KONG's profilewww.jirasak.com PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    1/31/2009

    ไม่ใช่แค่รถไฟใต้ดิน..


    จีรศักดิ์ชอบนั่งรถไฟใต้ดินมากกว่ารถเมล์ แม้บรรดารถเมล์หลายสายจะมาจอดรอ
    ง้อจีรศักดิ์ถึงในมหาลัย แต่ขอโทษเถอะ รถเมล์ทุกสายขับอย่างกับพายุบุแคม
    (ไม่ลามกนะจ๊ะ มันเป็นสำนวนไทย) จากคนแทบจะไม่เคยเมารถ
    ก็กลายเป็นคนที่นั่งรถแล้วมักจะมีอาการเวียนหัวจนแทบอ้วก
    รถไฟฟ้าใต้ดินจึงเป็นพาหนะหลักของจีรศักดิ์ไปอย่างช่วยไม่ได้

    Z_DSC00267

    จากการนั่งรถไฟใต้ดินบ่อยๆ ทำให้จีรศักดิ์ได้สังเกตเห็นว่า
    รถไฟฟ้าใต้ดินในเกาหลี สามารถแปลงร่างตัวเองกลายเป็นสถานที่เหล่านี้ได้…

    โลกแห่งความศักดิ์สิทธิ์
    ชายในชุดสูท จะพาคุณไปสู่ความจริงแท้ ด้วยการป่าวประกาศความลับ
    ในการติดต่อกับพระเจ้า และชี้แนะการรับสาส์นจากพระองค์ผู้จะทรงรับบาปแทนมนุษย์ทั้งปวง
    (ดีดี จีรศักดิ์บาปเยอะ ช่วยเอาไปหน่อย)

    สถานสงเคราะห์
    ไม่ว่าคุณจะมีชีวิตที่ทุกข์ลำเค็ญขนาดไหน ก็จะมีคนเป็นสิบๆพร้อมเปิดใจรับฟังคุณ
    โดยไม่เดินหนี (จริงๆกรูลงไปไหนไม่ได้โว้ย.. มันอยู่ในรถไฟอ่ะ)
    และพร้อมจะให้เงินเล็กๆน้อยๆเป็นรางวัลสำหรับการเล่าเรื่องราวชีวิตลำเค็ญ
    เล่าเก่งมากยิ่งได้มาก เทคนิคอีกประการคือ
    การแจกกระดาษที่บรรยายชีวิตลำเค็ญให้อ่าน สักครู่ก็จะมาเดินเก็บคืน น่าแปลกที่
    ถึงแม้คนส่วนใหญ่ไม่อ่าน แต่ก็ไม่ทิ้งลงพื้น รอคนมารับเอาคืนอย่างแสนเชื่อง

    ชอปปิ้งสตรีท
    ไม่ว่าปากกา หมากฝรั่ง ร่ม หรืออะไรก็ได้ที่คุณอยากขาย ตะโกนเลยให้สุดเสียง
    ป้ายโฆษณาในรถไฟใต้ดินก็ยังไม่อาจมีอิทธิพลต่อผู้ซื้อเท่าเสียงจริงของจริง
    จับได้ ต้องได้ อับดุล.. อับดุล.. ปาหี่แบบไหนเอาให้เต็มที่เล้ย
    วันนี้เจอเทคนิคการขายแบบไหม่ บรรยายสรรพคุณเสร็จ
    ก็เอามาไล่แจกวางที่มือเลย ถ้าไม่เอาเดี๋ยวมาเก็บคืน สุดยอดจริงๆ
    ชอบปิ้งแนวใหม่ นั่งเฉยๆก็ซื้อของได้ สะดวกกว่าซื้อทางเนทอีก..

    เห็นปกติคนเกาหลีเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่น่าแปลกมากที่ทุกคนตั้งใจฟังบุคคลข้างบน
    อย่างสงบเสงี่ยม ไม่มีการโวยวาย ตะโกนไล่ หรือก่นด่า มันเป็นไปได้อย่างไรนี่…

    อ่านแล้วอาจจะนึกว่าจีรศักดิ์เป็นคนไม่มีหัวใจ ไม่เห็นใจคนอื่น
    แต่เคยเห็นข่าวที่เค้าไปสัมภาษณ์แม่ค้าที่แอบใส่สารแปลกปลอมในอาหารไหม
    ใครๆก็อ้างว่าต้องทำมาหากิน ไม่ทำก็ขายได้ลำบาก
    คำว่าต้องทำมาหากิน หมายถึงการทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องมีกติกาหรือไม่
    เห็นแม่ค้าแถวอนุสาวรีย์ชัยไหม ตั้งร้านขายกันจนคนต้องต้องลงมาเดินบนถนน..

    Z_DSC00259 

    นอกเรื่องอีกแระ เข้าเรื่องดีกว่า.. บางครั้งรถไฟใต้ดินก็กลายเป็นเครื่องแก้เซ็งของจีรศักดิ์
    โดยการเป็นพาหนะพาจีรศักดิ์ไปเพลิดเพลินกับทิวทัศน์แม่น้ำ
    คือรถไฟใต้ดินในปูซาน
    ถ้าออกนอกเมืองมันก็จะวิ่งขึ้นบก เอ้ย ไม่ไช่ วิ่งลอยฟ้าสิ
    ยิ่งตอนข้ามสะพานจะสวยมาก แกล้งนั่งเลยป้ายไปทางสะพานบ่อยๆ
    เพราะจีรศักดิ์เป็นคนชอบน้ำ (แต่ไม่ได้ชอบอ่างน้ำนะจ๊ะ อย่าเข้าใจผิด)
    พอเลยสะพานไปก็จะมีแต่ทุ่งนา เป็นธรรมชาติมากๆเลย ไม่น่าเชื่อว่าเกาหลี
    จะสร้างทางล่วงหน้าไปก่อนความเจริญ กลางทุ่งนาก็ยังไปจอด ของไทยเหรอ เหอๆ  

