12/31/2006
หยุดสิ้นปี ชาวบ้านเขากลับบ้านกันหมด เหลือจีรศักดิ์กับคุณสันแห่งกะตะกรุ๊ป
ที่ร่วมชะตากรรมใช้ชีวิตช่วงปีใหม่บนเกาะภูเก็ตแห่งนี้..

เมื่อวาน คุณสันชวนไปกินอาหารทะเลที่ท่าเทียบเรืออ่าวปอ เพราะมีธุระกันแถวนั้น
คือต้องเอาข้าวของไปบริจาคที่โรงเรียนเด็กพิการที่อยู่แถวนั้น เป็นการทำบุญรับปีใหม่
จีรศักดิ์เป็นพวกนอกศาสนา เลยไม่ไปทำบุญที่วัด ช่วยเหลือคนอื่นที่จำเป็นดีกว่า
โรงเรียนเขาน่าอยู่ ตั้งอยู่ริมทะเล บรรยากาศดีมาก
จีรศักดิ์นึกอยากหนีชีวิตวุ่นวายมาสอนที่นี่จริงๆ
แพที่เห็นเป็นร้านอาหารทะเล ตั้งอยู่กลางป่าโกงกาง ชอบบรรยากาศแบบนี้จริงๆ
อาการรสชาติใช้ได้ ไม่แพง ยามเย็น ลมอ่อนๆโชยพัด กินเสร็จอยากกลิ้งอยู่แถวนั้นเลย
มีบริการใช้เช่าเรือแคนูด้วย ชั่วโมงละ 150 บาท แต่คุณสันเธอว่ายน้ำไม่เป็น
ก็เลยอ้างโน่นอ้างนี่ไม่ยอมลงเรือ สงสัยกลัวโดนจีรศักดิ์ถีบลงทะเล
(อย่าตกใจว่าทำไมช่วงนี้จีรศักดิ์ใส่แต่เสื้อสีชมพู คือเสื้อมันใส่สบายน่ะ ก็เลยใส่บ่อย)
ยามหัวค่ำเรามาเดินที่จังซีลอน ห้างใหม่แกะกล่องของพวกเราชาวภูเก็ตอีกครั้ง
คราวนี้ตั้งใจมาดูการแสดงน้ำพุประกอบดนตรีโดยเฉพาะ เขาแสดงแค่ 15 นาที
ต้องรีบมาให้ทันเวลา บรรยากาศของห้างบางมุมเหมือนโตเกียวดิสนี่แลนด์เลย
ชอบมากๆ นี่ถ้าเสร็จสมบูรณ์จะน่ามาเที่ยวสุดๆ
น้ำพุดนตรี แสงสีเสียงอลังการ มีสำเภาประกอบเป็นฉากหลัง เสียดายเวลาสั้นไปนิดนึง
จริงๆบางช่วงน้ำพุมันสูงมากเลยแหละ แต่ถ้าถ่ายตอนน้ำพุสูงๆ
เดี๋ยวจะบังเรือสำเภาแสนสวยไปซะ
วันนี้ วันสุดท้ายของปี จีรศักดิ์มาแถวๆจังซีลอนอีกครั้ง ไม่ได้มาเที่ยว
แต่มาทำภารกิจครั้งใหญ่ในชีวิต จีรศักดิ์ต้องมาเจอกับคนๆหนึ่ง เพื่อให้เรื่องมันจบไปซะ
ไม่ต้องมาค้างคาใจไปจนถึงปีหน้า ตื่นเต้นมาก เพราะไม่ได้เจอกันมาระยะหนึ่งแล้ว
เคลียร์เสร็จก็เดินไปริมทะเล ไปโดดน้ำตาย.. (เอ้ย ไม่ช๊ายย) ไปดูแสงสุดท้ายของปี
ลาก่อนความระทมในปีนี้ พรุ่งนี้เมื่อแสงแห่งวันแรกของปีใหม่ จีรศักดิ์จะมีชีวิตใหม่
ไม่คิดเรื่องเดิมๆอีก นักปราชญ์คนหนึ่งกล่าวว่า "เรื่องที่ผ่านไปแล้ว เราทำได้แค่เรียนรู้จากมัน"
