4/19/2007
ได้ยินข่าวแบบนี้แล้วตกใจจริงๆ ทำไมกระแสการเรียกร้องนี้ถึงเกิดขึ้นมาได้
ใครที่มีแนวคิดนี้โครตเขลาและโง่ไม่ต่างจากควายไถนา จำเป็นนักหรือที่ในรัฐธรรมนูญจะต้องมีข้อความระบุไว้
ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่า ในหลวงก็อาจจะทรงต้องอุปถัมภ์ศาสนาพุทธเพียงศาสนาเดียวเท่านั้น
แทนที่จะเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภก ที่ทรงให้การอุปถัมภ์ทุกศาสนาอย่างที่เคยเป็นมา
ถ้าใครได้อ่านหนังสือ The Clash of Civilizations.. ของ Samuel P. Huntington
(ซื้อมาจากสิงคโปร์อ่ะ ยังอ่านไม่จบ แต่สะเออะยกมาอ้างอิง)
ก็จะได้รับรู้แนวคิดของผู้เขียนที่ว่า ตั้งแต่นี้โลกจะวุ่นวายและสงครามจะมีต้นเหตุจาก
ความขัดแย้งในการนับถือศาสนาและแนวคิดความเชื่อที่แตกต่างกันในศาสนาเหล่านั้น
แทนที่จะฆ่ากันเพราะแนวคิดทางการเมืองระหว่างโลกประชาธิบไตยและคอมมิวนิสต์เหมือนในอดีต
(เหตุการณ์ในภาคใต้ชี้ชัดอยู่แล้ว) ในรูปปกหนังสือเห็นธงของสองอันไหมครับ
คงพอจะเดาออกว่าหนังสือกำลังชี้ประเด็นไหมให้คนอ่านได้รับรู้
นี่พระเจ้าฉัน นั่นพระเจ้าเธอ.. พระเจ้าฉันไม่ได้หน้าตาแบบนี้... พระเจ้าฉันบอกให้ทำอย่างนี้..
เหตุการณ์ในภาคให้ไม่มีวันสงบ ถ้าเรายังคิดแต่จะแบ่งแยก อยากจะอวดอ้างและเชิดชูว่า
ศาสนาของกูดีเด่นและเป็นเอก เรียกร้องกันเข้าไปเลยครับ เรียกร้องให้กับพุทธศาสนาของเรา
ไอ้พวกควายทั้งหลาย
ถ้าเราไม่พยายามเรียนรู้และเข้าใจศาสนาอื่น เราก็อยู่กับใครไม่ได้ ไล่พวกมันออกไปเลยสิครับ
พวกอิสลามและพวกคริสตังน่ะ ไล่ไปให้หมด ให้เหลือแต่ชาวพุทธ แล้วคลั่งกับศาสนาพุทธให้พอใจ
นึกว่าพวกหัวรุนแรงจะมีแต่กับคนอิสลามบางกลุ่ม แต่ตอนนี้เห็นแล้วว่า
ชาวพุทธบางกลุ่มก็คลั่งศาสนาได้ไม่แพ้กัน
อย่างที่รู้กันอยู่ว่าเราไม่ได้มีประเทศเดียวในโลก โลกก็แคบลงเพราะการคมนาคมสะดวก
คนสารพัดเชื้อชาติศาสนาก็เข้าออกประเทศเรามากมาย ประชากรเราก็ไม่ได้มีแต่ชาวพุทธ
ทำไมเราไม่เปิดใจให้กว้าง ทำไมทำตัวคับแคบ
ขนาดอาหารฮาลาลที่ส่งไปตะวันออกกลางก็ยังแอบเอาหมูไปปน
ใจแคบยังไม่พอ ชั่วด้วย และเป้าหมายว่าไทยเราจะเป็นครัวของโลกล่ะ เอาไปไว้ที่ไหนแล้ว
เรียกร้องทำไมครับ ให้คนในชาติแตกความสามัคคี ให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ
บ้านเมืองจะถอยหลังลงคลองไปแค่ไหนทั้งทางจิตใจและวัตถุ สำนึกกันไหมครับ
ไอ้พวกควายทั้งหลาย..
ขอเลยไปถึงเรื่องของเหรียญจตุคามที่กำลังคลั่งกันหนักหนา แถมมีภาพยืนยันอภินิหารระหว่างทำพิธี
ออกมาให้เห็นบ่อยมาก ภาพข้างล่างนี้มาจากเวปของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
ในรูปตามข่าว เขาเชื่อกันว่าเป็นดวงวิญญาณเทพ บางคนว่าเป็นจักรแก้ว
โห จักรแก้ว คิดได้ไงอ่ะ (จินตนาการเริ่ดไม้แพ้ทมยันตีเลยว่ะ)
จีรศักดิ์ไม่ตกใจเลยที่เห็นรูปแบบนี้ เพราะเคยไปเที่ยวทะเล แล้วถ่ายรูปมา
มันก็มีไอ้ดวงๆอย่างนี้ที่หน้าของจีรศักดิ์พอดี (เสียดายลบไปแล้ว เพราะมันดูน่ากลัว)
ตอนแรกก็นึกว่าเป็นวิญญาณจริงๆ
พอไปค้นในเนทถึงได้รู้ว่า มันเป็นปฎิกิริยาของฝุ่นกับเลนส์กับมุมสะท้อน
มีคนเคยทำการทดสอบไว้แล้วมากมาย ดูจนตาลายเลย
ลองคิดดู ข่าวนี้แพร่สะพัดไป จตุคามวัดนั้นก็จะขายดีขึ้นอีก
ทั้งงมงาย และยึดติดด้วย ไหนพระพุทธเจ้าสอนว่าอย่ายึดติด
แล้วที่แย่งเหรียญจตุคามกันคนเหยียบกันตายนี่ล่ะ...
