10/25/2008
จีรศักดิ์กลับมาจากไปเที่ยวกรุงโซลแล้วจ้า คราวนี้ไปแบบพักค้างคืน2คืน
โดยขอติดรถของคณะทัวร์ของนักเรียนที่มาจากเมืองไทย
ตอนไปโซลคราวที่แล้วไม่ได้ค้างคืน ก็เลยไม่ได้สัมผัสกับโซลอย่างเต็มอิ่ม
มาคราวนี้มีเวลาสองคืนสามวัน มาติดตามดูกันว่าจีรศักดิ์ไปตระเวนที่ไหนมาบ้าง
เมืองหลวงแห่งนี้อยู่ในชัยภูมิที่ดีเลิศ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำฮั่นสายใหญ่มากๆๆ
(น่าจะใหญ่กว่าเจ้าพระยาอีกนะ) มีภูเขาและเนินเขาใหญ่น้อยกระจัดกระจาย
ทำให้ตัวเมืองดูแปลกตา ถ่ายรูปออกมาก็สวยสะบัด
เรานั่งรถของมหาลัยออกจากปูซานตอนเช้ามืด ถึงโซลก็เกือบเที่ยง
รถเฉียดมาถึงชานกรุงโซลแล้ว เห็นหอคอยสัญลักษณ์ประจำเมืองอยู่ลิบๆ
โชคร้ายตรงที่อากาศไม่เป็นใจเลย ปกติช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงนี้
ฝนไม่น่าจะตกมาก แต่จีรศักดิ์มาโซลฝนตกทุกวันเลย หนาวด้วย คั่กๆๆๆ
พอรถถึงกรุงโซล เราก็รีบตาลีตาเหลือกวิ่งลงไปดื่มด่ำความศิวิไลซ์ของเมืองหลวง
จริงๆปูซานที่เราอยู่กันมันก็เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของเกาหลีนะ แถมเป็นเมืองท่าด้วย
แต่ไม่ว่าประเทศไหนเมืองหลวงมันก็คือสุดยอดของประเทศนั้น จริงแมะ
"อินซาดง" คือที่แรกที่เราพุ่งตัวไปเยียบ มันเป็นแหล่งรวมศิลปะและแหล่งชอปปิ้งของที่ระลึก
ได้รับการขนานนามว่าเป็น"พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต" แม๊ เรื่องคิดคำเว่อร์ๆนี่ไม่มีใครเกินคนเกาหลี
โฉมหน้าของจีรศักดิ์ชัดๆกับร้านอาหารบรรยากาศดีสไตล์เกาหลีที่เราใช้เป็นที่กินข้าวกลางวัน
ให้ดูรูปก่อนที่ภาพต่อจากนี้จะมีแต่รูปจีรศักดิ์เปียกมะล่อกมะแล่กเพราะฝนตกทั้งวันทั้งคืน
พอถึงตอนนั่งรถกลับปูซาน ฟ้าใสกระจ่างขึ้นมาทันที ฮืม เทพเจ้าเกาหลีองค์ไหน
แกล้งจีรศักดิ์ได้ลงคอ
พออิ่มได้ที่ เราก็ไปบุกวัง "เคียงบ๊กกุง" อันแสนจะอลังการ วังนี้เดินจากอินซาดง
ใช้เวลาแค่ 10 นาทีเอง ไม่น่าเชื่อเลยว่าทิวทัศน์แบบนี้จะเป็นใจกลางกรุงโซลอันใหญ่โต
จีรศักดิ์ชอบวังนี้มาก มากี่ทีก็ไม่เบื่อ ถึงแม้วังนี้จะซ่อมนั่นซ่อมนี่อยู่นั่นแล้วไม่รู้กี่ชาติจะเสร็จ
ภาพที่เห็นเป็นประตูทางเข้าชั้นในจ๊ะ พอถึงตอนนี้ฝนก็เริ่มตกปรอยๆ
วันนี้เราได้ป้าเกาหลีที่ยังสาวด้วยมือแพทย์(อีกแระ)มาเป็นไกด์ให้ ภาษาอังกฤษของเจ๊
อลังการมาก แบบว่าเจ๊มีภาษาและสำเนียงเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครในโลกนี้
ในเมืองไทยไกด์บางคนก็เป็นแบบนี้ แบบว่าพอเราพูดอะไรซ้ำอยู่ทุกวัน มันก็มีแนวโน้มที่
สำเนียงมันจะปิดเบือน เหมือนเวลาเราได้ยินคนขายหาบเร่ตระโกนขายของเป็นเพลงนั่นแหละ
แล้วเจ๊แกมั่นมาก ราวกับกำลังพูดอยู่บนเวทีประกวดนางงามจักรวาล ถ้าเจ๊พูดว่า
"I Love Children" ละก็ใช่เลย...