ลาก่อน...ปี 2006
ช่วงนี้มีโอกาสได้ฟังซีดีเพลงพระราชนิพนธ์ที่แม่ (ในที่ทำงาน) เอามาเปิดฟัง
รู้สึกว่าเพราะดี ก็เลยขอก๊อป (น่าน พูดไปได้ไม่อายปาก
นี่ขนาดเพลงพระราชนิพนธ์นะนี่) กลับมาเปิดฟังที่บ้าน
รู้สึกว่าเพราะจับจิตเกือบทุกเพลง ดนตรีช้าๆ เสียงร้องของ
สุเทพ และสวลี ดีมากราวกับไม่ใช้เสียงร้อง
เหมือนเป็นเสียงเครื่องคนตรีชิ้นหนึ่งมากกว่า
เหมาะจะฟังคลอเวลาอาบน้ำ หรือก่อนนอน หน้าปกซีดีเป็นแบบนี้อ่ะ
มีอยู่เพลงหนึ่ง พังแล้ว อืมๆๆๆๆ
แรกๆคิดถึงทะเล ฟังไปฟังมา อ้าวทำไมตรงกับชีวิตจีรศักดิ์ช่วงนี้
ปานฉะนี้ เศร้ามากจริงๆ ก็เลยถือโอกาสหยิบยกเนื้อเพลง
มาให้ทุกท่านได้ยล ยลแล้วไปหามายินบ้างนะ เพราะมากเลย
ฉันสุดปลื้ม
ไม่ลืมเกาะงามที่เคยฝัน
หลงเพ้อคำมั่น
รำพันถึงความรักชื่นฉ่ำ
แสงจันทร์ผ่อง
ส่องเป็นประกายบนผืนน้ำ
เสียงสายลมพร่ำ
คร่ำครวญเหมือนมนตรา
หาดทรายขาว
หมู่ดาวพร่างพราวนภา
รูปเงาเพราพริ้งตา
ใยด่วนลาเลือนมลาย
ฝันสุดสิ้น
ไม่ยลไม่ยินน่าใจหาย
ฝันถึงไม่หน่าย
ไม่คลายร้างราเธอ
-- เรื่องไม่ดีให้ผ่านไป ปีใหม่ขอให้ทุกท่านเจอแต่เรื่องดีดีนะ --
(เรื่องเซ็งส่งท้ายปีอีกอย่าง อุตส่าห์เอารถไปล้างอัดฉีดที่เซ็นทรัล
เสียไป 300 ขับออกมาจากห้างฝนตก... เซ็งเป็ด)
12/27/2006
ครบรอบสองปีสึนามิแล้ว ภูเก็ตคึกคักกว่าเดิมอีก
รถราขวักไขว่ ร้านรวงริมหาดสร้างใหม่ไฉไลกว่าเดิม
ภูเก็ตพร้อมแล้วที่จะถูกย่ำยีอีกครั้ง โดยฝรั่งแขกเจ๊กนิโกรนานาชาติ
สิ่งดีดีอีกอย่างที่เกิดขึ้นหลังจากสึนามิคือ "ห้องสมุด"
ลำพังคนไทยด้วยกันเองคงไม่มีวันคิดได้ว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น
มิใช่การเอาปูนไปโบกชายหาดให้มันเดินง่ายขึ้น แต่คือการสร้างบุคลากร
ที่มีความสามารถ เมื่อคนมีความสามารถ การพัฒนาก็จะตามมาอย่างแน่นอน
ห้องสมุดที่จีรศักดิ์จะพาไปเยี่ยมวันนี่เกิดขึ้นด้วยเงินของรัฐบาลออสเตรีย
(ไม่ใช่ออสเตรเลียนะ) ที่ซึ่งใจในน้ำใจของคนไทยที่ช่วยเหลือชาวต่างชาติ
ที่ประสบเคราะห์กรรมจากเหตุสึนามิ
