6/12/2009
ฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา จีรศักดิ์เจริญอาหารมากไปหน่อย ห้องยิมก็ไม่ค่อยไป
ผลก็คือฉุขึ้นมา5 กิโล กรี๊ด…. ฝันร้ายกลางฤดูร้อน มาดูกันว่าหน้าตาจีรศักดิ์
จะบานไปได้ขนาดไหน จะเท่าจานดาวเทียมสามารถหรือไม่..
ว่าแต่จะให้ดูรูปหน้าอย่างเดียวก็กะไรอยู่ พาเที่ยวด้วยดีกว่า เผอิญไปเที่ยว
เมืองแทกูมา (Taegu) ไปกันทั้งชั้นเรียนภาษาเกาหลี ไปเช้าเย็นกลับ
จริงๆแล้วเป็นทริปที่ห่วยแตกมาก ไปวนรอบๆเมืองแทกู แต่ไม่ได้เข้าตัวเมืองเลย
แง๊ ไม่ย๊อม เอาตังค์เค้าคืนมา…..
GPS บวกกับ Google Map ในมือถือทำหน้าที่ของมันได้ดีมาก แผนที่ละเอียดทุกซอกซอย
แต่ในรูปซูมออกมาให้เห็นเมืองปูซาน จุดแดงข้างล่าง กับเมืองแทกู จุดแดงข้างบน
ส่วนลูกศรสีฟ้าเป็นตำแหน่งรถจ๊ะ ส่วนดาวไม่ต้องสนเพราะเป็นจุดกำกับตำแหน่ง
สถานที่ลับเฉพาะของจีรศักดิ์ ฮ่าๆ….แผนที่โหลดไวมาก เพราะเกาหลีไปถึง 3.5G แล้ว
ไม่เชื่อดูด้านบนของรูปสิ อิ อิ
มาแล้ว รูปสยองขวัญประจำปี ถ่ายกับอาจารย์ชาวเกาหลีที่ไปด้วย อาจารย์คนนี้ฮาจริงๆ
ในชั้นเรียนแกสามารถแปลงร่างเป็นอะไรก็ได้ ตั้งแต่ งู หมา แมว กระต่าย
หรือหัวไชเท้าที่ถูกขุดขึ้นมาจากดิน…
โฉมหน้าเพื่อนร่วมชั้น มีจีรศักดิ์เป็นคนเดียวที่ไม่ใช่คนจีน คำว่าจีนครองโลกไม่ใช่เรื่อง
ของอนาคต แต่เป็น ณ บัดนี้ต่างหากล่ะท่านๆ พนันได้เลยว่า อีกสิบปี
ป้ายจราจรของไทยต้องมีภาษาจีนกำกับด้วย.. ในรูปจีรศักดิ์บวมสุด
อุตส่าห์มาถึงเมืองใหญ่อันดับสามของเกาหลี แต่ดันพามาสวนป่า จีรศักดิ์แทบลงไปดิ้นตาย
(มหาลัยเป็นคนกำหนดสถานที่ไป) แต่คิดในอีกแง่ก็โอเคแหละ จีรศักดิ์รักต้นไม้ ดอกไม้
ชอบเสียงเพลง รักสุนัข (เหมือนเขียนไปลงคอลัมน์หาคู่แฮะ)
หน้าบานพอๆกับดอกไม้เลย พระเจ้าช่วย..