อาจารย์นภชาเสนอหน้าเข้ามาในรูปโดยตั้งใจ ทำเอาจีรศักดิ์ดูผอมลงไปถนัดตา
เปียกยังไงพวกเราก็จะเดินต่อไป ส่วนเจ๊ไกด์สาวมั่นหายหน้าไปแล้ว เจ๊บอกว่าฝนตก
เจ๊พามาได้แค่ครึ่งเดียว จากนี้คลำหาทางออกจากวังกันเอาเองนะจ๊ะ กรี๊ดดดดดด....
พาวิลเลี่ยนนี้ เคยเป็นที่ประทับของราชินีเกาหลี และเธอก็ถูกลอบปลงพระชนม์
โดยทหารญี่ปุ่นที่นี่ มิน่าเค้าห้ามผ่านสะพานเข้าไป กลัวคนมาเที่ยวจะเจอผีราชินีนี่เอง
จินตนาการภาพเจ้าหญิงเกาหลีบอบบางถูกดาบซามูไรฟันแล้วสยองแทนจริงๆ
รีบจ้ำไปพาวิลเลี่ยนอื่นดีกว่า บรื็อออออ.....
ยิ่งเดินก็ยิ่งเปลี่ยว แต่ธรรมชาติยิ่งสวย วิวตรงนี้เคยถ่ายลงบลอคให้ดูไปแล้ว
ตอนจีรศักดิ์มาเที่ยววังนี้เมื่อสองปีก่อน แต่อยากถ่ายให้ดูอีก เพราะมันสวยจริงๆ
ถ้าฟ้าใสและเป็นช่วงกลางฤดูใบใม้ร่วงคงจะสวยกว่านี้มากเลย
ไม่เป็นไร จีรศักดิ์จะมาที่นี่อีกหลายๆครั้ง มาทีไรก็ทักทายเหล่าต้นไม้ว่า
"สบายดีไหมจ๊ะ อากาศหนาวไหม เดี๋ยวให้แพทย์หลวงดูให้นะ ถ้าลำต้นเจ้างามได้รูป
เดี๋ยวจะส่งไปแกะสลักที่ศูนย์ศิลปาชีพ" อุ๊บส์ เอาเท้าแหย่เข้าตารางแล้วไหมเรา....
แต่บางต้นก็เปลี่ยนสีเจิดจรัสสุรัสวดีเรียบร้อยแล้ว(จะใช้คำยาวๆไปทำไม..ไม่เข้าใจตัวเอง)
คนหล่อกับไม้งาม อย่างไรก็เป็นของคู่กัน (เบื่อกันแล้วใช่มะ กันสำนวนแบบนี้)
ตกค่ำ เราเหวี่ยงจากขั้วศิลปะวัฒนธรรม มาที่ขั้วของความสนุกสนานไร้สาระ
ย่านเมียงดงยามค่ำคืนมีหนุ่มสาวเกาหลีมาชอปหลุดโลก รวมทั้งคนไทยจำนวนมหาศาลด้วย
ได้ยินภาษาไทยตรงนั้นตรงนี้ นึกว่านี่เป็นสีลมซะอีก นี่แหละ ผลจากกระเสเกาหลีฟีเว่อร์
รัฐบาลเกาหลีโปรโมทประเทศมาถูกทางจริงๆ
คนเกาหลีนี่แปลกมาก พจับคู่มีแฟนปั๊บ ผ่านไปวันเดียวก็จับมือถือแขนจูบกันดูดดื่ม
ราวกับรักกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน ดูแล้วจะอ้วกแทนเพราะคู่รักมากมายชอบกอดรัด
ฟัดเหวี่ยงในที่สาธารณะอย่างไม่เกรงสายตาประชาชี จีรศักดิ์มองตาร้อนผ่าว
พอตาถูกน้ำฝนเกิดเสียงดัง"แช่"เหมือนหยดนี้ลงบนหม้อร้อนๆ...
แย่แล้ว ก่อนหิมะตกปีนี้ "ฉานต้องทำ ทำอะไรสักอย่างแล้วววว"
ร้องเพลงป้างไปเดินไปด้วย....
ชีวิตจีรศักดิ์ในกรุงโซลอันแสนจะศิวิไลซ์แห่งนี้จะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป...