(ยังดีที่คนไทยมีข้อดีอย่างน้อยหนึ่งข้อที่เห็นได้ชัด)
ห้องสมุดตั้งอยู่ตรงข้ามชุมชนแออัด แถวการเคหะในตัวเมืองภูเก็ต เขาตั้งใจสร้าง
สิ่งดีดีเป็นของขวัญให้กับชุมชน แม้จะเปิดมาได้ไม่กี่วันแต่ก็เห็นได้ว่าห้องสมุดนี้
ได้บรรลุเป้าหมายของตัวมันเองและของผู้สร้างอย่างดียิ่ง ถามจากบรรณารักษ์
จำนวนผู้มาใช้บริการทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีจำนวนมากในตอนเย็นหลังเลิกเรียนและเสาร์อาทิตย์
ภายในออกแบบได้อย่างน่าสนใจ มีที่นั่งหลายแบบ และมีมุมเล็กมุมน้อย
ให้เพลิดเพลินเจริญใจ ชั่นบนเป็นของผู้ใหญ่ ชั้นล่างเป็นมุมหนังสือเด็ก แอร์ก็เย็นสบาย
แสงธรรมชาติตอนกลางวันก็ทำให้ดูไม่อึดอัด ช่างต่างจากห้องสมุดประชาชนธรรมดายิ่งนัก
นึกอิจฉาคนแถวนี้จริงๆ
มุมหลายมุมดึงดูดได้ไม่เฉพาะเด็กเท่านั้น ไม่เชื่อดูในรูป
ดีแล้วที่ภูเก็ตยังมีสถานที่ให้พักผ่อนแถมได้อาหารสมอง
อ่านกันเยอะๆ ประเทศจะได้พัฒนาเนอะ
อ้อ ลืมไป สถานที่แห่งนี้ชื่อ
Austria – Phuket Community Centre จ้า
12/25/2006
ช่วงนี้งานยุ่งจนแทบอยากจะไปบวชให้มันพ้นๆโลกอันแสนวุ่นวายไปซะ
เสาร์อาทิตย์อยากจะพักก็ไม่ได้พักเลย ต้องวิ่งไปช่วยชาวบ้านทำโน่นทำนี่
(ขี้เกียจเล่ารายละเอียด) แถมไม่มีเวลาไปวิ่งลดความอ้วนเลย ตอนนี้ฉุมากๆ
แต่อย่างน้อยก็มีเรื่องหนึ่งที่เต็มใจทำ 100 เปอร์เซนต์ นั่นคือการนำเที่ยว
ตระเวนภูเก็ตตอนที่มีเพื่อนๆมาเที่ยวนี่แหละ คราวนี้เป็นดุษฎี สาวเหนือ
หน้าตาใสซื่อ และไม่มีวันไหนที่ไม่ทำอะไรผิดพลาด คราวนี้เธอมาพร้อมกับ
ว่าที่แฟนหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้ม (เห็นชัดๆว่ายังไงจีรศักดิ์ก็หล่อกว่า)
รถเช่าคราวนี้เป็นเชฟโลเลต รุ่นบึกบึน ใหญ่โตและโอ่อ่า ขับก็สบายมือและเท้า
อยากยึดเอาไปขับทั้งปีไม่คืนเลย แต่กินน้ำมันอย่างกับอูฐกินน้ำ
รู้ซึ้งแล้วว่าทำไมใครๆก็ขับรถญี่ปุ่น
กลางคืนได้มีโอกาสไปสำรวจศูนย์การค้าจังซีลอน ที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวป่าตอง