    1/28/2009

    กรุงโซล ภาครันทด (ตอนจบ)


    ชีวิตในโซลอยู่นานๆก็อึดอัด เพราะอะไรก็แคบ และต้องเบียดเสียด
    จริงๆไปอีกหลายที่ แต่ขี้เกียจเล่า เพราะส่วนใหญ่เป็นแหล่งช๊อปปิ้ง
    ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นหวือหวา ไว้วันหลังไปอีกจะเล่าให้ฟัง

    รถไฟใต้ดินในโซลมีหลายสายมาก จะไปไหนทีต้องนั่งสำรวจพักใหญ่
    ว่าจะต้องต่อรถยังไง ที่สถานีไหน แล้วจีรศักดิ์ก็ชอบเบ๊อะบ๊ะไปยืนผิดชานชาลาประจำ

    Z_DSC00691

    ตามแผนต้องอยู่โซลอีกสองวัน แต่การเดินเยอะมากในวันก่อนๆ
    ท่ามกลางอุณหภูมิติดลบทุกวัน ทำให้จีรศักดิ์ขาแตก เป็นรอยแยก
    อย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน เจ็บด้วย ต้องเดินเขย่งๆ
    เลยตัดสินใจกลับดีกว่า ไปถึงสถานีรถไฟเพื่อซื้อตั๋วกลับ
    ปรากฎว่าเจ๊คนขายบอกว่าตั๋วเต็มทุกเที่ยวทั้งวันนี้และวันถัดไป
    ฉิป๊ะ !! (คำหยาบเกาหลีจ๊ะ เด็กๆห้ามพูด)  นี่ชั้นมาทำอะไรช่วงปีใหม่พอดี
    โง่จริงๆ วันหลังถ้าเป็นช่วงปีใหม่ จีรศักดิ์จะจำศีลอยู่ที่ห้อง พร้อมกับมาม่าหนึ่งลัง

     แต่เดี๋ยวก่อน เจ๊คนขายให้แสงสว่างกับจีรศักดิ์ “ถ้าเป็น… ซ่อก ซ่อก ละมีนะคะ
    จะเอาเที่ยวไหน เลือกได้เลย”  อ้าวเจ๊ ไหนเมื่อกี๊บอกไม่มี
    ตั๋วอะไร ซ่อกๆ (คือมันฟังไม่ออกน่ะ) เอาทั้งนั้น ในที่สุด จีรศักดิ์ก็ได้ตั๋วมา
    แต่นึกเอะใจ ทำไมตั๋วราคาถูกกว่าขามา พออ่านดูบนตั๋ว
    เฮ้ย ไอ้อะไรซ่อกๆ นี่มันคือตั๋วอิบซ่อก (立席) แปลได้ว่าตั๋วยืนจ๊ะ
    กรี๊ดดด จะให้จีรศักดิ์ยืน5ชั่วโมงกลับปูซานใช่ไหม เท้าก็เจ็บอยู่ด้วย อร๊ากกกกส์ส์

    Z_DSC00713

    แต่ไฉนเลย ผู้มีบุญญาธิการอย่างจีรศักดิ์จะได้ยืน ตอนขึ้นรถไฟตาเหลือบไปเห็น
    ป้ายโบกี้คาเฟ่ เฮ้ย รถไฟชั้นต่ำเกาหลีขบวน Mugunghwa
    มีตู้คาเฟ่ด้วยเว้ย.. พอเหยียบเข้าไป โอ แม่เจ้า นี่มันสรวงสวรรค์นี่นา
    มีมุมนั่งกินกาแฟ ซุ้มขายอาหารเครื่องดื่ม ตู้เกมส์ ห้องคาราโอเกะ
    และมุมอินเตอร์เนตความเร็วสูง เกาหลีจงเจริญ !! เห็นแล้วนึกอนาถใจรถไฟไทยจริงๆ

      จีรศักดิ์ยึดมุมอินเตอร์เนต เผอิญมีคอมมันเสียตัวนึง เลยได้นั่งที่มุมอินเตอร์เนต
    ริมหน้าต่างกว้างบานใหญ่เป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว อลังการจริงๆท่าน
    ยังมีคนที่ได้ตั๋วยืนมากมายยืนอัดกันในโบกี้อื่นอย่างกับหมูรอส่งโรงเชือด ฮ่าๆๆๆ
    โชคดีจริงๆเรา
     

    Z_DSC00716

    ซื้อโดเรม่อนเวอร์ชั่นเกาหลีกลับมาด้วย (ที่ปูซานมันไม่มีขายอ่ะ)
    เป็นวิธีเรียนภาษาเกาหลีที่สุดแสนจะเพลิดเพลิน ไม่เข้าใจก็สะกิดรูมเมทเกาหลี
    แต่มันบ้าเล่นเกมส์จัด แล้วก็ใช่ว่ามันจะตอบได้ทุกอย่างนะน่ะ ขนาดภาษาไทยเราเอง
    คำว่า “เป็น” กับ “คือ” ต่างกันยังไง ยังหาคนไทยอธิบายได้ไม่ค่อยมีเลย กร๊ากกก