ถัดจากสวนป่า ก็ไปสวนป่าอีก แต่คราวนี้เป็นของเอกชน โอย อยากตาย รู้งี๊ไม่มาดีกว่า
จริงๆทั้งสองที่มันก็มีอะไรให้ดูเยอะอยู่หรอก แต่จีรศักดิ์อยากไปดูความสิวิไลซ์ด้วยอ่ะ
จริงๆที่เอารูปตัวเองมาประจาน เพราะจะลงไว้เป็นหลักฐานว่า จากนี้จีรศักดิ์จะตั้งใจ
ลดน้ำหนักอย่างเต็มที่ ให้กลับไปผอมเหมือนเดิม (ตอนนี้ห้าวันผ่านไป ลดได้กิโลนึงแล้ว)
ไปห้องยิมใต้หอพักทุกวัน มันช่างทรมานจริงๆ ขี้เกียจยังไงก็ต้องไป
ทุกคนเอาใจช่วยจีรศักดิ์ด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
6/6/2009
ฤดูร้อนมาแล้วอย่างสมบูรณ์ ไปไหนก็เดินเหงื่อตก ไม่ชอบเลยจริงๆ
สัญญาณบ่งบอกการมาถึงของหน้าร้อนคือ บรรดาแด๊นเซ่อร์หน้าห้าง Homeplus
ที่จะออกมาเต้นยั่วน้ำลายเสือป่ากระทิงเปลี่ยวทุกวันอาทิตย์ แต่ยิ่งร้อน เสื้อผ้าก็ยิ่งน้อยชิ้น…
คนเกาหลีเต้นเก่งจริงๆ ให้ตายสิ
แม้กระนั้น ก็ยังเหลือเวลาอีกเกือบสองเดือน กว่าจะปิดเทอมหน้าร้อน
เทอมนี้ ในคลาสภาษาเกาหลีที่จีรศักดิ์เรียน อาจารย์ในคลาสพยายามคะยั้นคะยอจีรศักดิ์
ให้เข้าประกวดสุนทรพจน์ภาษาเกาหลีของมหาลัย จีรศักดิ์พยายามปฏิเสธแต่ไร้ผล
อาจารย์บอกว่าเรียงความของจีรศักดิ์ตลกดี สำเนียงพูดในคลาสก็ใช้ได้
(แต่เวลาพูดจริงๆในชีวิตประจำวันกลับพูดไม่เป็นภาษาเลย) จีรศักดิ์เกรงใจอาจารย์
ก็เลยยอม ทั้งๆที่ตัวเองเกลียดการโชว์ร่างอวบอั๋นบนเวทีอย่างแรง
แล้วนี่จะเอาอะไรนักหนากับคนที่เพิ่งเรียนภาษาเกาหลีมาได้ปีเศษล่ะนี่

จีรศักดิ์ขึ้นไปพูดเรื่อง “การแสดงอารมณ์(ร้ายและร้อน)ของคนเกาหลี” เนื้อหาประมาณ
แอบกัดถีบคนเกาหลีนั่นแหละ แต่อาจารย์แอบนั่งฮากันขณะจีรศักดิ์พูดบ่อยๆ
ในที่สุดจีรศักดิ์ก็คว้ารางวัลที่สองมาได้ (ที่หนึ่งก็คือคนไทยรุ่นน้องจีรศักดิ์นั่นเอง กรี๊ดดด)
เงินรางวัลพันกว่าบาท กินข้าวสามสี่มื้อก็หมดแล้ว แต่ที่ได้มากกว่าคืออะไรน่ะหรือ
บรรดาอาจารย์ต่างชื่นชมว่าจีรศักดิ์พูดเก่งและชัดเจนมาก (เก่งเฉพาะในบทที่ท่องไปนั่นแหละ)
อาจารย์ที่สอนยังต๊กกะใจ เพราะตอนซ้อมพูดให้อาจารย์ดูยังตะกุกตะกัก (ก็แน่ล่ะสิ
ก่อนวันประกวด ท่องเป็นรอบที่กี่ร้อยแล้วก็ไม่รู้ ประกวดจบ บทที่ท่องยังหลอนในหัว
ไปอีกหลายวัน คุ้มไหมเนี่ยะ)
ที่แย่ที่สุดคือ นักเรียนต่างชาติหลายร้อยคนตอนนี้จำหน้าอ้วนๆของจีรศักดิ์ได้หมด
จริงๆแล้วความสุขของคนเราคือ being anonymous อยู่แบบไม่ต้องมีใครรู้จักมาก
แต่ตอนนี้ไปกินข้าวที่ไหน พวกนักศึกษาชาวจีนมองหน้าจีรศักดิ์ แล้วหันไปซุบซิบกัน
จับได้แต่คำว่า “ไท่กั๋วเหริน” (คนไทย..) บลา บลา บลา….
เอาอีกแล้ว มันนินทากรูกันอีกแล้ว เซ็งเป็ดจริงๆ…..
