11/29/2008
จีรศักดิ์หายไปนานอีกแล้ว นานจนตอนนี้เริ่มเข้าสู่ปลายฤดูใบไม้ร่วง
(ร่วงเยอะจริงๆดูในรูปสิ) อากาศหนาวขึ้นมาก ฤดูนี้จึงเป็นฤดูแห่งการเจริญอาหาร
ต้องกินเยอะๆเพื่อเผาผลาญให้ร่างกายอบอุ่น เตรียมรับฤดูหนาวอันแสนหฤโหด
ที่จะมาเยือนในเดือนหน้า (เป็นข้อแก้ตัวทั้งเพ อิอิ)
ซื้อเสื้อหนาวใหม่อีก3ตัว ทำไมบ้าซื้ออย่างนี้ก็ไม่เข้าใจตัวเอง แต่เสื้อหนาวเกาหลีก็ไม่แพงนะ
เฉลี่ยตัวละพันบาท จีรศักดิ์เป็นโรคดัดจริด หนาวน้อยต้องใส่ตัวนี้ หนาวปานกลางใส่ตัวนั้น
หนาวมากใส่ตัวโน๊น ตอนนี้เลยมีเสื้อหนาวทั้งหมด 6 ตัว (กำลังสั่งซื้อทางเนทอีกตัว
ก็จะรวมเป็นเจ็ดตัวเจ็ดวันพอดี) กรี๊ดด บ้าไปกันใหญ่แล้ว… เต็มตู้เสื้อผ้าแล้ว…
หนาวอย่างนี้ ในหัวจึงมีแต่เรื่องกิน และ กิน เพื่อนคนเกาหลีชวนไปกินปูยักษ์
จีรศักดิ์ชอบเนื้อปูแม้ว่าจะแกะไม่ค่อยเป็น ในเมื่อมีคนชวนก็ไป
เราสั่งมาสองตัวสำหรับกินสามคน รวมเป็นเงินพัน1800บาท
จริงๆยังถือว่าน้อยไปสำหรับสามคน แต่ตอนนี้เป็นช่วงสิ้นเดือนนี่นา..
อูยยส์ ที่เห็นห้อยเป็นยวงนั่นเนื้อล้วนๆ ขาเดียวนะนั่น ไม่ใช่ก้ามมันด้วย
ก้ามมันจะใหญ่กว่าเยอะ รสชาติราวกับเป็นปูที่ตกจากสวรรค์
หนาวเจี๊ยบชื่นใจสดใหม่ฆ่าแล้วต้มตรงนั้นเลย เปลือกก็บางแกะไม่ยากเลย
จริงๆจีรศักดิ์เคยแพ้อาหารทะเลอย่างรุนแรง กินแล้วเป็นลมพิษขึ้นเต็มตัวแถมปากเจ่อเป็นครุฑ
แต่ตอนนี้อาการคังกล่าวไม่ปรากฎ กินได้เท่าใจอยาก กุ้ง หอย ปู ปลา กินได้หมดเลยจ้า
สวรรค์โปรดจริงๆ…… ในรูปมีปลาสองตัว ช่วยกันหาหน่อยเร๊วว..