    กลับมาจากโซลคราวนี้ ทำให้จีรศักดิ์ได้เรียนรู้ว่า



    1. การเที่ยวแบกเป้ ไม่เหมาะกับคนอายุสามสิบอัพ

    2. การพักจิมจิลบังเกินสามวัน จะทำให้รู้สึกอึดอัด และไม่มีที่ไว้ของตอนกลางวัน

    3. ไม่ควรไปไหนช่วงปีใหม่เกาหลี (ตรุษจีนนั่นแหละ) อะไรก็ปิด แถมหาตั๋วรถไฟยากด้วย

    4. ฤดูหนาวเดินเหนื่อยง่ายกว่า เพราะต้องแบกเสื้อหนาว ผ้าพันคอ และโลชั่นไปด้วย

    5. หิมะเริ่มละลาย พอโดนคนเหยียบ มันจะอัดตัวกัน ทำให้เหยียบแล้วลื่นง่ายกว่าน้ำมันอีก

     

    โซลจ๋า ปิดเทอมฤดูร้อนอีกห้าเดือนข้างหน้า เจอกันใหม่…..

    กรุงโซล ภาครันทด (ตอนที่3)


    และแล้วจีรศักดิ์ก็หลุดเข้ามาในวังเคียงบกกุงรอบที่สาม แต่ครั้งนี้พิเศษสุดเพราะหิมะตกด้วย
    วังกลางน้ำสุดสวยของจีรศักดิ์กลายเป็นวังกลางน้ำแข็ง ชอบบรรยากาศแบบนี้จังเลย
    ดูขลังดี เวลาหิมะตก ทุกอย่างรอบตัวจะดูสงบอย่างประหลาด

    Z_DSC00648

    หน้าตาของคนนอนไม่ค่อยหลับเพราะแปลกที่ บวกกับความเหนื่อยล้าจากการที่ต้องแบกเป้
    สภาพจึงเป็นอย่างที่เห็น ข้อดีประการเดียวคือกลับมาแล้วน้ำหนักลดลงไปโลนึง อิอิ

    เดินไปได้ไม่นาน หิะก็หยุดตก กรี๊ดด ทำไมไม่ตกเยอะๆให้หนาเป็นฟุต
    นึกว่าจะได้เห็นวังแบบขาวโพลนไปทั่ว ฮือๆๆๆ 

    Z_DSC00657

    สระน้ำที่ล้อมพระตำหนักมรณะ (คงจำได้นะจ๊ะว่าใครถูกฆ่าตายในนี้)
    ก็กลายเป็นน้ำแข็งด้วย เจ้าหน้าที่ในวังเลยเปลี่ยนเป็นลานเล่นกระดานเลื่อนบนน้ำแข็งซะเลย
    ฟรีด้วย เห็นแล้วอยากกลับไปเป็นเด็กจัง แกล้งทำแอ๊บแบ๊วลงไปได้ไม๊เนี่ยะ..

    Z_DSC00666

    ตำหนักหลายแห่ง หลังจากถูกปิดปรับปรุงมาช่วงนึง ก็ถูกเปิดให้ชมอีกครั้ง
    (เออ เสร็จซะทีเถอะ ปิดมาเป็นชาติแล้ว) เปิดใหม่ใสปิ๊งเลย แดงเป็นแดง เขียวเป็นเขียว
    ตัดกับสีขาวของหิมะอย่างแรง

    Z_DSC00668

    ถ้าเดินทะลุประตูด้านหลังของวังมาจะเจอกับทำเนียบประธานาธิบดี
    (The Blue House) น่าจะเป็นทำเนียบที่บรรยากาศดีที่สุดในโลก
    ฉากหลังเป็นภูเขาสวยงาม แวดล้อมด้วยธรรมชาติ
    แต่เขาไม่ค่อยอยากให้ใครมาป้วนเปี้ยนแถวนี้หรอก
    ขนาดป้ายชี้ทางจากในวังมายังทำเนียบยังไม่มีเลย จีรศักดิ์เดินหลงออกมาหรอก
    ตำรวจเยอะมาก และคอยจับจ้องนักท่องเที่ยวตลอดเวลา
    อยากลองแกล้งทำท่าชักปืนออกมา จะเป็นยังไงหว่า..

     Z_DSC00673

    บางตำหนักก็ดูเหมือนจะสร้างใหม่
    สีของไม้ล้วนๆไม่ทาสีก็ดูดีเหมือนกัน ชอบตำหนักนี้มากเลย
    ขอมานอนค้างสักคืนได้ไหมเนี่ยะ…
    ที่แปลกอย่างหนึ่งคือ เมืองนอกแดดไม่แรง แต่ทำหลังคายื่นออกมาเยอะมาก
    เมืองไทยแดดร้อนเปรี้ยง แต่ทำหลังคายื่นออกมานิดเดียว ตลกสิ้นดี

    Z_03321

    กลับมาจิมจิลบัง นั่งดูหนังที่โหลดมาไว้ในโน๊ตบุ๊คตัวเก่ง เป็นหนังเกาหลีเรื่อง Ditto
    หนังนานแล้วหละ ดูแล้วแทบร้องไห้ เป็นเรื่องราวของชายหญิงที่อยู่คนละ พศ.กัน
    เกิดคุยกันทางวิทยุสื่อสารได้ ไปๆมาๆหญิงชายคู่นี้มีความเกี่ยวดองกันอยู่
    (ไม่ใช่แม่ลูกนะจ๊ะ) และฝ่ายชายซึ่งอยู่ใน พศ ปัจจุบัน ได้บอกให้ฝ่ายหญิง
    ให้รู้อนาคตของตัวเอง แต่.. มันเป็นอนาคตที่แสนเศร้าสำหรับฝ่ายหญิง

    มันเป็นเรื่องดีใหม ถ้าเราเกิดรู้อนาคตที่โหดร้ายของตัวเอง
    ใครตอบจีรศักดิ์ได้บ้าง….

