KONG's profilewww.jirasak.com PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    5/30/2008

    มหาลัยของเรา


    เมื่อวันก่อน ในคลาสเกาหลี ครูสอนสำนวน "มีชื่อเสียงในเรื่องของ..."
    แล้วครูถามนักเรียนว่า เอ้า มหาลัยของเรามีชื่อเสียงในเรื่องของ.... แป่วววว
    ไม่มีใครตอบได้.. จีรศักดิ์ด้วย หน้าสวยๆของครูเลยเปลี่ยนเป็นสีซีด ฮ่าๆ
    ถูกถามอะไรกระทันหันมันก็นึกไม่ค่อยออก

    แต่จริงๆว่าไปแล้ว มหาลัยที่จีรศักดิ์เรียนอยู่ถึงจะเป็นแคมปัสเล็กๆแต่ก็มีอะไรดีดีหลายอย่าง
    อย่างแรกคือที่ตั้งที่อยู่บนภูเขา Baekyang (อย่าจำผิดเป็น Brokebackนะจ๊ะ)
    แวดล้อมไปด้วยแมกไม้ น้ำตก สระน้ำ และลำธาร ได้ดูธรรมชาติสวยสดที่เปลี่ยนไปทุกฤดู
    เคยติดอันดับหนึ่งในห้า (หรือสี่หว่า) มหาลัยที่สวยที่สุดในเกาหลีด้วยแหละ
    อย่างน้อยคงไม่ค่อยมีโรงอาหารใต้หอที่ไหนที่กินไปดูลำธารน้ำใสไหลเย็นไปด้วยได้
    ทุกวันจะเห็นบรรดาลุงๆป้าๆหรือไม่ก็ครูพาเด็กอนุบาลมาปีนเขาเล่น
    (ว่างกันจริงจรี๊ง) โดยอาศัยมหาลัยเป็นทางผ่านขึ้นเขา

    xxxSANY0876 

    นอกจากนั้น มหาลัยก็พยายามจะหาอะไรแปลกๆมาให้นักเรียนดูถึงที่ตั้งแต่คอนเสิร์ต
    ของนักร้องดัง (แบบรูปข้างบน) แต่จีรศักดิ์ก็ไม่เคยไปดูเพราะไม่ชอบคนเยอะๆ
    ชอบปลิกวิเวกมากกว่า

    xxxSANY0894

    วันก่อน มหาลัยจัดการแสดงรำระบำเกาหลีที่สวนในมอ
    สำหรับนักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะ จีรศักดิ์ชอบสวนนี้มาก
    เพราะเดินผ่านทุกวัน มีเวทีใหญ่น้อยอยู่สองเวทีกลางสวน ช่วงนี้เริ่มเข้าหน้าร้อน
    อากาศกำลังดี 23 องศา เหมาะแก่การกิจกรรมทุกชนิด รูปข้างบนเป็นการแสดง
    รำตีกลองของสาวๆกิมจิ (ไม่ต้องบอกก็รู้เนอะ)

    xxxSANY09392

    การแสดงบางชุดก็เป็นสาวๆ บางชุดก็เป็นป้าแก่สไตล์แม่เล้า แล้วแต่ใครจะชอบแบบไหน
    แต่จีรศักดิ์ชอบป้าแก่ เพราะหน้าเธอได้อารมณ์มากจริงๆ เต้นหน้าตายได้ตลอดเวลา
    ที่เอารูปมาให้ดูมีแต่การแสดงของสาวๆนะจ๊ะ

    กระโปรงพลิ้วจริงๆ ดูเพลินมาก แต่คนตรีเกาหลีบางทีมันก็ฟังหนวกหู
    เน้นเอะอะมะเทิ่งสไตล์ดนตรีจีน ไม่ค่อยกรุ๊งกริ๊งโนเนะแบบคนตรีญี่ปุ่น

    xxxSANY0943 

    ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเท่าไหร่ เพราะใช้เงินเกินงบประมาณ
    นับตังค์ที่เหลือหน้าซีดเลย อยู่สามเดือนหมดไปแปดหมื่น เอ๊ เงินมันหายไปไหนหมดวะ
    แย่แล้วเรา.....

