_DSC00803

ไหนๆก็พามันมาใช้ชีวิตที่เกาหลี เลยหาทางให้มันรู้จักภาษาเกาหลี หลังจากพยายาม
ปลุกปล้ำอยู่นาน มันก็แสดง SMS ภาษาเกาหลีได้ อ่านไฟล์ ดูเวปภาษาเกาหลีได้หมด
โดยที่ไม่ตีกับระบบภาษาไทยด้วย แต่…
โปรแกรมมันทำให้เครื่องต๊อง กลายเป็นส่ง SMS ไม่ได้ ก็เลยต้องถอนออก
กรี๊ดดดดด ไม่น่าเลย ฮือๆๆ

zzzz_DSC00802

ชิ้นสุดท้ายของเดือนนี้ (เอ พูดแบบมีนัยยะแฮะ) เป็นเมาส์ที่หรูหราที่สุดตั้งแต่ใช้มาในชีวิต
มันคือเมาส์ไร้สายยี่ห้อ Microsoft ตัวเก่าพังเพราะไปข่มขืนมันมากเกิน ทั้งกดทั้งไถ
ทั้งกระแทก ชนิดพิศาล อัครเศรณี แห่งจำเลยรัก ต้องซูฮกยกนิ้วให้
ตัวใหม่นี้ทั้งเบา ทั้งเท่ห์ แท่งส่งสัญญาณที่เสียบกับโน๊คบุุ๊คก็เล็กมาก แถมซองผ้าให้ด้วย
แล้วเชื่อไหม เมาส์ตัวนี้มันพับครึ่งได้ ใช้เสร็จจับหักกลางลำตัวได้เลย สุดยอดมาก
ที่สำคัญที่สุดคือ เวลาคลิกไม่มีเสียง จิ๊กๆ แบบเมาส์ถูกๆทั่วไปตามท้องตลาด
ที่คลิกทีนึงได้ยินไปทั้งซอย แหม ของแพงมันก็ต้องมีสมบัติผู้ดี ลืมบอกไป ตัวนี้ซื้อที่เกาหลี
คิดเป็นเงินไทย พันห้าเอ๊ง ไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับความเที่ยงตรง เหมือนเปลี่ยนจาก
ขับรถอีแต๋น มาขับรถสปอร์ตอย่างไงอย่างงั๊น ไม่ได้โม้นะ ถ้าใช้คอมนานๆ จะรู้ว่า
การได้เมาส์คู่ใจดีดีนั้น มันสำคัญขนาดไหน อิ อิ 

ช่วงนี้เขียนแต่เรื่องไร้สาระ คราวหน้าสัญญาว่าจะเขียนเรื่องวิชาการหนักสมองสักเรื่อง
คอยติดตามกันนะจ๊ะ..

3/8/2009

ห้างเปิดใหม่อีกแย๊ว… จุ๊กกรู๊…………


หายตัวไปนานเป็นเดือน มีเรื่องดองเค็มอยากจะเขียนมากมาย แต่ไม่ค่อยมีอารมณ์..
เพิ่งเปิดเทอมใหม่ด้วย ว่าแล้วมาเข้าเรื่องกันดีกว่า…

ประเทศเกาหลีเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สากับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก
โดยเฉพาะเมืองปูซานที่จีรศักดิ์สิงสถิตย์อยู่นี้ มองไปทางไหนมีแต่อภิมหาโปรเจกต์
ปีนี้ห้างยักษ์มีกำหนดจะเปิดอีกสองห้าง หนึงในนั้นเพิ่งเปิดไปเมื่อวันที่ 3 เดือน 3 ที่ผ่านมา
จีรศักดิ์เลยแวะไปเยี่ยมมันหน่อย แม้ไม่มีใครเชิญไปตัดริบบิ้นก็ตาม…

zz_DSC00778

ห้างนี้มีนามกรว่า Shinsegae แปลได้ว่า โลกใหม่ (หรือเปล่าหว่า)
อยู่แถวๆ Centum City ซึ่งเป็นเขตพัฒนาใหม่ริมชายฝั่งทะเล
เดิมในพื้นที่มีห้าง Lotte เป็นเจ้าถิ่นอยู่แล้ว พอห้าง Sinsegae มาเปิด
ห้าง Lotte ก็ดูกะจ้อยร่อยหมดความหมายไปในบัดดล
แต่ไม่วายห้าง Lotte ยังแอบเขียนป้ายประชดบนผนังตึกตัวเองว่า
“ขอแสดงความยินดีกับการเปิดตัวของห้าง Shinsegae นะจ๊ะ”
เอ๊ สองห้างนี้ มันเป็นญาติกันมาตั้งแต่ชาติปางไหนล่ะนี่ 

zz_DSC00792

ถ่ายให้ดูอีกด้าน มันอลังการมากเลยพี่น้อง ห้างนี้คุยโอ่ว่าชั้นเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย
แต่ขอโทษ จีรศักดิ์ว่ามันโม้ตามแบบฉบับเกาหลีนิยมมากกว่า มันใหญ่ก็จริง
แต่ก็ไม่ได้มโหรทึกขนาดนั้น ห้างเกาหลีแปลกอย่าง คือมันไม่มีพื้นที่ให้เช่าเหมือนห้างไทย
เจ้าของห้างเองเหมาพื้นที่เองเกือบหมดตามแบบฉบับเกาหลีที่นิยมทำอะไรครอบจักรวาล

ZZ_DSC00775

ชอบที่สุดคือชั้นขายของกินจ้า เลือกไม่ถูกเลย และตามประสาห้างเปิดใหม่
พนักงานกระตือรือร้นมากๆ แทบจะอุ้มลูกค้าเลย (คาดว่าสองสามเดือนข้างหน้า
ก็จะเริ่มเฉี่อยแฉะ ยืนแคะขี้มูกคุยกับลูกค้าได้อย่างไม่รู้สึกอะไร)

ปลายปีนี้ห้าง Lotte จะเปิดสาขาใหม่อีก และคาดว่าสาขาใหม่นี้
จะเป็นอภิมหาห้างอย่างแท้จริง จุ๊กกรู๊.. เมืองปูซานจะไม่บ้านนอกอีกต่อไปแล้ว
จะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่เมืองหลวงอย่างกรุงโซลได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ข่าวดีในช่วงนี้ก็คือ ค่าเงินวอนตกลงอีกแล้วท่านๆ พูดแบบง่ายๆว่า
จากสองปีที่แล้ว อาหารในภัตตาคารหรูๆคิดเป็นเงินไทยตกจานละ 400 บาท
ปีที่แล้วเหลือ 320 บาท วันนี้เหลือแค่จานละ 250 บาทเท่านั้น
กรี๊ดดดด มองไปทางไหน อะไรก็ถูก มาถูกประเทศแล้วจีรศักดิ์เอ๋ย เกาหลีจงเจริญ…

 
Photo 1 of 5
More albums (1)