เพิ่งเปิดกิจการได้ไม่กี่วัน ห้างใหญ่โตมโหฬาร แต่จำนวนร้านค้าที่เปิดนับได้ไม่เกิน 30 ร้าน
สนามบินสุวรรณภูมิว่าเร่งเปิดแล้ว อันนี้เร่งกว่า มันจะรีบเปิดไปทำไมนักหนา
แต่ก็ดีแล้ว จีรศักดิ์จะได้มีที่เดินเล่นเพิ่มขึ้น แม้จะไม่มีร้านมากมาย แต่ก็มีอย่างอื่น
ให้ดู อย่างเช่นการแสดงน้ำพุประกอบดนตรี และสถาปัตยกรรมสุดแสนอลังการของห้างนี้
ถ้ามองจากถนนห้างนี้จะดูธรรมดาๆ แต่พอเข้าไปข้างในก็จะตระหนักได้ว่า
ห้างนี้ถ้ามีร้านเปิดเสร็จสมบูรณ์ ก็พร้มจะขยี้เซ็นทรัลให้ผู้บริหารไปนั่งร้องให้ขี้มูกโป่ง
อย่างแน่นอน

นี่คืนส่วนหนึ่งของบรรยากาศในห้าง บริเวณโซนขายของแบบไทยๆ
เมื่อวันก่อนเพิ่งมาเดินไปกับสันไปรอบนึง ได้ข่าวว่าสิงคโปร์เพิ่งกลายเป็นหุ้นใหญ่
ของห้างนี้ เอาอีกแล้วสิงคโปร์ เงินทุนของพวกมันจะกินภูเก็ตไปเกือบทั้งเกาะแล้ว
ย้ายพลเมืองมาถาวรเลยไหมล่า (ล่า ไม่ใช่ภาษาไทย เป็นภาษาสิงคโปร์นะ
เห็นคนสิงคโปร์เขาชอบพูดลงท้ายประโยคด้วยคำนี้

โอเคล่า ห้างพวกแกสวยดีล่า แต่ที่นี่เมืองไทยล่า
กลับไปสร้างห้างที่บ้านพวกแกดีกว่าล่า ฉันจะมาเดินห้างแกอย่างเดียวล่า
ของซักบาทก็จะไม่ซื้อล่า เดี๋ยวพวกแกก็พับเสื่อกลับบ้านล่า
แล้วอย่าลืมขายหุ้นกลับให้คนไทยแบบถูกๆล่า
ล่า ล่า ล่า ล่า (จีรศักดิ์บ้าไปแล้ว เพราะโลกโลกาภิวัฒน์)
ปล่าวหรอก ที่บ้าก็คือ วันนี้เป็นวันดี วันคริสต์มาส
แต่ตอนที่จีรศักดิ์เดินเล่นแถวรอบๆห้างจั๊งค์สิหล่อน เอ้ยไม่ใช่ จังซีลอน
สายตาเหลือบไปเห็นคนบางคน ที่เคยปิ๊งปั๊งกันอยู่ช่วงนึง
กำลังทำงานอย่างขมักเขม้น (สะกดถูกไหมเนี่ยะ)
จะเข้าไปทักทายก็ไม่อยากรบกวน เอาเถอะ ไปดีเถอะ ไว้เจอกันใหม่
ที่ดาวไหนสักดวงสุดขอบสายปลายทางช้างเผือกนะ
(สงสัยใกล้บ้าแล้วจริงๆ รีบๆจบดีก่า)
12/17/2006
มีคนชวนไปดูคอนเสิร์ต Jazz Royale มหกรรมดนตรีแจ๊ซจากศิลปินระดับโลก
ชนิดที่ชาตินี้อาจจะไม่มีอีกแล้ว ยิ่งเกาะบ้านนอกอย่างภูเก็ตล่ะยิ่งเหลือเชื่อ
แต่ราคาบัตรแพงหูฉี่ 1500บาทแน่ แต่ท้ายที่สุดได้ราคาพิเศษ
บวกกับมีเจ๊นิรนามใจดีออกให้อีกบางส่วน สรุปแล้วจ่ายแค่ 700บาท แถมยังมี