พักเรื่องเซ็งๆ มาเรื่องสบายๆดีกว่า ตอนนี้จีรศักดิ์ไปสตาร์บัคส์บ่อยขึ้น
เพราะค่าโทรมือถือของ Show ที่จีรศักดิ์เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ สามารถเอาแต้มจากการโทร
มาอัพเกรดขนาดของถ้วยกาแฟได้ ลั้นลา คุ้มจริงๆเลย ซื้อจ่ายแบบแก้วใหญ่
แต่ได้ไซส์จัมโบ้ จีรศักดิ์ได้แต้มได้เยอะมากเลย ขนาดเพิ่งใช้ได้เดือนเดียวนะนี่
พอใช้แต้มปั๊บ ก็มี SMS แจ้งทันที ว่าใช้แต้มไปเท่าไหร่ ที่ไหน เหลืออีกเท่าไหร่
เกาหลีจงเจริญ เย๊…..
ช่วงนี้ต้องไปห้องสมุดของมหาลัยปูซานบ่อยขึ้น เพราะต้องไปหาข้อมูลทำรายงาน
หนังสือภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นที่นั่นมีมากกว่า และใหม่กว่าของมหาลัยจีรศักดิ์
แต่ปกติถ้าไม่ใช่นักเรียนที่นั่นจะเข้าไม่ได้ สมัยก่อนจีรศักดิ์อ้างว่าเป็นนักเรียนต่างชาติที่นั่น
แล้วขอเข้าไป แกล้งทำเป็นพูดภาษาเกาหลีไม่ได้ ฮ่าๆๆๆ แต่มุขนี้ใช้หลายครั้ง
ท่าจะไม่ได้ผล ยิ่งตอนนี้เค้าเปลี่ยนระบบเป็นส่งบาร์โค้ดเข้ามือถือนักเรียน แล้วเอาหน้าจอ
ไปจิ้มกับเครื่องอ่านที่ทางเข้าห้องสมุด (เกาหลีนี่มันไปไกลจริงๆ) จีรศักดิ์คิดแปดตลบ
เพื่อหาทางเข้าไปอีกให้ได้ ในที่สุด ไม่มีอะไรเกินสมองน้อยๆของจีรศักดิ์
จีรศักดิ์ขอดูมือถือของเพื่อนจีรศักดิ์ที่เรียนที่นั่น แล้วเอากล้องมือถือถ่ายหน้าจอของมันเก็บไว้
พอถึงตรงทางเข้าก็เปิดอัลบั้มรูป ปรับขนาดให้พอเหมาะ แล้วเอาไปจิ้ม……. กรี๊ดดดดดดดดด
ใช้ได้ด้วยเว้ยยยยยยย จากนั้นจีรศักดิ์ก็สามารถเข้านอกออกใน ได้โดยเสรี
อะไรจะเสมอเหมือนปัญญาไม่มี ของไฮเทคก็โกงได้ด้วยวิธีพื้นๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
ปัญหาต่อไปก็คือ ถ้าถูกจับได้ จะต้องทำท่าแอ๊บแบ๊วอย่างไร
ให้ดูแล้วงามอย่างไทยๆ...
4/7/2009
วันอาทิตย์ที่ผ่านมานั่งทำรายงานแล้วเครียด เลยพาตัวออกไปให้ธรรมชาติบำบัด
นึกได้ว่าเมือง Jinhae แสนโรแมนติคที่เพิ่งไปมานั้น ยังสำรวจไม่ทั่วเลย
แถมนั่งรถไปชั่วโมงเดียวก็ถึง บขส.ก็อยู่ใกล้มหาลัย ก็เลยตัดสินใจกระโดดขึ้นรถไปอีกครั้ง
เมืองนี้มีต้นซากุระทั่วทุกหย่อมหญ้า แต่ถ้าจะดูต้นใหญ่ๆก็ต้องบุกเข้าไปในค่ายทหาร
ซึ่งเค้าจะเปิดให้เข้าได้เป็นพิเศษเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น ต้นใหญ่ไม่พอ
ยังเรียงรายไปจนสุดลูกหูลูกตา เหมือนจะเดินเท่าไหร่ก็ไม่ถึงจุดสิ้นสุด