(เป็นภาพประกอบที่น่าเกลียดที่สุดตั้งแต่โพสต์มาในชีวิตนี้)
11/3/2008
ราตรีในกรุงโซลสว่างไสวและคึกคัก แต่ก็ยังมีมุมสงบให้จู๋จี๋และจี๋จู๋มากมาย
ยกตัวอย่างเช่นริมคลองชองเกชอนที่ไหลพาดผ่านใจกลางเมืองแห่งนี้
แต่ก่อนมันเคยเป็นคลองที่สกปรก มีทางด่วนคร่อมทะมึน (ไม่ต้องจินตนาการไปไกล
กรุงเทพนั่นไงมีเยอะแยะ) แต่ด้วยวิสัยทัศน์อันก้าวไกลของผู้ว่าลีเมียงบัก
ที่ปัจจุบันได้เป็นถึงนายกรัฐมนตรี ได้ทำแผนพัฒนาเปลี่ยนโฉมคลองโสมมแห่งนี้
ให้กลายเป็นจุดท่องเที่ยวได้อย่างมหัศจรรย์ เหมือนมีสวนย่อมๆอยู่ใจกลางเมือง
ส่วนเมืองไทยของเรา ขนาดผู้สมัครลีน่าจังยังทำเป็นแต่แกล้งตกคลองวี๊ดว๊ายกระตู้ฮู้
ไม่ได้แสดงวิสัยทัศน์อะไรเลย สมองเน่าไม่แพ้คลองจริงๆ (แต่แอบชอบเจ๊ลึกๆนะ แกฮาดี)
คอลงนี้ไหลพาดผ่านสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ถ้ามีแรงเดินได้เป็นสิบๆกิโล
คลองนี้จะพาคุณๆไปได้เที่ยวหลายที่เลย
จริงๆการมาเที่ยวโซลครั้งนี้ จีรศักดิ์ไปอยู่ไม่กี่ที่หรอก หลักๆก็เวียนว่ายอยู่แถวอินซาดง
นี่แหละ ขนาดวันสุดท้ายยังนัดกับคนเกาหลีกินข้าวที่นี่เลย เพราะอินซาดงมีร้านอาหาร
เกาหลีอร่อยๆและบรรยากาศดีมากมาย
จีรศักดิ์เลือกกินร้านนี้เพราะเท่ห์ไม่เหมือนใคร และซ่อนตัวอยู่ในมุมสงบ ไม่พลุกพล่าน
ลืมไปแล้วว่าร้านนี้ชื่ออะไร อาหารอร่อยมากเลย
มากันสามคน สั่งมาเต็มโต๊ะ กินได้มั่งไม่ได้มั่ง แต่ไอ้ที่กินได้อร่อยเหลือเกิน
ไข่เจียวกุ้งอร่อยสุด ให้อารมณ์กินพิซซ่ากับไข่เจียวด้วยในเวลาเดียวกัน สลัดก็อร่อยเหาะ
พอเช็คบิลเกือบเป็นลมล้มตึง สามคนพันสองร้อยบาท ไม่เป็นไร..เพราะอร่อยเราจึงให้อภัย..
(จริงๆไม่แพงเท่าไหร่นะ แต่จีรศักดิ์ตั้งใจจะมาโซลแบบประหยัด มื้อนี้เลยดูแพงไปหน่อย)
ตอนจะกลับปูซาน จีรศักดิ์ต้องไปหาเจ้าหน้าที่มหาลัยที่พักอยู่โรงแรม
เพราะต้องขอติดรถกลับปูซาน ฮืม พนักงานมหาลัยนอนโรงแรม
ส่วนจีรศักดิ์นอนจิมจิลบัง ให้มันได้อย่างนี้สิพระเจ้า ที่ลอบบี้ของโรงแรม
แอบเห็นอักษรเกาหลีที่ฝาผนัง ที่ดูเผินๆจะเป็นรูปคนจับมือกันเดิน
แต่จริงๆแล้วนั่นเป็นอักษรเกาหลีนะ อ่านได้ว่า "อุสซึม" 웃음 แปลว่า การยิ้มหรือหัวเราะ
น่าจะตีความได้ว่า รอยยิ้มเป็นบ่อเกิดของมิตรภาพ (น่าจะตีความอย่างอื่นได้อีกนะ)
เห็นแล้วชอบแฮะ อยากยกไปติดที่ห้อง
จริงๆแล้วกรุงโซลยังมีที่เที่ยวอีกมากมาย มาคราวนี้ได้ไปสามสี่ที่เอง ไว้มาคราวหน้าก่อน
จะตะลุยไปให้ทั่วเลย คงต้องรอปิดเทอมนั่นแหละ ว่าจะมาค้างสักห้าหกวันเลย
ถ้าไปแล้วจะมาเล่าสู่กันฟังใหม่นะจ๊ะ