อ่านไทยรัฐในหน้าการ์ตูนล้อเลียน ตัวการ์ตูนสองคนสนทนากันประมาณว่า
เชื่อไหมจตุคามทำคนไทยหลายกลุ่มรวยขึ้นจริงๆ อีกคนว่ากลุ่มไหนเหรอ
อีกคนตอบว่า ก็คนทำจตุคามไง....
(จริงว่ะเฮ้ย อย่างน้อยก็แม่ของจีรศักดิ์เอง เป็นเอเย่นต์จตุคามไปแล้ว...)
4/4/2007
หลังจากผ่านนิทราอันแสนสุข ก็ได้เวลาอาหารเช้าที่โอบล้อมด้วยบรรยากาศป่าไพร
เห็นห้องพักเป็นแถวอยู่ลิบๆ แสงแดดอ่อนๆยามเช้า เคล้าหมอก(หรือควันหว่า)
อา ทำไมชีวิตไม่เป็นอย่างนี้ทุกวัน...
เดินย่อยหลังอาหารเช้า เพราะไม่อยากนอนอืดเป็นงูเหลือม เดินไปตรงไหนก็สวยไปหมด
เดินผ่านลอบบี้ก็ดูขลังมลังเมลืองสไตล์ลานนา งามแต๊ๆ ตอนกลางคืนเขาจุดเทียนไว้เป็นหย่อมๆ
ทั่วโรงแรมโรแมนติกปนขลังอลังสุด (แต่แทบจะมองหน้ากันไม่เห็น)
เสียดายพักที่โรงแรมแค่คืนดียวเท่านั้น ต้องไปทำธุระที่อื่นต่อ
จุดหมายต่อไปคือเชียงใหม่ ขับรถออกจากเชียงราย10โมงเช้า กว่าถึงเชียงใหม่ก็เกือบบ่าย2
เพราะระหว่างทางจอดแวะที่วัดของอาจารย์เฉลิมชัย ศิลปินคนโปรดของจีรศักดิ์
ไม่น่าเชื่อว่าในที่สุดจากภาพวาดบนกระดาษ ก็ได้กลายเป็นของจริงในที่สุด
ศรัทธาของอาจารย์ช่างแรงกล้ายิ่งนัก แต่วัดก็ยังไม่เสร็จดีนะ
แต่งโน่นเติมนี่อยู่เรื่อยตามประสาคนเพอร์เฟคชันนิซึ่ม
ในภาพเป็นสะพานข้ามนรกไปยังอุโบสถ ดูมือสิ ยุ่บยั่บเชียว
ระวังไว้นะท่านทั้งหลาย ทำไม่ดี จะต้องตกนรกขอส่วนบุญแบบนี้..
นี่ไง อาจารย์เฉลิมชัยมาแร๊วววว ตัวจริงเสียงจริง เป็นบุญของจีรศักดิ์แม่นแท้แล้วที่ได้เห็น
แฟนๆบลอคของจีรศักดิ์อาจสงสัยว่าผิดคนหรือปล่าว ขอตอบว่าไม่แน่นอน
เสียงแบบนี้มีอยู่คนเดียวในโลก พูดแต่ละทีเสียงสูงปรี๊ดด ตามสไตล์คนเมืองเหนือ..
อิ อิ แอบนินทาอาจารย์
ถ่ายให้ดูอีกมุม
ที่ว่าสวยราวภาพวาดเป็นแบบนี้นี่เอง เข้าใจแล้ว...
ถึงแร๊ววววว เชียงใหม่ที่จีรศักดิ์คิดถึง... ความคิดถึงช่างเป็นทุกข์แท้ๆ
เพราะทำให้เราต้องดั้นด้นกลับไปหาอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ หรือ คน.....
ถึงเชียงใหม่ตอนบ่าย ตอนขับรถพยายามทำเวลาสุดๆ เพราะต้องรีบไปทำธุระราชการต่อ
ขับแบบจรวดเลย โค้งไหนห้ามแซงจีรศักดิ์แซงหมด ไม่กลัวตายแล้ว กลัวไม่ถึง..
ตกเย็น ขับรถชมวิวรอบเมืองให้หายคิดถึง เห็นวิหารไม้สักของวัดพันเตาบูรณะเสร็จแล้ว
หลังจากปิดซ่อมมานาน ขับผ่านเห็นเป็นสีทองระยับ เลยอดใจไม่ไหวลงไปดูความอลังการ
ที่ซุ้มประตูของโบสถ์จะเห็นนกยูงแกะสลักเป็นสีทองระยับ ได้ข่าวว่านกยูงตัวนี้เคยถูกขโมยไป
เขาเอากลับมาได้ กล้าขโมยสมบัติของชาติ ได้ไปลงนรกแบบรูปข้างบนแน่ๆ
และแล้วจีรศักดิ์ก็พาร่างมายังจังหวัดเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพครบองคาพยพ
โปรดติดตามตอนต่อไปนะ..
(เขียนไปเขียนมากลายเป็นบลอคทัวร์ศิลปะลานนาไปแล้ว)