    5/28/2008

    ‘เสรีภาพเกินขอบเขต’ โดนใจจริงว่ะคำนี้


    หายไปนานเพราะมัวบ้านั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบมิดเทอมวิชาภาษาเกาหลี
    ตำราก็มหาโหดมาก เรียนมาแค่สองเดือนแต่สถานการณ์ที่เรียนล่าสุดคือการโทรจองโรงแรม
    นึกสงสัยว่าถ้าเรียนครบปีคงจะสนทนากับประธานาธิบดีเกาหลีถึงเรื่องแนวโน้ม
    ของนโยบายต่างประเทศด้วยภาษาเกาหลีได้เป็นคุ้งเป็นแคว

    ผลลัพธ์คือได้คะแนน 80 เต็มร้อย วู๊ว ดีใจจริงๆเลย ไม่ห่วยอย่างที่คาดไว้ 

    วันครูที่ผ่านมา ที่เกาหลีเค้าไม่ได้ถือพานแล้วคลานมาหาครูแบบบ้านเรา แต่จะเป็น
    การให้ของขวัญครูแล้วกินอะไรด้วยกันในห้องเรียนกับครูที่เราสอนแม้จะเรียบง่าย
    แต่ที่เกาหลีเค้าก็มีคำกล่าวว่า กษัตริย์ พ่อแม่ และครู สำคัญเท่าๆกัน

    xxxP080515002

    ชั้นเรียนเราได้อาจารย์คนสวย(ด้วยแพทย์)มาสอน สวยชนิดที่ไม่มีใครปฏิเสธลง
    แต่ถ้าดูหน้าแกใกล้ๆบางวันจะเห็นรอยเล็กๆ มีเชี่ยวชาญหลายท่านลงความเห็นว่า
    แกทำไปหลายส่วนเหมือนกัน แต่ก็ดูธรรมชาติมาก นึกไม่ออกจริงๆว่าของเดิมแกเป็นยังไง
    แต่คนสวยทำอะไรก็ดูดีไปหมด ไม่ว่าแกจะมาสอนท่าไหน อารมณ์ไหน ก็ดูเพลินไปหมด
    วันไหนแกไม่อยากสอน แกก็พล่ามเรื่องโน้นเรื่องนี้ ฟังเพลินเลยเพราะรูปลักษณ์ส่งเสริม

    การที่ได้กลับไปเป็นนักเรียนอีกครั้ง ทำให้ได้คิดอะไรหลายอย่าง รู้สึกว่าที่ผ่านมา
    เราสอนในมุมมองของคนที่ "รู้แล้ว" มากเกินไป พอมานั่งเรียนที่นี่จึงเริ่มเข้าใจว่า
    เรามีอะไรที่ต้องปรับปรุง นักเรียนที่ดูโง่ในสายตาครูนั้น มันโง่เพราะอะไร เริ่มจะมองออก

    พูดถึงเรื่องการเป็นครูของตัวเอง เคยดูในในประเมินอาจารย์ที่นักเรียนเขียนมา
    มีแต่เสียงชมว่าใจดี หารู้ไม่ว่าจีรศักดิ์แอบตบตีนักเรียนด้วยโทรจิตไปหลายฉาด
    ในฐานะครูสอนภาษา ครูไม่มีสิทธิ์แสดงออกว่า"โกรธ"และออกอาการกระฟัดกระเฟียด
    เพราะหากครูทำลายบรรยากาศและความรู้สึกที่ดีที่นักเรียนมีต่อครู การสอนก็จบเห่
    ถ้าเป็นวิชาอื่นก็แล้วไป แต่วิชาภาษาต่างประเทศ การสอนต้องอาศัย
    ความรู้สึกร่วมระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนสูงมาก

    จริงๆแล้วแอบไม่เห็นด้วยกับอะไรหลายอย่างที่นักเรียนทำ แต่ก็แทบจะไม่พูด หรืออย่างร้าย
    ที่สุดก็เปลี่ยนจากการด่าเป็นการพูดเล่น ว่าแต่นักเรียนสมัยนี้ก็มีอะไรให้ต้องตักเตือน
    เยอะเหมือนกัน ซึ่งคิดว่าเคยเขียนไปแล้ว

    สถานการณ์ง่ายๆ อย่างเช่น นักศึกษามหาลัยแต่งตัวตามใจชอบ
    เพราะมหาลัยไม่มีกฎบังคับให้ต้องแต่งชุดนักศึกษา
    บางคนไม่รู้ว่ามา"เรียน"หรือมาโชว์ความ"ซ่าน"ของตัวเอง นักศึกษามักจะอ้างว่า
    ก็มันตัวหนูนี่คะ คิดแบบผิวเผิน มันก็จริงนะ ทุกคนมีเสรีภาพในการแต่งกาย
    ของมันก็แค่สั้นกว่าปกติ ไม่ได้แก้ผ้าไปเรียนสักหน่อย แต่....