    หนังเกาหลีมีดีดีเยอะมาก หนังที่ดีสำหรับจีรศักดิ์ไม่ใช่หนังที่หวือหวา
    แต่เป็นหนังที่ดูจบแล้ว ต้องนั่งกลับมาคิดแล้วคิดอีกแปดตลบ
    ไว้วันหลังจะเล่าให้ฟัง ว่ามีเรื่องไหนน่าประทับใจบ้าง…

    1/27/2009

    กรุงโซล ภาครันทด.. (ตอนที่2)


    Z_DSC00563

    บ่ายแก่ๆจีรศักดิ์ก็มาถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลี (National Museum of Korea)
    เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อสามสี่ปีที่แล้ว เห็นอาคารครั้งแรก วู๊ว แม่เจ้าโวย
    ประเทศเล็กเท่าหางอึ่งอย่างเกาหลีทำไมมีพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ขนาดนี้ได้
    (ภาพถ่ายตอนกลางคืนขากลับน่ะ) ที่เห็นในรูปนั้นเป็นแค่ส่วนของทางเข้านะ
    (แต่ก็ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลกอยู่ดี)

     Z_DSC00539

    ข้างในหรูฟู่ฟ่า มีศิลปะวัตถุมากมาย แต่เมื่อเทียบกับขนาดอาคารแล้วดูเหมือนว่ามีของโชว์
    ไม่มากเท่าไหร่ ต้องแบบไทยนี่..ของล้ำค่ามากมายกว่า แต่วางโชว์แบบถูกๆลุ๊คชี๊พ
    ยัดใส่ตู้กระจกอย่างกับตู้ขายของในโรงอาหาร ของเกาหลีนี่ถ้าชิ้นไหนสำคัญ
    จะมีห้องโชว์แยกต่างหากเลย และจัดแสดงได้ขลังอลังการมาก
    ว่ากันตรงๆโบราณวัตถุของเกาหลีบางชิ้นก็งั๊นๆแหละ เผลอๆถ้วยโถแบบนี้อาม่าเราก็มี
    กร๊ากๆ แต่เค้าจัดดิสเพลย์ได้เว่อร์ม๊ากมากๆๆๆๆๆ

    Z_DSC00548

     ศิลปะโบราณวัตถุล้ำค่ามาสเตอร์พีซอันดับหนึ่งของเกาหลี พระโพธิสัตว์ศรีอริยเมตไตย
    อยู่ในห้องมืดฉายไฟส้มๆให้ดูขลังมีดนตรีประกอบ แม่เจ้า ดูแล้วอินจริงๆ
    ชิ้นนี้เค้าห้ามถ่ายรูป แต่จีรศักดิ์ก็อุตส่าห์ถ่ายแชะๆมาซะหลายรูป (ไม่มีใครเห็นนี่หว่า)
    ทำเป็นวอลเปเปอร์คอมสวยอย่างแรง

    Z_DSC00537

    แต่ที่น่ารักที่สุดในพิพิธภัณฑ์คือตุ๊กตาโบราณในหลุมศพสมัยแรกๆของเกาหลี
    ตุ๊กตาเหล่านี้แสดงให้เห็นชีวิตของมนุษย์ที่ไม่พ้นเรื่องเซ็กส์ เกิด และตาย
    โดยเฉพาะเรื่องของความตายซึ่งมนุษย์เราปัจจุบันปฏิเสธและหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงมัน
    นักคิดบางคนกล่าวไว้ว่า “เราอยู่ในสังคมที่ปฎิเสธการตาย”
    เรามักหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงมัน หรือเตรียมรับมือกับมัน
    พอมันเข้ามากระทันหัน เราก็ทำอะไรไม่ถูก…  ในรูปคงไม่ต้องบอกว่าเค้าจะสื่อถึงอะไรนะจ๊ะ

    Z_DSC00717 

    มีห้องนิทรรศการอักษรเกาหลีด้วย
    คนเกาหลีภูมิใจในอักษรของตัวเองอย่างมากถึงมากที่สุด
    จีรศักดิ์เคยอ่านเจอจากหนังสือหลายเล่มว่าดีอย่างนั้นเลิศอย่างนี้
    แต่ขอโทษเถอะส่วนใหญ่ฟังดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่
    แต่พอมาพิพิธภันฑ์ก็เริ่มยอมรับถึงข้อดีมากขึ้น เอาที่จีรศักดิ์เห็นด้วยที่สุดก็คือ
    ความง่ายในการเขียนและความเร็วในการพิมพ์ (เหตุผลในเชิงเศรษฐศาสตร์)
    อักษรเกาหลีประกอบไปด้วยตัวพื้นๆแต่สามตัวท่านั้น คือ เส้นตรง จุด และวงกลม
    แต่เอามาต่อกันจนเกิดอักษรใหม่ และเป็นตัวที่ซับซ้อนขึ้น เหมือนตัวต่อเลโก้น่ะ
    ทำให้เรียนเขียนได้ไม่ยาก และพิมพ์บนแป้นพิมพ์ได้ไวมาก
    อย่างที่บอกไปแล้วว่า
    จีรศักดิ์เรียนรู้วิธีพิมพ์ภาษาเกาหลีในคีย์บอร์ดของมือถือได้ในระยะเวลาแค่นาทีเดียวเท่านั้น
    พอพิมพ์ได้แล้วก็สามารถพิมพ์ประโยคนึงได้ในเวลาสั้นมากๆ
    เผลอๆน่าจะสั้นที่สุดในโลกด้วย
    ภาษาไทยเหรอ กว่าจะคัดจนเป็น กว่าจะสะกดให้ถูก กว่าจะพิมพ์ภาษาไทยในมือถือ
    เสร็จหนึ่งประโยค… โอย จะตามชาวบ้านเขาทันไหม

