KONG's profilewww.jirasak.com PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    5/25/2007

    ข้าวธรรมดา... ที่ไม่ธรรมดา...


    เคยคุยกับอาจารย์ฝรั่งในที่ทำงานว่า คนไทยน่ะ ต้องกินข้าว เพราะขนมปังกินยังไงก็ไม่อิ่ม
    เพราะรู้สึกว่าขนมปังมันเป็นขนม  อาจารย์ฝรั่งก็บอกว่า ฉันก็กินข้าวเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม
    ต้องกินขนมปัง เพราะสำหรับฉัน  ข้าวเป็นเหมือนขนมเหมือนกัน  แป่วววววว...
    ใครไปถามฝรั่งคนอื่นมาช่วยยืนยัน นอนยันที

    มีหม้อหุงข้าวอยู่ที่ห้องมานานแล้ว มันคงนึกน้อยใจที่จีรศักดิ์ไม่ค่อยใช้งานมัน
    ปกติแล้ว หุงข้าวกินเองสองเดือนครั้งมั๊ง เพราะขี้เกียจหุง แล้วยังจะต้องวิ่งไปหากับข้าวอีก
    แต่ในที่สุด แอ่น แอ๊น ....



    ข้าวธัญพืช ยี่ห้อมาบุญครอง ทำให้การกินข้าวที่เคยเป็นเรื่องธรรมดา
    กลายเป็นสิ่งที่หฤหรรษ์ขึ้นมาทันที เพราะเค้าผสมข้าวหอมมะลิแดง
    งาดำ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง และเนื้อฟักทองลงไปด้วย
    กินแล้วกรุบกรอบ ดึ๋งดั๋ง มันปากมากๆ แถมอร่อยสุดๆ ได้คุณค่าด้วย จริงๆนะ

     

    หุงได้ที่แล้ว หน้าตาจะออกมาเป็นแบบนี้
    ดูน่ากินไหม ท่านทั้งหลาย สีสันชวนกินมากเร๊ยยยยย

    ตั้งแต่มีข้าวนี้ติดห้อง ก็หุงข้าวกินเองบ่อยขึ้น ส่วนกับข้าวยอมกินแกงกระป๋อง
    เพราะจะได้ไม่ต้องเร่ร่อนขับรถออกไปซื้อดั่งนกกา

    เผลอๆกินเปล่าๆยังอร่อยเลยมั๊ง  


    โฆษณาช๊อคโลก.....


    ระหว่างที่จีรศักดิ์ท่องเนตซึ่งทำเป็นกิจวัตรประจำวัน 
    วันนี้อยู่ดีดีก็ไปจ๊ะเอ๋กับเวปโฆษณาผลิตภันฑ์ดูแลผิวของอังกฤษ ยี่ห้อ Elave 
    เขามีวีดีโอให้โหลดด้วย โหลดมาดูตกใจแทบสิ้นสติ !!!!!
    ทำไมโฆษณานี้มันเห็นทุกอย่าง ราวหนังโป๊ก็ไม่ปาน
    นึกไม่ถึงว่าเดี๋ยวนี้โฆษณามันไปไกลขนาดนี้แล้ว

    ภาษาอังกฤษแบบงูๆปลาๆของจีรศักดิ์ ดูโฆษณาแล้วสรุปความได้ว่า
    คอนเซ็ปต์เขา คือ Nothing to Hide (ไม่มีอะไรต้องซ่อนเร้น)
    ประมาณว่าผลิตภันฑ์เขาไม่มีสิ่งสังเคราะห์ที่เป็นอันตรายต่อผิว
    นั่นหมายถึงเราไม่มีอะไรต้องปิดบังท่าน ส่วนผสมของเราบริสุทธิ์จริงๆ