10/20/2008
มันเป็นเทศกาลที่จีรศักดิ์ตั้งตารอคอยมานานหลายเดือน และแล้ว.. วันนี้ก็มาถึง
งานเทศกาลดอกไม้ไฟอันแสนจะยิ่งใหญ่แห่งเมืองปูซาน (Pusan Multimedia
Fireworks Festival) แถมจัดที่ริมหาดกวางอัลลี (GwangAlli) ด้วย
ได้ข่าวว่างานนี้คนเป็นล้านจะไปอัดกันแบบมืดฟ้ามัวดินที่ชายหาด จีรศักดิ์ก็เลยไป
ตั้งแต่ไก่โห่ 4 โมงเย็น ทั้งๆพลุนัดแรกจะถูกจุดในเวลาสองทุ่ม
แค่เห็นผู้คนก็จะเป็นลม แถมตำรวจมากันเป็นฝูงอย่างกับจะมีจลาจล
(ได้ข่าวว่าวันนั้นเกาหลีเหนือกำลังจะประกาศอะไรสำคัญสักอย่าง
และกักทูตต่างประเทศไว้ไม่ให้ออกนอกประเทศ ด้วยเหตุนี้มั๊งตำรวจเลยเยอะเป็นพิเศษ)
กรี๊ด.. ทำไมรูปนี้ดูอ้วนกว่าความเป็นจริง.. จุดเด่นของหาดนี้คือจะเห็นสะพาน
ทอดยาวข้ามอ่าวสุดแสนจะโรแมนติกทั้งกลางวันและกลางคืน
จีรศักดิ์อาศัยวิชามารช่วงชิงที่นั่งริมทะเลสุดวีไอพีมาได้ เพื่อที่จะได้เห็นพลุชัดๆ
แต่พอยิ่งใกล้เวลาจุดพลุก็มีอาซิ้มอาม่าเกาหลีมานั่งหน้าจีรศักดิ์กันเป็นโขยง
นึกแช่งให้คลื่นทะเลซัดอาม่าที่มาทีหลังดังกว่าให้จมทะเลมอดม้วยมรณา
(และคำสาบแช่งของข้าพเจ้าก็เป็นจริง เดี๋ยวมาว่ากันต่อไป...)
ว่าไปแล้วมาทีหลังก็ต้องไปนั่งข้างหลังสิ ใช่ไหม
หกโมงเย็น ฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว ยังต้องรอต่อไปอีกสองชั่วโมง เป็นการรอที่ไร้สาระที่สุด
ในชีวิต รอสี่ชั่วโมงเพื่อที่จะดูพลุชั่วโมงเดียว อาซิ้มอาม่าเริ่มมาเบียดบังรอบทิศทาง
อากาศก็เย็นลง รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนกเพนกวินอย่างไงอย่างงั๊น
ใกล้เวลาแสดงพลุ เรือจุดพลุใหญ่่ขนาดเรือรบสองสามลำแล่นเข้ามาที่อ่าว ไฟสะพานดับ
และวินาทีนั้น การที่เรือกลับตัวก่อให้เกิดคลื่นลูกใหญ่มากระทบฝั่ง อาซิ้มและลูกเด็กเล็กแดง
หนีตายจ้าละหวั่น พลุเริ่มพอดี แต่ดูคนหนีตายมันส์กว่า สะใจจริงๆ กร๊ากๆๆ และไฉนเลย
เกิดเป็นคนเกาหลีไม่เคยกลัวอะไร คุณเธอข้างหน้าแทนที่จะเผ่นออกไป กลับเขยิบหนีคลื่น
มาข้างหลัง จากที่นั่งสบายๆ จีรศักดิ์เลยถูกเบียดเสียดไปด้วยอาม่าหนีน้ำไปโดยปริยาย
พลุนัดแรกไม่ทำให้ผิดหวัง ตอนแรกคิดในใจ บรรดาอาม่าจอมเว่อร์ทั้งหลายมันต้องกรี๊ด
ลั่นหาดให้เป็นที่ระคายหูแน่ๆ ไปๆมาๆจีรศักดิ์กรี๊ดดังกว่าอีก เพราะประทับใจสุดๆ
พลุหลากสี หลายขนาด หลากลีลาแข่งกันเปล่งรัศมีกระทบท้องน้ำ
เสียงประทัดลั่นกระทบอก เหมือนจะปลุกชีวิตที่แห้งแล้งเหนื่อยล้า
ให้กลับมามีพลังอีกครั้งหนึ่ง