        

    ข้อดีอีกประการของอักษรเกาหลีที่จีรศักดิ์เห็นด้วยก็คือ
    ถึงแม้ภาษาเกาหลีจะมีพยัญชนะ สระ และตัวสะกดเหมือนภาษาไทย
    แถมยังวางสระไว้ด้านข้างบ้าง ข้างล่างบ้างเหมือนภาษาไทย
    แต่ก็ไม่ยื่นหน้ายื่นหลัง แทงขึ้นแทงลงเหมือนภาษาไทย
    ทำให้ดูสวยไม่รกรุงรัง วางเลย์เอาท์แล้วสวยกว่า
    เป็นเพราะอะไรน่ะหรือ เพราะว่าอักษรเกาหลี ถ้ามีสระมาประกอบ
    ตัวพยัญชนะเองจะยืดหดได้หลายขนาด
    ถ้าดูรูปข้างบนคงจะเข้าใจ
    การเขียนจึงประหยัดบรรทัดกว่าภาษาไทยซึ่งต้องเว้นช่องไว้ตลอดบรรทัด
    เผื่อจะต้องเขียนสระบน หรือสระล่าง ดังนั้นภาษาไทยจึงเป็นภาษาที่
    ไม่ประหยัดกระดาษเอาซะเลย และดูรุงรังด้วย
    (เคยอ่านความเห็นของพวกนักดีไซน์เค้าก็บอกว่าภาษาไทย
    จัดวางทำลูกเล่นลำบากแล้ว แถมเขียนในแนวดิ่งไม่ได้ด้วย) 

    ใครเห็นด้วยบ้างเอ่ย....

    Z_DSC00580

     

    วันถัดมา จีรศักดิ์ไปเดินเล่นเรื่อยเปื่อย ตรอกซอกซอยก็ลองเดินเข้าไปดู
    แต่นี่เป็นช่วงปีใหม่ ร้านรวงจึงปิดมากกว่าครึ่ง (กรี๊ดด..จีรศักดิ์มาโซลทำไมนี่)
    อย่างไรก็ดี การเดินสำรวจในตัวเมืองอย่างหนักทำให้จีรศักดิ์ได้ค้นพบว่า
    เราสามารถเที่ยวสถานที่สำคัญในใจกลางเมืองโซลเกือบทั้งหมด
    โดยไม่ต้องพึ่งรถไฟใต้ดินเลย อย่างไรก็ดี การเดินมากไปได้ส่งผลกระทบ
    ต่อทริปบุกเดี่ยวของจีรศักดิ์ในที่สุด ไว้ตอนต่อไปจะเฉลยนะจ๊ะ 

    Z_DSC00607

    เดินเรื่อยเปื่อยมาจนถึงแถวหน้าวังเคียงบ๊กกุงอันแสนจะอลังการ ตอนแรกว่าจะไม่เข้า
    เพราะเข้าไปสองครั้งแล้ว แต่เผอิญหิมะตกพอดี ก็เลยเดินเข้าไปดูบรรยากาศในวัง
    ช่วงหิมะตกว่าจะสวยหรือไม่ ติดตามชมตอนต่อไปนะจ๊ะ

     

     

    1/26/2009

    กรุงโซล ภาครันทด.. (ตอนที่ 1)


    จีรศักดิ์กลับมาจากโซลแล้วจ้า ถือเป็นการเที่ยวกรุงโซลครั้งที่สามในชีวิต
    ครั้งแรกวันเดียวไม่ค้างคืน ครั้งที่สองค้าง2คืน ครั้งนี้ได้ลุยเดี่ยวเลยกะว่าจะอยู่สัก4-5คืน
    เป็นการเที่ยวแบกเป้และนอนจิมจิลบัง (ใครไม่รู้จักจิมจิลบัง โปรดอ่านตอนก่อนๆนะจ๊ะ
    แต่พูดแบบย่อๆคือที่พักที่ต้องนอนและอาบน้ำรวมกับคนอื่นน่ะ) เน้นประหยัด
    แต่ต้องอาศัยความอดทนสูง รถไฟก็ไม่เอารถด่วนความเร็วสูง เอารถแบบหวานเย็น
    แบบจอดทุกสถานี แต่ขอโทษ.. สภาพรถไฟหวานเย็นเกาหลีช่างต่างจากรถไฟไทยมากนัก
    ดูรูปข้างล่างสิ เหอๆ

    Z_DSC00393

    ปู๊นๆ รถไฟหวานเย็นขบวน Mugunghwa ราคาแสนถูกมาแล้วจ้า
    จีรศักดิ์ออกเดินทางแต่เช้าตรู่จากเมืองปูซาน 7โมงเช้ากลางฤดูหนาวฟ้ายังไม่แจ้งเลย
    ค่ารถไฟประมาณ700กว่าบาท ใช้เวลา5ชั่วโมงจึงจะถึงโซล
    ความเร็วประมาณรถไฟสปรินเตอร์บ้านเราอ่ะ