    คงจะจริงอย่างเขาว่าแหละ ในโฆษณาไม่มีใครไม่โกนขน (ตรงนั้นเลย)
    ในรูปข้างบนอุตส่าห์ทำเซ็นเซ่อร์แล้วนะ ของจริงเปิดหมดอล่างฉ่าง 
    ขนาดนั่งดูอยู่คนเดียวยังแทบเอามือปิดตา (แล้วแอบดูผ่านร่องนิ่ว) 

    ไม่รู้คนทำบริสุทธิ์ใจจริงๆหรือเปล่า ว่าต้องการสื่อถึงคุณสมบัติของสินค้าจริงๆ
    หรือทำไปเพื่อสร้างกระแสกันแน่ (อีกไม่กี่วันรับรองดังระเบิด)

    อยากดูแล้วใช่ไหมล่า ลิงค์อยู่ข้างล่างแล้ว อย่าแห่กันไปดูจนเวปเขาล่มล่ะ
    http://www.elave.co.uk/nothing-to-hide/ 

    ว่าจะเอาไปให้อาจารย์สอนวิชา English for Presentation ดู
    เผื่อจะนำไปใช้ประกอบการสอนได้ อิ อิ

    5/21/2007

    รักในหลวง เลยต้องบลอค


    ทำสายรัดข้อมือขาดไป หาซื้อใหม่ไม่ได้ เผอิญไปเจอนาฬิกาที่ห้างเซ็นทรัล
    (แน่นอนสาขาภูเก็ต ชีวิตนี้ก็เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในห้างนี้แหละ)
    วัสดุที่ใช้ทำเหมือนกับสายรัดข้อมือเลย ซึ่งดูนุ่มๆด้านๆ แถมสลักข้อความ
    "เรารักในหลวง" เหมือนสายข้อมือเลย อดใจไม่ไหวเลยซื้อมา
    ราคาไม่แพงแค่ 299 แถมยังได้บริจาคเข้ามูลนิธิชัยพัฒนาอีก 9 บาทด้วย



    ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการแสดงออกถึงวิธีรักในหลวงสารพัดสารเพ สุดที่จะขุดกันมาได้
    จีรศักดิ์เองก็สรรเสริญในความตั้งใจทั้งในระดับบุคคลและองค์กร อย่างน้อยจีรศักดิ์
    ก็เคยรับปริญญาจากพระหัตถ์ในหลวง ซึ่งคงจะเป็นคนจำนวนไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศ

    แต่วิธีที่น่าตะลึงตึงตังที่สุด คือการบลอคเวป Youtube เพราะมีคลิปหมิ่นในหลวงที่รักยิ่งของเรา
    ซึ่งเด็กอมมือก็รู้ว่า ยิ่งบลอคก็ยิ่งเป็นข่าว เป็นข่าวก็ยิ่งดัง ยิ่งดังก็ยิ่งมีคนเข้ามาก
    บริษัท Google เจ้าของเวป Youtube ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเลยสักบาท

    เหลือเกินทั้งสองฝ่ายครับ กระทรวง ICT ของเราก็เป็นแต่บลอค บลอค บลอค อะไรที่มันสร้างสรรค์
    กว่านี้ทำไม่เป็น นึกไม่ออกว่ากระทรวงนี้จ้างคนแบบไหนมาทำงาน สงสัยมีแต่พวกใช้ตูดคิดแทนหัว

    ผ่าย Google ก็ตอแหลสุดฤทธิ์ ตอนแรกไม่ยอมลบ อ้างว่าไม่มีนโยบายแบบนี้ จะลบก็ต่อเมื่อ
    เป็นคลิปละเมิดลิขสิทธิ์ (แต่คลิปหมิ่นประมาทเห็นๆแบบนี้ กลับไม่ลบ) ไหนเห็นฝรั่งระวังกันจัง
    เรื่องหมิ่นประมาทเนี่ยะ มาตอนหลังทำท่าจะยอมลบ  มันสายไปแล้ว ไอ้ชั่วเอ๋ย

    จะเปรียบไป Google กับ กระทรวง ICT ก็เหมือน คนข่มขืน กับคนถูกข่มขืน
    มันทำจนจะเสร็จแล้ว บอกว่ากูไม่ข่มขืนมึงก็ด้าย สงสาร 
    ไอ้คนถูกขมขื่น ดีใจหาย คิดว่ากูรอดแล้ว
    ที่ไหนได้ เสียไปแล้ว...