ศิลปินชื่อก้องฟ้า Kenny G มาร่วมด้วย จะไม่ไปก็น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
คอนเสิร์ตจัดที่ริมหาดกะรน แต่เรามาหาดกะตะก่อนเพื่อกินดินเนอร์ริมชายหาด
โรงแรมกะตะบีช รีสอร์ต ไปกันสามคน มือนี้สนับสนุนโดยคุณคมสัน
แห่งกะตะกรุ๊ปเช่นเคย ใครๆก็รู้ว่าจีรศักดิ์ถังแตก ตังค์ไม่ค่อยมี
มื้อนี้ก็เลยกินฟรีไปในที่สุด ไม่อยากเอารูปตัวเองลงเลย ช่วงนี้อ้วนมากๆๆๆๆ
ช่วงนี้เป็นอะไรก็ไม่รู้ อยากกินแต่สปาเกตตี้เลี่ยนๆ
อาหารอร่อย ทะเลยามเย็นแสนงาม จะมีอะไรดีไปกว่านี้
อาหารกินไปบ้างแล้ว เพิ่งนึกออกว่าต้องถ่ายรูป จานก็เลยเลอะเชียว
คอนเสิร์ตเริ่มตอน 6 โมงเย็น เลิกเอาเกือบเที่ยงคืน วงแรกเล่นออกไปทาง
ละตินแจ๊ซ เพราะมาก เป็นสไตล์ที่จีรศักดิ์ชอบเลย แต่เล่นไปเล่นมาวงแตก
เพราะฝนตกหนัก คอนเสิร์ตต้องหยุดไปพักใหญ่ จีรศักดิ์และคณะเปียกมะล่อกมะเล่ก
แต่เรื่องแค่นี้บ่ยั่นแน่นอน วงคนตรีเล่นผลัดเปลี่ยนกัน จนกระทั่งราว 5 ทุ่ม
ศิลปินที่ทุกคนรอคอยก็โผล่มาจากหลืบไหนไม่ทราบได้
จู่ๆก็ปรากฎกายกลางวงผู้ชม ไม่ใช่บนเวทีแต่ประการใด ผู้คนเริ่มเบียดเสียด
รุมล้อมเพื่อเข้าถึงตัวศิลปินแซกโซโฟนคอหอยเพชร ตำแหน่งที่จีรศักดิ์ยืน
พอดีเป็นทางเดินผ่านของ Kenny G ไปยังเวที ก็เลยได้กระทบไหล่
ในระยะห่างแค่ฟุตเดียว เหมือนฝันมาก นี่ฝันหรือเรื่องจริงนี่
แต่อดได้ถ่ายรูปในระยะใกล้มาเพราะลืมเปิดแฟลช อยากไปโดดทะเลตายจริงๆ
ในรูปเป็นรูปที่ดีที่สุดแล้ว ท่านี้เหมือนหน้าปกอัลบั้มเลยแฮะ
Kenny G เป็นอันเองมาก และเล่นหลายเพลงเลย ผิดจากที่ได้ยินมาว่า
ที่กรุงเทพเล่นแค่สามเพลงแล้วหายแซ่บหายสอย มาที่ภูเก็ตเล่นหลายเพลงมาก
แถมเล่นเพลงโปรดแสนโรแมนติกของจีรศักดิ์ชื่อ Forever in Love
ซึ่งเพลงนี้สมัยเรียนอยู่ปีสองต้องฟังก่อนนอนทุกคืน ไม่ได้ฟังจะนอนไม่หลับ
งานนี้แค่ได้ฟัง Kenny G เล่นก็คุ้มค่าตั๋วแล้ว ยิ่งตอนเค้าเล่นเพลง
พระราชนิพนธ์ของในหลวง ฟังเพราะพริ้งริงโก้มาก ฟังแล้วยิ่งรักในหลวง
ในฐานะที่ทรงเป็นนักดนตรีที่ปรีชาสามารถ กลับบ้านไปแบบประทับใจ