    Z_jsa

    พักแป๊บนึง มาดูกันก่อนว่าเป้าหมายหลักของการไปเที่ยวโซลครั้งนี้คืออะไร
    หลักๆคือไปเที่ยวแหล่งศิลปวัฒนธรรมและชายแดนเกาหลีเหนือจ๊ะ
    จีรศักดิ์อยากไปชายแดนเกาหลีเหนือมาก ตั้งแต่ดูหนังเกาหลีเรื่อง JSA
    ดูแล้วอินจริงๆแทบร้องไห้ ฉากหนึ่งในเรื่องคือพันมุนจอม (Panmunjom)
    ซึ่งที่นั่นจะมีทหารเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เฝ้าระวังกันแบบหายใจรดกันได้
    เค้าเปิดให้คนต่างชาติบางประเทศเข้าชมได้ (คนไทยก็อยู่ในลิสต์จ๊ะ)
    แม้แต่คนเกาหลีเองก็หมดสิทธิ์ไปเยี่ยมชมนะจ๊ะ
    การจะไปที่นั่นต้องซื้อทัวร์ไปเท่านั้น และมีข้อหนดเคร่งครัดหลายอย่าง 

    Z_DSC00399

    กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า พอขึ้นมาบนรถไฟ เฮ้ย ทหารทั้งโบกี้เลย กองทัพบกเกาหลี
    ส่งทหารมาคุ้มกันจีรศักดิ์อีกแล้ว (เอ.. มุขนี้ใช้ซ้ำท่าจะไม่ได้ผล..) แหะๆ ม่ายช่ายหรอก
    ช่วงนี้เป็นวันหยุดปีใหม่เกาหลีพอดี (ก็ตรุษจีนบ้านเรานี่แหละ) ดูสภาพเก้าอี้ในรถสิ
    ไม่นึกเลยว่านี่จะเป็นรถไฟที่ราคาถูกที่สุดในเกาหลี ไอ้อ้วนข้างหลังนอนอืดมาก
    ไม่แพ้จีรศักดิ์ในชั่วโมงถัดไป  

    Z_DSC00405

    รถไฟแล่นขึ้นเหนือ เริ่มมีร่องรอยหิมะที่หาไม่พบในปูซาน หลับตื่นนึงก็ถึงโซล
    พอถึงก็รีบใส่เกียร์หมาฝ่าลมหนาว อุณหภูมิ –8 องศา วิ่งไปค่ายทหารสหรัฐUSO
    เพื่อไปซื้อทัวร์ที่ทหารสหรัฐเป็นคนจัด  ซึ่งจะถูกมากเมื่อเทียบกับซื้อทัวร์ของบริษัทเกาหลีเอง
    ปรากฏว่าทัวร์งดในช่วงปีใหม่ และยังเต็มไปอีกหลายวัน จีรศักดิ์อยู่โซลนานขนาดนั้นไม่ไหว
    อดเลยเรา แง๊ๆ ไม่เป็นไร เอาไว้คราวหน้าก็ได้ พรมแดนสองเกาหลีไม่รีบหนีไปไหน
    ปิดเทอมฤดูร้อนนี้เจอกันแน่

    Z_DSC00432        

    เดินคอตกออกมาจากค่ายทหาร อากาศหนาวจัด เลยสอดส่ายหาที่หลบหนาว
    เจอตึกเบ้อเริ่มเลย ใหญ่ยักษ์มาก ในแผนที่บอกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สงคราม
    เลยเข้าไปเที่ยวเล่น นิทรรศการข้างในดูแล้วรู้สึกหดหู่มากกว่าเพลิดเพลิน
    เพราะตลอดประวัติศาสตร์เกาหลีไม่เคยได้พบพานกับความสงบสุข
    คงไม่มีประเทศไหนที่ไม่เคยว่างเว้นจากสงครามเหมือนประเทศเกาหลี
    สมัยก่อนรบกันเองระหว่างแคว้น ต่อมาโดนญี่ปุ่นรุกรานหลายครั้ง
    และตกเป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่น ได้รับเอกราชแป๊บๆประเทศก็โดนแบ่งเป็นเหนือใต้
    ต่อมาก็เจอเกาหลีเหนือบุกแบบสายฟ้าแลบ แม้แต่ตอนนี้ก็อยู่ในภาวะสงคราม
    (กับเกาหลีเหนือซึ่งเป็นคนประเทศเดียวกันนี่แหละ)
    ผู้ชายเกาหลีทุกคนต้องหยุดเรียนไปเป็นทหารสองปี
    เออ เป็นอบรมในค่ายให้หายบ้ากันบ้าง หลายคนมันเถื่อนจริงๆ

     Z_DSC00435

    เย็นๆเดินเล่นในเมืองสักพักก็เริ่มเหนื่อยเพราะต้องแบกเป้ คืนนั้นพักที่จิมจิลบัง
    ที่อยู่ในสนามกีฬาฟุตบอลโลก2002 (ในรูปถ่ายตอนเช้าวันถัดไปซึ่งหิมะตกหนัก)
    ไม่นึกเลยว่าในสนามกีฬาจะมีทุกอย่าง ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า โรงหนัง ร้านอาหาร ฟิตเนส
    Wedding Hall และจิมจิลบังด้วย นี่แหละผลของการที่รัฐบาลทำอะไรร่วมกับ
    private sector หรือภาคเอกชน รัฐบาลไม่ต้องเปลืองงบประมาณดูแลสนามกีฬาเลย
    ไม่เหมือนเมืองไทย เสร็จจากงานใหญ่แล้วแทบร้างเป็นป่าช้า ดูไร้ค่าและทรุดโทรม 