    ก็อย่างว่า อเมริกา ประเทศไม่มีรากเหง้า ประเทศมันเพิ่งตั้งมาแค่ 200 ปี มันจะไปมีจิตสำนึก
    และเห็นคุณค่าอะไรกับสิ่งที่มันไม่มี และไม่เคยรู้สึก  คนไม่มีพ่อ มันก็ไม่รู้ว่า การที่คนมาหยามพ่อนั้น
    มันจะรู้สึกอย่างไร  ปล่อยมันไปเถอะ ให้มันบูชาความก้าวหน้าแบบไร้รากของมันต่อไป
    เดี๋ยวความหลงในความก้าวหน้าของมันจะทำร้ายตัวมันเองสักวัน

    ให้พูดตรงๆ กระทรวง ICT ทำอะไรที่สร้างสรรค์กว่านั้นได้  แค่อัพโหลดคลิปพระราชกรณียกิจลงไป
    สัก 1000 คลิป คราวนี้คนมาเสริชแบบไหน ก็เจอแต่คลิปคุณงานความดีของพระองค์ท่าน ส่วนน้อย
    เท่าเข็มที่มันอุจาดก็ช่างมันปะไร

    รักในหลวง ก็รักกันให้ถูกทาง และมีสติ... ไม่งั๊นก็ปล่อยให้ฝรั่งมันหัวเราะเยาะเราต่อไป



    5/18/2007

    ความรู้สึกที่ว่าได้มาภูเก็ตอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก


    จีรศักดิ์พาร่างมาสถิตย์อยู่ที่เกาะภูเก็ตนับได้เกือบ 10 ปีแล้ว จนร่างที่เคยสมส่วน
    กลายเป็นร่างตุ้ยนุ้ยในที่สุด และเพื่อฉลองวาระครบสิบปี จีรศักดิ์จึงหาเรื่องไปนอน
    ที่โรงแรมริมชายหาด 4 วัน พร้อมกับป้าๆอีกสองคนที่อุตส่าห์แบกร่างมาจากนครสวรรค์

    โรงแรมที่พักไม่ใช่โรงแรมที่ไหน โรงแรมพันธมิตรของ มอ. อันแน่นแฟ้น 
    แม้แต่ Star Alliance ยังต้องหันมาทำตาขวางด้วยความอิจฉา นั่นคือโรงแรม
    Kata Beach Resort นั่นเอง ด้วยความช่วยเหลือของคุณคมสันเจ้าเก่า
    จึงได้ห้องพักราคาถูกสุดแบบ Believe It or Not แทบจะต้องมาจดบันทึกสถิติ

    โรงแรมอยู่ติดทะเลเลย ห้องพักก็หรูหรา ตอนแรกได้ห้องที่ห่างจากทะเลไม่ถึง 10 เมตร
    แต่อยู่ได้คืนเดียวต้องพบกับเรื่องสยอง น้ำแอร์มหาภัยหยดแหมะหลายจุดอย่างไม่น่าให้อภัย
    จนเราต้องระเห็จแบกของราวกับกะเหรี่ยงอพยพไปห้องใหม่ คราวนี้ได้ห้องมุมสูง
    เห็นทะเลแบบพาโนราม่า แลทิวมะพร้าวพริ้วไหว สวยจนอยากอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต

    ภาพจากระเบียงห้อง ทะเลสีคราม มีฝนตกบ้างเป็นบางเวลา
    4 วันนี้ไม่ทำอะไรเลย นอกจากดูวิวทะเลจากระเบียงห้อง นอนดูทีวี
    ออกไปเดินเล่นที่หาด ขับรถเที่ยวหาดอื่นบ้าง และกิน กิน กิน ในโรงแรมแบบมโหฬาร
    ข้าวเช้ามื้อเดียวกินจนอิ่มไปถึงตอนเย็น ข้าวกลางวันไม่ต้องกินเลย อิ อิ

    ภาพตัวอย่างของการทำตัวเบบไร้แก่นสาร นอน นอน นอน กิน กิน กิน แล้วก็เดินเล่น
    ในภาพจะเห็นมุมโปรดของป้าๆ เป็นมุมหนึ่งของห้องที่ยื่นออกไปที่ระเบียง นั่นนอนตรงนั้น
    เห็นทะเลได้ชัดเจน ฟังเสียงคลื่นก็ซู่ซ่าสะใจ

    ทะเลหน้าโรงแรมก็สวยสงบ ไม่พลุกพล่าน
    คนแก่ ไม่ชอบแดด ก็ต้องเดินทะเลเฉพาะเช้ากับเย็น
    รู้สึกว่าได้มาพักผ่อนอย่างแท้จริง และรู้สึกว่าได้มาอยู่ภูเก็ตจริงๆเป็นครั้งแรก
    เพราะตื่นมาก็เห็นทะเล จะหลับก็มีเสียงคลื่นกล่อมให้หลับใหล
    เสร็จงานนี้อ้วนขึ้นอีกหลายกิโล แย่แร๊ววววววววว


    5/6/2007

    ไปเปลี่ยนบรรยากาศที่เกาะพีพี (รอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้)


    หายไปนานเพราะมีเรื่องเครียดๆให้คิดและทำ
    แต่ระหว่างนั้นก็มีโอกาสไปพักผ่อนที่เกาะพีพีแบบไปเช้าเย็นกลับ
    เข้าหน้าฝนแล้ว แต่อากาศที่พีพียังดี ไม่มีฝน โชคดีจริงๆ

     

    บรรยากาศที่เกาะพีพี ดีกว่าปีที่แล้วหน่อยนึง มีร้านรวงสวยๆที่เพิ่งสร้างใหม่เยอะแยะ
    แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเน่าเละเทะเหมือนเดิม เหมือนหลายคนหมดกะจิตกะใจจะกลับมาทำธุรกิจที่นี่อีก
    เพราะสึนามินั่นแหละ ที่สำคัญ ต้นมะพร้าวร้อยๆต้นที่เคยให้ความร่มรื่นก็หายไปหมดตั้งแต่สึนามิ
    ความร่มรื่นของเกาะก็เลยหายไปหมด ภาพเกาะพีพีที่ร่มรื่นไปด้วยต้นมะพร้าวในโบร์ชัวร์
    ก็แค่เอาไว้หลอกนักท่องเที่ยว เพราะพอมาจริงๆมันไม่ได้สวยและร่มรื่นอย่างนั้นแล้ว..

    แม้บางมุมของเกาะยังดูสวยสงบ แต่บางมุมก็ดูอึกทึกจอแจเกินไป
    ว่าไปแล้วตอนนี้เกาะพีพี ก็เหมือนกับแหล่งท่องเที่ยวระดับล่าง
    ที่มีไว้รองรับมหาชนที่แห่กันมาแบบไปเช้าเย็นกลับเพื่อดูว่าพีพีมันหน้าตาเป็นยังไง แล้วก็กลับไป.. 
    หาดทรายบางส่วนก็ไม่ขาวเหมือนเดิม ขยะก็เกลื่อนเกาะ
    น่าจบแล้วสำหรับยุครุ่งเรืองของเกาะพีพี.. 
    รัฐบาลน่าจะหาทางทำอะไรได้แล้ว สำหรับเกาะนี้

     