ชื่นมื่นอารมณ์ดี (ช่วงนี้มีเรื่องให้เครียดและอารมณ์เสียเยอะไปหมด)
เป็นวันที่ดีจริงๆเลยวันนี้
12/6/2006
จีรศักดิ์ชอบสบู่ และเป็นคนขี้เบื่อ จึงเป็นคนใช้สบู่เปลืองมาก
ซื้อมาใช้ไม่ถึงครึ่งก้อน ต้องวิ่งไปมีชู้กับสบู่ยี่ห้อใหม่
เป็นอย่างนี้อยู่ประจำ
เมื่อไม่นานมานี้ คุณคมสัน แห่งกะตะกรุ๊ป ไม่ทราบไปโดนฟ้าผ่า
หรืออะไรมาก็ไม่ทราบได้ เกิดหันมาเอาดีทางด้านทำสบู่
ทำงานโรงแรมอยู่ดีดี เงินเดือนเกือบสี่หมื่น แต่สงสัยจะไม่พอใช้
เพราะได้ข่าวมีกิ๊กมาช่วยใช้มันนี่ จนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว จึงต้องหันมาหา
อาชีพเสริม ซึ่งมันจะเวิร์คหรือไม่ มาติดตามกัน
จีรศักดิ์เป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายของคุณคมสัน ในการทดลองใช้
และออกความเห็นแบบ testimonial (เขียนผิดป่าววะ) เนื่องจาก
คุณสมบัติของจีรศักดิ์ตรงที่ฝีปากกล้า ไม่ชอบอะไรจะพูดให้เสียหาย
จนไม่ได้ผุดได้เกิด แต่ถ้าชอบแล้วอะไรใต้หล้าก็ไม่ดีเท่า
ก้อนแรกที่ได้มาก้อนเล็กมาก นี่ถ้าเป็นผู้หญิงฟอกไปฟอกมาคงหลุด
เข้าไปในหลืบแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว (เห็นไหม อาการปากร้ายเริ่มแล้ว)
หลังจากนั้นได้ลองมาอีกหลายก้อน แถมมีแบบสบู่เหลวด้วย
ก้อนแรกๆตอนที่ฟอกมือสั่นๆ กลัวว่าฟอกแล้วอาจจะกลายเป็นท้าวแสนปม
แต่แล้วของดีมันก็คือของดีวันยังค่ำ ยอมรับว่าของที่ทำจากธรรมชาตินั้น
ดีกว่าของที่ผลิตมาจากโรงงานมาก ไม่อยากเชื่อว่าสบู่ที่เพื่อนกันผลิดขึ้นมานั้น
จะน่าประทับใจถึงเพียงนี้ สวยทั้งรูป จูบก็หอม ฟองครีมละมุน ราวกับมีมือวิเศษ
มาลูบไล้กายา ที่น่าประทับจิตสุดๆคงจะเป็นสบู่เหลวแตงโม ตอนอาบนี่ราวกับ
ผ่าแตงโมมาฟอกตัวอย่างไงอย่างงั๊น มีอยู่ในรูปข้างบนด้วย
ได้ข่าวกิจการไปได้อย่างสวยสด มียอดสั่งซื้อจนผลิตแบบไม่ทัน
เคี่ยวสบู่ทุกวันมือเป็นระวิง อย่างไรของเอาใจช่วยและสนับสนุนสุดๆ
ดีแล้วที่เจ้าตัวหันมาเอาดีด้านทำสบู่ ไม่ใช่เก็บสบู่ ฮ่า ฮ่า
แวะไปดูเวปสบู่ของเขาได้ที่ http://www.thammachaat.com
(เฮ้ย เอาค่าโฆษณามาด้วยโว้ย)