    เข้าเรื่องดีกว่า จิมจิลบังที่นี่ยังถูกกว่าที่อื่น แค่สองร้อยบาทต่อคืนแค่นั้นเอง
    แต่เสียดายต้องนอนรวมกันหมดทั้งชายหญิง เบาะนอนก็ไม่มี จีรศักดิ์ยิ่งเป็นคนนอนดิ้นด้วย
    ถ้าเบาะไม่มี รัศมีการนอนของจีรศักดิ์ก็จะปั่นป่วน ตื่นเช้ามาเป็นไปตามคาด
    ตีนจีรศักดิ์ไปแหย่หัวป้าเกาหลี ส่วนหัวจีรศักดิ์ไปซุกท้องผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้
    ไม่เอาแล้ว พักที่นี่คืนเดียวดีกว่า…

    Z_DSC00492  

    ตื่นสายจัดเลย ออกมาข้างนอก โอววว ขาวโพลนไปหมด เมื่อเช้าหิมะตกหรือนี่
    จริงๆวันนี้มีแผนจะไปเที่ยววังชางด๊อกกุง ที่ว่ากันว่าสวยสุดๆ แต่มันปิดช่วงฤดูหนาว
    (เอาอีกแล้วรันทดรอบสอง) เลยไปเที่ยววังท๊อกซูกุงแทน ค่าเข้าแค่ 30 บาท
    เอะใจแล้วว่าทำไมมันถูกผิดปกติ เข้าไปถึงรู้ว่ามันมีอาคารอยู่แค่7-8หลัง (แต่ก็สวยดีอ่ะนะ)
    จีรศักดิ์ชอบแบบอลังการงานสร้าง เข้าไปแล้วหลงหาทางออกไม่ถูกแบบวังเคียงบ๊กกุงมากกว่า  
    แต่จุดดีของวังนี้คือเค้าเปิดดนตรีโบราณเกาหลีประกอบด้วย โดยแขวนลำโพงไว้เป็นระยะ
    บิวท์อารมณ์ได้ดีมากเลย ราวกับหลุดไปอยู่เกาหลีในยุคโบราณ

    Z_DSC00503

    วังนี้มักถูกใช้เป็นที่พักสำรอง หรือไม่ก็เป็นวังพักร้อน มีอาคารสไตล์ยุโรปด้วย
    สองสามอาคาร เอาไว้อวดว่าเกาหลีเราก็มีอารยธรรม (เหมือนบ้านเราเลยเนอะ)

    Z_DSC00507

    ร้านกาแฟในวังน่านั่งมาก เสียดายจีรศักดิ์ไม่มีเวลานั่งแช่ และวิวที่มองออกไปด้านข้าง
    ก็ไม่ค่อยสวย เพราะตำหนักที่อยู่ข้างๆกำลังถูกบูรณะ
    (ช่วงนี้รัฐบาลเกาหลีไปกินอะไรมาก็ไม่รู้ บ้าบูรณะปรับปรุงมากๆ
    หันไปทางไหนมีแต่ปิดปรับปรุง ได้ข่าวว่ากำลังจะพัฒนาโซลให้เป็นเมืองหลวง
    ดีไซน์เลิศของโลก แต่มาซ่อมโป๊งเป๊งตอนจีรศักดิ์อยู่เกาหลีเนี่ยะนะ)

    หลังจากออกจากวัง จีรศักดิ์ก็ไปเดินเล่นในเมือง แวะร้านหนังสืออันแสนจะใหญ่โตโอ่อ่า
    สมกับเป็นเมืองหลวง กินข้าวกินปลา บ่ายแก่ๆ ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเกาหลี
    เห็นหน้าตาแบบจีรศักดิ์แบบนี้จริงๆรักความรู้นะจะบอกให้ อิอิ
    ชีวิตจีรศักดิ์ในเมืองหลวงจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป
    ขอบอกใบ้ว่า ทริปครั้งนี้รันทดจริงๆ…. 

     

    1/20/2009

    อลังการมากเลยพี่น้อง Lotte Premium Outlets (Gimhae)


    เมื่อวันก่อนขณะนั่งรถไฟใต้ดิน ตาเหลือบไปเห็นโฆษณาห้าง outlet เปิดใหม่
    นามว่า Lotte Premium Outlets เห็นรูปแล้วมันอลังการสุดๆ ช่างแตกต่างยิ่งนักจาก
    ห้างสรรพสินค้าLotteธรรมดาๆในเมือง ที่เหมือนเดินในกล่องใหญ่ๆไร้ความสุนทรีย์

    2009-01-20_223911

    กลับมาหอพักรีบเปิดเวปเสาะหาหนทางที่จะไปให้ถึงดวงดาว แต่พระเจ้าช่วย
    มันไกลจากตัวเมืองมากเลยพี่น้อง ต้องนั่งรถโดยสารไปอีกเมืองนึงที่อยู่ติดกัน
    แล้วไปต่อรถประจำทางอีกทอดหนึ่ง (ธรรมชาติของoutletทั่วไปมักจะเนรเทศตัวเอง
    ไปอยู่กลางทุ่งนาป่าเขา เพื่อกดต้นทุนให้ถูกจะได้ขายของได้ในราคาต่ำกว่าห้างทั่วไป)
    แต่อะไรเลยจะเป็นอุปสรรคขัดขวางวิญญาณชอบผจญภัยของจีรศักดิ์ และแล้ววันรุ่งขึ้น…