ตอนแรกคิดว่าที่เกาหลีมีแต่ซากุระต้นเล็กๆ ไม่เหมือนที่ญี่ปุ่นที่มีต้นใหญ่ๆเยอะแยะ
ตอนนี้เปลี่ยนใจล่ะ ในรูปโปรดสังเกตว่าที่เกาหลีรถวิ่งชิดขวา
เวลาข้ามถนนจีรศักดิ์มักจะลืมตัว เผลอมองไปทางขวาก่อน
พอเห็นรถทางขวาไม่มี ก็ข้ามเล้ย.. เอี๊ยด.... เกือบตาย
ลืมไป จะข้ามถนนที่เกาหลี ต้องดูทางซ้ายก่อน จ๊ากกกกกก
เอาทหารเรือหน้าตี๋มาฝากเจ๊ดุษโดยเฉพาะ ได้ข่าวว่ามีแผนจะมาเที่ยวเกาหลี
เลยเอาภาพหนุ่มๆมาล่อเพื่อเพิ่มความอยาก รีบๆมาซะก่อนที่ค่าเงินวอนจะดีดตัวสูงขึ้น
ชุดเครื่องแบบทหารเรือที่เกาหลีสวยชนะเลิศ ของเมืองไทยแพ้ยับเยิน
วกไปอีกทางจะเดินไปได้จนสุดอ่าว และจะได้พบกับเรือรบหลายลำซึ่งจอดไว้ให้ปีนป่ายเล่น
ลูกเด็กเล็กแดงอาซิ้มอาซ้อมากันมืดฟ้ามัวดิน นึกฝันให้มันแล่นไปถล่มเกาหลีเหนือซักรอบ
ในฐานะชอบทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา ถือดีว่ามีพ่อเป็นจีนแดงคอยอุปถัมภ์…
เดินกลับเข้ามาในตัวเมือง มีงานออกร้านขายของมากมาย ซื้อขนมในงานกินสองอย่าง
แต่รสชาติสุดจะฝืนกลืนลงคอ ต้องรีบคายทิ้ง และเอาส่วนที่เหลือไปโยนถังขยะ
จีรศักดิ์ได้ปรัชญาการดำเนินชีวิตข้อใหม่ว่า อย่าซื้อของเวลามีงานออกร้าน
เพราะเค้าไม่ต้องมารับผิดชอบเรื่องรสชาติและความสะอาด ขายแล้วก็แล้วไป
ร้านไม่ได้ตั้งถาวร ไม่มีใครกลับมาด่าต่อว่าได้ ถึงจะต่อว่าก็เป็นเรื่องแปลก
เพราะnormของมนุษย์เราไม่ส่งเสริมการแสดงออกถึงความไม่พอใจได้อย่างชัดแจ้ง
กับสิ่งของราคาไม่กี่บาท จีรศักดิ์แค้นใจ จนต้องไปเดินปีนเขาที่อยู่ใจกลางเมือง
เพื่อดับความคับแค้น (โมโหหิวด้วยโว้ย) ซึ่งมีหอคอยตระหง่านอยู่ด้วย
วู๊ว มีกระเช้าขึ้นด้วย แต่อย่าหวังเลยว่าจะได้แอ้มเงินจีรศักดิ์ เพราะกะมาเที่ยวแบบประหยัด
แต่พอเดินขึ้นไปชั้นสูงๆ ก็เริ่มคิดว่า เฮ้ย นี่ชั้นกำลังทำอะไรอยู่…
หิวก็หิว เหนื่อยก็เหนื่อย
ไต่เขาขึ้นมาไม่พอ ยังต้องไต่หอคอยอีกแปดชั้น กรี๊ดดด….
แต่พอเห็นวิวก็หายเหนื่อย แสงอาทิตย์ยามอัสดง กระทบพื้นทะเล ย้อมผืนน้ำให้เป็นสีแสด
ต้นซากุระสีชมพูอ่อนที่กระจายเป็นหย่อมๆ ณ เมืองเล็กๆริมชายฝั่งทะเล
ถึงเป็นบ้านของเหล่าทัพเรือ แต่ก็เจือด้วยความละมุนละไม พาให้จีรศักดิ์หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
มองไปรอบๆก็เห็นว่า ยังมีอีกหลายที่ในเมืองนี้ที่ยังไม่ได้ไป แต่ไม่อยากค้างคืน
เพราะรายงานยังไม่เสร็จ ต้องรีบกลับไปปั่นก่อนที่จะไม่มีส่ง แล้วถูกอาจารย์กินหัว..