    เปลี่ยนมาเข้าประเด็นเหตุการณ์บ้านเมืองกันดีกว่า
    ระยะหลังนี้อเมริกากับไทยขัดแย้งกันในหลายๆเรื่อง
    หากติดตามบลอคจีรศักดิ์ก็จะทราบว่าบลอคนี้เป็นสมาชิกชมรมคนเกลียดอเมริกา
    ทั้งๆที่จีรศักดิ์ไม่ใช่อิสลามแต่อย่างใด..
    เรามาว่ากันสองประเด็น จะเขียนแบบไม่ให้มันวิชาการมากนะ

    ประเด็นแรก ว่ากันแบบย่อๆ เรื่องที่รัฐบาลไทยขอใช้สิทธิ์ผลิตยาต้านเชื้อเอดส์เอง
    ซึ่งยาตัวนี้เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทยาในสหรัฐ จริงๆแล้วการกระทำดังกล่าวน่าจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
    แต่ตามข้อตกลงขององค์กรการค้าโลก WTO ระบุว่ารัฐบาลสามารถทำได้หากมีความจำเป็น
    จริงๆ เช่นเพื่อเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศ
    โดยต้องจ่ายค่าตอบแทนให้บริษัทยาอย่างเหมาะสม

    การกระทำของไทยถูกต่อต้านจากรัฐบาลสหรัฐ และถูกตอบโต้ด้วยการขึ้นบัญชีประเทศไทย
    เป็นประเทศที่ต้องเฝ้าจับตามองในการละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นผลให้ไทยอาจถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษี
    ในการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐ

    ในกรณีนี้ รัฐบาลเองก็ต้องคิดให้ดีว่าจะเลือกเอาระหว่างคนที่ติดเชื้อเอดส์หลายแสนคน
    ที่ไม่มีเงินซื้อยาราคาแพงเกินรับได้จากสหรัฐ
    กับสินค้าส่งออกบางตัวที่จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษในการส่งออกไปยังสหรัฐ

    สหรัฐเองก็ต้องมีคุณธรรมบ้าง ในการไม่ปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทยาจนเกินไป
    เพราะยาถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สำคัญมากต่อมนุษยชาติ การคิดค้นยาตัวใหม่ได้
    ถือว่าได้สร้างประโยชน์มหาศาลให้กับโลกมากกว่าที่จะนำไปสร้างผลกำไรให้บริษัทเดียว

    บางคนอาจจะโต้แย้งว่า หากอนุญาติให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์ยาอย่างกว้างขวาง
    แล้วบริษัทจะเอาทุนไหนไปวิจัยยาตัวใหม่ คำโต้แย้งนี้อาจจะจริง.. แต่จริงเพียงบางส่วน
    เพราะทราบกันไหมว่าบริษัทยาทำกำไรมหาศาลเพียงไรในแต่ละปี
    แล้วยาส่วนใหญ่ที่บริษัทคิดค้นก็เป็นยาที่ใช้รักษาโรคที่ไม่ใช่โรคเมืองร้อนแบบเมืองไทย
    สรุปคือ ยาส่วนใหญ่เป็นยาเพื่อการตลาด เช่น ยาลดความอ้วน (ขอกินบ้างโว้ย)
    ยาไร้สาระ และยาที่รักษาโรคทั่วไปที่ไม่ว่าคนในแถบไหนของโลกก็เป็น (รวมทั้งคนสหรัฐด้วย)
    สรุปอีกทีก็คือ ยาที่คิดค้นส่วนใหญ่ก็เพื่อตัวเองทั้งนั้น..
    บริษัทไหนละครับที่บ้าคิดค้นแต่ยารักษาโรคเขตร้อนที่ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศยากจนแบบเรา
    (ยอมรับเถอะครับ ว่าไทยเราจน)



    ไทยเราไม่มีวันหรอกครับที่จะคิดค้นยาใหม่ๆ เพราะดูเศษเงินที่รัฐบาลโยนให้
    มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยก็จะเข้าใจ..