     xxx_IMG_1745

    จีรศักดิ์ชวนรุ่นน้องสาวชาวไทยไปร่วมผจญภัย เผื่อหลงทางกลับมหาลัยไม่ถูกจะได้
    มีเพื่อนร่วมชะตากรรม รูปถ่ายบนรถโดยสารระหว่างเมือง หากเกิดอะไรขึ้น
    เราจะได้มีหลักฐานไว้ กรุณาอย่าวิจารณ์ความอ้วนของจีรศักดิ์ ช่วงนี้เป็นฤดูหนาว
    เราต้องเข้าใจว่ามนุษย์จะสะสมไขมันเพื่ออบอุ่นร่างกาย ยิ่งช่วงนี้อุณภูมิติดลบทุกวันด้วย…

    xxx_IMG_1815

    หลังจากนั่งรถโดยสารข้ามน้ำข้ามทะเลมายังเมืองJang-yu และต่อรถโดยสารประจำทาง
    เพื่อออกมายังชานเมืองอีกที จีรศักดิ์ก็พาร่างกายมาเหยียบห้างoutletแบบครบสามสิบสอง
    มันเป็นการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่นับตั้งแต่ปีใหม่เพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเลย
    เนื่องจากป่วยเลยต้องนอนแอ๊บแบ๊วหมกตัวอยู่ที่ห้องเป็นอาทิตย์ๆจนอ้วนตุ..
    เอ..มาเข้าเรื่องดีกว่า
    วู๊ว ร้านค้าเยอะมากเลยพี่น้อง แข่งกันลดแบบเย้ยฟ้าท้าดินไม่เกรงกลัวกฎหมาย
    แต่คนไม่ค่อยมีอ่ะ เพราะเป็นวันอังคารของกลางฤดูหนาว

    xxx_DSC00308  

    โดยเฉพาะ Nike Reebok เลย Adidas ราคาโอเคเลย พอๆกับซื้อทางเนทในเกาหลี
    หรือบางชิ้นถูกกว่า แถมยังจับต้องลูบไล้ได้ ลองใส่ได้ ติดอย่างเดียวพนักงานที่เกาหลี
    ชอบเข้ามาประกบตัว แต่จีรศักดิ์มีอาวุธลับ แกล้งส่งเสียงกับเพื่อนเป็นภาษาไทยราวกับว่า
    ตัวเองพูดภาษาเกาหลีไม่ได้ พนักงานก็จะจรลีเปิดก้นหายแซ่บหายสอยไปเอง.. ฮ่าๆๆๆ
    จากนั้นเราก็จะสามารถรื้อค้นอะไรก็ได้อย่างมีความสุข ลั้น ลา

    xxx_DSC00352

    บรรยากาศสวยๆก็ทำให้คนหล่อขึ้นได้อีกอย่างไม่หยุดยั๊ง ไม่เชื่อดูในรูปสิ อิอิ
    คริสต์มาสที่อื่นจบไปแล้ว แต่ที่นี่ยังประดับไฟอย่างงดงาม อลังการจริงๆ

    xxx_DSC00326

    เดินจนหิวอีกทั้งๆเพิ่งกินข้าวกลางวันไป เลยเข้าไปนั่งชิลในฟู๊ดคอร์ทสุดหรูโซ้ยหมี่ผัดทะเล
    อย่างมูมมาม แซ่บสะใจมาพี่น้อง ซ่วบๆๆๆๆๆๆๆๆ แพงกว่าร้านทั่วไปนิดนึง
    แต่อร่อยกว่าหลายเท่า  อาหารใต้หอรสชาติเหมือนอาหารหมาไปเลย
    หมี่ผัดจานนี้สองร้อยเศษๆจ้า

    xxx_DSC00367

    กินเสร็จก็เดินๆๆๆ ต่อ เพื่อค้นหาของถูก แต่บางแบรนด์หรูเกิน
    ไม่กล้าแม้แต่จะเดินเฉียดหน้าร้าน สำหรับคนเกาหลีคงไม่แพงเท่าไหร่ แต่สำหรับจีรศักดิ์
    อาจารย์เงินเดือนต่ำสัดๆ อาจารย์ที่เกาหลียังได้เงินเดือนมากกว่าจีรศักดิ์สิบเท่า
    ไปบอกใครว่าเงินเดือนเท่าไหร่มีแต่คนหัวเราะ สมเพชตัวเองจริงๆ สมเพชประเทศไทยด้วย..
    เข้าเรื่องดีกว่า.. Outlet แห่งนี้บรรยากาศราวกับไม่ใช่เกาหลี งดงามทุกซอกทุกมุมจริงๆ

    xxx_IMG_1830

    มาตั้งแต่บ่าย กว่าจะได้กลับก็ค่ำมืด แต่ขอโทษ ไม่ได้ซื้ออะไรกลับมาสักชิ้น
    เพราะว่าอะไรน่ะหรือ หึ หึ เพราะว่าจีรศักดิ์มีกำหนดจะไปฟุ้งเฟ้อที่กรุงโซลอันใหญ่โต
    อีกครั้งปลายสัปดาห์นี้ (เอ๊ ไหนว่าเงินเดือนต่ำ) เพื่อไปสำรวจให้ถึงทุกซอกทุกมุม
    ของความสิวิไลซ์ในแดนกิมจิ คาดว่าจะไปค้างคืนสักสามสี่คืน
    ไว้กลับมาแล้วจะมาเล่าสู่กันฟังนะจ๊ะ