ลาตอนนี้ไปด้วยภาพดอกซากุระ ระยะประชิด เสน่ห์ของมันคือ
จะดูใกล้หรือดูไกลก็สวยทั้งนั้น แต่ละดอกของมันงามแต๊ มารวมกันเป็นพุ่มก็ยิ่งสวย…
ยิ่งตอนช่วงปลายอาทิตย์นี้ ตอนที่มันจะพร้อมใจกันร่วงพรั่งพรูลงมา
ช่างเป็นภาพ breath taking จริงๆ สวยจนแทบลืมหายใจ..
4/1/2009
อากาศที่อุ่นขึ้นเรื่อยๆ กระตุ้นให้ดอกซากุระในมหาลัยเริ่มผลิดอกและค่อยๆแย้มกลีบ
ให้จีรศักดิ์ได้ดูเป็นบุญตาอีกครั้ง ปีนี้ซากุระบานไว เพราะอากาศค่อนข้างอบอุ่น
ซากุระปกติจะบานแค่อาทิตย์เดียวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จากนั้นก็จะร่วงไปหมด..
อ้อ ที่เกาหลีเค้าเรียกซากุระว่า “พ๊อดก๊ด” นะจ๊ะ ชื่อจำยากจริงๆ
ซากุระในมหาลัยและในปูซานดูมาก็เบื่อแล้ว ซากุระบานในปีนี้ก็เลยคิดว่าต้องไปเสาะแสวงหา
ที่แปลกๆใหม่ๆ จีรศักดิ์ได้ข่าวว่า ที่เมือง Jinhae เมืองเพื่อนบ้านของปูซาน
ขึ้นชื่อมากเรื่องดอกซากุระ ถึงขนาดมีคำขัญของเมืองว่า
Flower and Sea, Romantic City JINHAE
วันนี้ฤกษ์ดีก็เลยนัดกันกับพรรคพวกกระเหรี่ยงชาวไทย
นั่งรถบัสไปเมือง Jinhae ใช้เวลาชั่วโมงเดียวก็ถึง
ถึงแย๊ว.. ไม่มีถนนไหนในเมืองนี้ไม่มีต้นซากุระ สมกับเป็นเมืองซากุระอย่างแท้จริง
มองไปทางไหนโลกก็เป็นสีชมพู อ้อ เมืองนี้เป็นเมืองทหารเรือ เพราะมีท่าเรือทหาร
มองไปทางไหนก็มีแต่ทหารเรือ และตึกที่เกี่ยวข้องกับทหารเยอะแยะไปหมด
ช่วงนี้มีงานเทศกาลในเมืองจึงมีการแสดงควงปืนของนายร้อยทหารเรือด้วย
แต่ไปไม่ทัน เซ็งเป็ดจริงๆ เพราะมาที่นี่หลังจากเลิกเรียน กว่าจะมาถึงก็เกือบบ่ายสามแล้ว
ในรูปโปรดสังเกตุพุงกะทิ ผลจากโรคยอดฮิตในฤดูใบไม้ผลิ
นั่นคือโรคกินยัดทะนาน มันจะเกิดอากาศหิวบ่อยๆ แถมกินเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยอิ่ม
แย่แล้วจีรศักดิ์..
ในเมืองมีสถานที่ชมซากุระมากมาย เที่ยวทั้งวันก็ไม่หมด ก็เลยต้องเลือกเอา
จีรศักดิ์เลือกมาสะพาน Romance (มันชื่อนี้จริงๆนะ ภาษาเกาหลีเรีกว่า”โรมังสึทาลี”)
เพราะใช้เวลาเดินไม่ไกลจากใจกลางเมือง กางแผนที่ตามประสากระเหรี่ยง
ถามทางเค้าเอาบ้าง ที่ถ้าเอา GPS มาก็คงสบายแล้ว ลืมหยิบติดมือมาด้วย
เลยต้องคลำทางเอา ใช้โหมดจมูกหมาดมฟิตๆมาเรื่อยๆ
คนหล่อกับวิวสวยอีกแล้ว… อมตะเหนือคำบรรยาย……
ดีแล้วที่เลือกมาวันพุธ คนไม่เยอะเท่าไหร่ นี่ถ้าเสาร์อาทิตย์สงสัยจะหาที่ถ่ายรูปไม่ได้แน่ๆ
อยู่ได้แป๊บเดียวพระอาทิตย์ก็จะตกแล้ว เสียดายยังเที่ยวไม่จุใจเลย
ถ้าช่วงนี้ว่างๆก็ว่าจะมาใหม่ เพราะยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองอีกเยอะมาก
ตอนแรกนึกว่าจะไม่ค่อยมีอะไร มาแล้วติดใจจริงๆเลย ซู๊ด…..