    ประชาธิปไตย และทุนนิยมที่สหรัฐพยายามผลักดันให้เราเป็น ก็เพราะสหรัฐจะได้
    เจาะตลาดเราและกดขี่เราได้ง่ายโดยอาศัยความเป็น"เสรี" ที่เราเองเชิดชูกัน
    ทั้งๆ สหรัฐเองจะว่าไปแล้ว มีความเสรีอย่างจริงแท้หรือไม่
    การผูกขาดการผลิตยาโดยผู้ผลิตเดียวไม่เรียกว่า "ผูกขาด" จะเรียกว่าอะไร
    แล้วการ "ผูกขาดจะเรียกว่า "เสรี" ได้อย่างไร

    การค้าเสรีนำประโยชน์ให้แต่ประเทศหรือกลุ่มที่เข้มแข็งกว่า
    ถ้าเราอ่อนแอกว่า รัฐต้องเข้าแทรกแทรงบ้าง
    ดังนั้นไทยต้องมีผู้นำที่ฉลาดและมีคุณธรรม
    รู้ว่าอะไรพร้อมหรือไม่พร้อมที่จะเปิดเสรี
    ไม่งั๊นประเทศไทยก็จะล่มจมเสียเปรียบเขาอยู่วันยังค่ำ

    ถามว่าทุนนิยมรับใช้ใคร ในประเทศไร้การพัฒนาอย่างบ้านเรา
    ทุนนิยมก็รับใช้กลุ่มคนรวยเพียงหยิบมือที่เป็นเจ้าของทรัพยากรกว่าค่อนประเทศ
    นักการเมืองส่วนใหญ่ก็มาจากบุคคลที่ร่ำรวยและมาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง
    แต่ปากว่าตาขยิบคร่ำครวญว่าตนเองอยากจะช่วยคนจน

    ฉะนั้นพนันได้เลยว่า ในที่สุดไทยจะเลือก "การค้า" มากกว่า "สาธารณสุข"
    กล่าวง่ายๆ ขอกูขายของได้ คนอื่นจะตายช่างแม่ง
    พนันได้ กรณียาระงับเอดส์รายการนี้ น่าจะเป็น "มวยล้ม"

    คิดแล้วเครียดว่า ประเด็นที่สองเอาไว้ก่อน เหนื่อยแล้ว..


    ทิ้งท้าย

    หนังสือเรียนของเรา พยายามเชิดชูว่า ทุนนิยมและการค้าเสรีจะนำเราไปสู่ความมั่งคั่ง
    แต่ลองดูกันไปเถอะ ทุนนิยมและการค้าเสรีจะนำเราไปสู่ความวุ่นวาย
    และนำความยากจนมาสู่พลเมืองส่วนใหญ่ตลอดกาล
    ถ้าประเทศจนอยู่ดีดีรวยขึ้นมา ประเทศรวยก็อยู่ไม่ได้
    ดังนั้นประเทศรวยก็ต้องกดขี่ประเทศจนให้มันจนตลอดกาล (เหมือนรูปการ์ตูนข้างบน)
    ตัวเองจะได้ EXPLOIT ประเทศที่อ่อนแอกว่าได้อย่างเต็มที่
    นี่แหละครับ เวรกรรมของโลกนี้ เวรกรรมของประเทศไทยที่เกิดมาจน
    แถมมีผู้นำปลิ้นปล้อนสับปรับ และระบบบริหารประเทศห่วยๆ 
    เราไม่ใช่ประเทศ "กำลังพัฒนา" ครับ
    คำนั้นเป็นแค่คำสวยหรู เหมือนเรียก "หมา" ว่า "สุนัข"
    จริงๆแล้ว ประเทศเรา "จน" ครับ

    ยอมรับเสียก่อน แล้วค่อยมาแก้กัน