แสงเสียงประกอบก็ยอดเยี่ยม บางช่วงๆช้าใช้เพลง Enya บางช่วงก็คึกคักร้อนแรง
ชุดสุดท้ายปล่อยพลุเต็มพิกัดสว่างไสว หนึ่งชั่วโมงเหมือนแค่ห้านาที จบแล้วเหรอนี่
กรูแบกสังารมาดูอะไรแป๊บเดียวเอง จีรศักดิ์คิดในใจ
ตอนกลับ ใครๆก็อยากกลับบ้านเร็วๆ แต่ขอโทษกว่าจะหลุดออกมาจากหาดนรกได้
เกือบหมดพลังชีวิต สถานีรถไฟใต้ดินคนแน่นขนาดตำรวจต้องกั้นและปล่อยคนลงไป
เป็นระยะ ไปถึงชานชาลามีทหารคุมอีกนับสิบ ถึงเหนื่อยยังไงแต่ก็เป็นอะไรที่ประทับใจมากๆ
ปีหน้าถึงได้ดูอีกครั้งนึง ไม่เป็นไร ของดีแบบนี้รอเป็นปีก็ยังไหว อิ อิ
10/8/2008
มีคนบอกอยากเห็นรูปชัดๆตอนจีรศักดิ์ผมยาวแล้ว อืม.. ว่าไปแล้วก็อยากจะเอารูปลง
ไว้เป็นอนุสรณ์เพราะไม่เคยปล่อยให้ผมของตัวเองยาวขนาดนี้ โดยเฉพาะผมด้านหลัง
ซึ่งเคยชินกับการถูกปัตตาเลี่ยนไถ ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นให้ช่างซอยเอา
อืม..จากถูไถ..เป็นซอย.. (อย่าคิดลึกสิ)
ว๊าก ลิมโฟโต้ชอบลบผมหงอกออก.. ชอบทรงผมแบบตอนนี้มาก มันดูแล้วไม่เป็น
ตาแป๊ะเหมือนสมัยผมสั้นๆ แถมไปดัดมาหน่อยด้วย ร้านตัดผมที่เกาหลีไม่แพงแฮะ
แถวๆมอนี่ก็ตัดสระประมาณสองร้อยกว่าบาท ถ้าดัดด้วยก็อยู่ที่ประมาณเจ็ดร้อยกว่าบาท
ร้านก็ดี มีเนทให้เล่นระหว่างรอช่าง และมีทีวีส่วนตัวทุกเก้าอี้ ตัดผมไปดูข่าวไป
ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก ประมาณมีดาราฆ่าตัวตายอะไรประมาณนั้น ญาติเยิ่ดร้องไห้กันระงม
เอ้า มาดูด้านหน้ากัน ผมข้างหน้าไปตัดให้สั้นลง หลังจากดัดมาแล้วเกือบสองเดือน
(ทำไมดัดแล้วมันอยู่ได้นานจังวะ สงสัยน้ำยาแรง มิน่าดัดมาใหม่ๆรู้สึกมึนไปเป็นวันๆ)
โปรตสังเกตความเปลี่ยนแปลงอื่นๆ หน้าผอมลงนิดนึงเพราะช่วงนี้วิ่งที่ฟิตเนสใต้หอทุกวัน
แถมขาวขึ้นทั้งตัว เวลาอาบน้ำมองกระจก กรี๊ดดด ทำไมกรูขาวขึ้นขนาดนี้....
ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างไปไหน เพราะรายงานเยอะ ช่วงนี้มีงานเทศกาลหนังนานาชาติด้วย
(Pusan Inernational Film Festival) เป็นงานระดับโลกเลยทีเดียว
(เอ..ถ้าสองทีจะดีกว่าไหม) เค้าจัดที่ริมทะเล ดารามากันเพียบ
(ดูในทีวีตอนพิธีเปิดนะ) แต่ขอโทษจีรศักดิ์ไม่รู้จักซักคน รู้จักแต่ลุงๆป้าๆขายของใต้หอ...
อาทิตย์หน้าจะมีนักเรียนมาจากเมืองไทยประมาณสิบคน มาทัศนศึกษาที่เกาหลีสิบวัน
จีรศักดิ์จะขอติดไปเที่ยวด้วย จะไปโซลด้วยแหละ ดีเลยจะได้ไปชุบตัวที่เมืองหลวงสักครู่
งานนี้คงจะมีอะไรมาเล่าให้ฟังกัน คอยติดตามนะจ๊ะเด็กๆ