3/8/2009
หายตัวไปนานเป็นเดือน มีเรื่องดองเค็มอยากจะเขียนมากมาย แต่ไม่ค่อยมีอารมณ์..
เพิ่งเปิดเทอมใหม่ด้วย ว่าแล้วมาเข้าเรื่องกันดีกว่า…
ประเทศเกาหลีเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สากับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก
โดยเฉพาะเมืองปูซานที่จีรศักดิ์สิงสถิตย์อยู่นี้ มองไปทางไหนมีแต่อภิมหาโปรเจกต์
ปีนี้ห้างยักษ์มีกำหนดจะเปิดอีกสองห้าง หนึงในนั้นเพิ่งเปิดไปเมื่อวันที่ 3 เดือน 3 ที่ผ่านมา
จีรศักดิ์เลยแวะไปเยี่ยมมันหน่อย แม้ไม่มีใครเชิญไปตัดริบบิ้นก็ตาม…
ห้างนี้มีนามกรว่า Shinsegae แปลได้ว่า โลกใหม่ (หรือเปล่าหว่า)
อยู่แถวๆ Centum City ซึ่งเป็นเขตพัฒนาใหม่ริมชายฝั่งทะเล
เดิมในพื้นที่มีห้าง Lotte เป็นเจ้าถิ่นอยู่แล้ว พอห้าง Sinsegae มาเปิด
ห้าง Lotte ก็ดูกะจ้อยร่อยหมดความหมายไปในบัดดล
แต่ไม่วายห้าง Lotte ยังแอบเขียนป้ายประชดบนผนังตึกตัวเองว่า
“ขอแสดงความยินดีกับการเปิดตัวของห้าง Shinsegae นะจ๊ะ”
เอ๊ สองห้างนี้ มันเป็นญาติกันมาตั้งแต่ชาติปางไหนล่ะนี่
ถ่ายให้ดูอีกด้าน มันอลังการมากเลยพี่น้อง ห้างนี้คุยโอ่ว่าชั้นเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย
แต่ขอโทษ จีรศักดิ์ว่ามันโม้ตามแบบฉบับเกาหลีนิยมมากกว่า มันใหญ่ก็จริง
แต่ก็ไม่ได้มโหรทึกขนาดนั้น ห้างเกาหลีแปลกอย่าง คือมันไม่มีพื้นที่ให้เช่าเหมือนห้างไทย
เจ้าของห้างเองเหมาพื้นที่เองเกือบหมดตามแบบฉบับเกาหลีที่นิยมทำอะไรครอบจักรวาล
ชอบที่สุดคือชั้นขายของกินจ้า เลือกไม่ถูกเลย และตามประสาห้างเปิดใหม่
พนักงานกระตือรือร้นมากๆ แทบจะอุ้มลูกค้าเลย (คาดว่าสองสามเดือนข้างหน้า
ก็จะเริ่มเฉี่อยแฉะ ยืนแคะขี้มูกคุยกับลูกค้าได้อย่างไม่รู้สึกอะไร)
ปลายปีนี้ห้าง Lotte จะเปิดสาขาใหม่อีก และคาดว่าสาขาใหม่นี้
จะเป็นอภิมหาห้างอย่างแท้จริง จุ๊กกรู๊.. เมืองปูซานจะไม่บ้านนอกอีกต่อไปแล้ว
จะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่เมืองหลวงอย่างกรุงโซลได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ข่าวดีในช่วงนี้ก็คือ ค่าเงินวอนตกลงอีกแล้วท่านๆ พูดแบบง่ายๆว่า
จากสองปีที่แล้ว อาหารในภัตตาคารหรูๆคิดเป็นเงินไทยตกจานละ 400 บาท
ปีที่แล้วเหลือ 320 บาท วันนี้เหลือแค่จานละ 250 บาทเท่านั้น
กรี๊ดดดด มองไปทางไหน อะไรก็ถูก มาถูกประเทศแล้วจีรศักดิ์เอ๋ย เกาหลีจงเจริญ…