    หรืออย่างเช่น จีรศักดิ์เคยนั่งรถเมล์กรุงเทพฯ เค้าเปิดวิทยุในรถ เพลงเพราะจนไปโดยใจ
    สาวเจ้านางหนุึ่ง แล้วเธอก็ร้องเพลงคลอแบบไม่อายใคร (เผอิญผู้โดยสารไม่มาก)
    จีรศักดิ์คิดว่า นั่นเป็นอะไรที่ "ไม่ปกติ" ใช่ คุณเธอมีสิทธิ์ร้องเพลง เพราะกฎหมายไม่ได้
    ห้ามประชาชนร้องเพลงบนรถเมล์ แต่..จีรศักดิ์ก็มีสิทธิ์ที่จะนั่งรถเมล์แบบสงบๆ
    ไม่มีเสียงร้องคลอเป็นซาวนด์แทรค มันเป็น externality ที่จีรศักดิ์ไม่ได้ร้องขอ

    คนไทยชอบความ "เสรี" (ไม่งั๊นจะชื่อ ไท ได้ยังไง ใช่ไหม) แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง
    ก็ไม่ค่อยรู้ว่าขอบเขตของเสรีอยู่ตรงไหน เพราะขอบเขตนั้นตัดสินได้ด้วยจิตสำนึก
    ไม่ใช่กฎเกณฑ์ 

    อ่านข่าวที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ห้ามนักศึกษาที่แต่งกายไม่สุภาพเข้าชั้นเรียน
    รวมทั้งเหตุผลที่ต้องห้ามแล้วรู้สึกสะใจ ลองคัดตัดตอนมาให้อ่านเล่นดู

    ‘เสรีภาพเกินขอบเขต’ มธ. คุมเข้มแต่งกาย นศ.ชุดไม่สุภาพห้ามเข้าเรียน-งดบริการ

    ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดี มธ. ได้ลงนามในระเบียบ มธ.
    ว่าด้วยการแต่งกายของนักศึกษา เรื่อง การแต่งกายที่ถือว่าเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพ
    เกินกว่าขอบเขตอันเหมาะสม โดยระเบียบดังกล่าวกำหนดว่า หากนักศึกษาผู้ใดแต่งกาย
    โดยใช้เสรีภาพเกินกว่าขอบเขตอันเหมาะสม อันได้แก่ การแต่งกายล่อแหลมจนเกินควร
    หรือแต่งกายไม่สุภาพไม่เหมาะสมกับกาลเทศะเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นชุดที่แต่ง
    ในโอกาสทั่วไปหรือชุดนักศึกษา นักศึกษาผู้นั้นอาจถูกห้ามให้ขึ้นอาคารเรียน
    หรือเข้าห้องเรียน และหน่วยงานต่างๆ มีสิทธิงดให้บริการได้

    เสรีภาพ และประชาธิปไตย เป็นสิ่งที่เราถูกสื่อรอบตัวเจาะหัวให้โหยหาแต่สิ่งเหล่านี้
    และคิดว่ามันเป็นของหวานที่ใครๆก็มีสิทธิ์ที่จะหามารับประทาน แต่จริงๆแล้วเคยลองคิด
    กันดูบ้างไหมว่า คำว่า "เสรีภาพ" มันบั่นทอน หรือ ให้คุณค่ากับเราและสังคมอย่างไรบ้าง

    ในทางกลับกัน เสรีภาพที่น้อยเกิน บางครั้งมันก็ลดความเป็นมนุษย์ของเรา
    สรุป เสรีภาพมากเกินก็ทำลายโลกเรา เพราะมนุษย์มีแนวโน้มที่จะคิดถึงแต่ตัวเอง...

    พล่ามมากกว่านี้ หรือพูดเชิงวิชาการมากกว่านี้ เดี๋ยวจะเบื่อกัน พอแค่นี้ดีกว่า........
    ว่าแต่เรื่องเสรีภาพนี้มันก็โยงไปถึงเรื่องที่คนไทยกำลังกัดกันอยู่ได้เหมือนกันนะนี่ 

     

     

    5/12/2008

    เรื่องเล็กน้อย แต่คือชีวิตทั้งชีวิต


    อากาศร้อนได้สองสามวัน ตอนนี้กลับไปหนาวอีกรอบ แถมฝนเป็นระยะ
    ฝันกลางฤดูร้อนของจีรศักดิ์ล่มสลาย ต้องรื้อเสื้อแจคเก็ตมาใส่อีกรอบ

    xxxSANY0846

    ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ออกไปไหน ออกไปอากาศก็ไม่ค่อยดี ดูอย่างในรูปสิ ถ่ายจากในร้านพิซซ่า
    ที่ริมหาดกวางอัลลี ทะเลยังครึ้มน่ากลัว แต่ว่าไปก็สวยไปอีกแบบนะ สวยซึ้งดี 

    xxx_P080511007

    วันนี้ไปเที่ยวห้าง SfunZ ที่หาดแฮอุนแด ที่ชอบไปห้างนี้เพราะจีรศักดิ์สมัครเนท Wi-Fi
    ความเร็วสูงแบบนอกสถานที่ไว้ เวลาจะใช้ก็วิ่งหาห้างหรือร้านกาแฟที่มีสัญญาณ ห้างนี้
    สัญญาณแรงมาก ก็เลยมาบ่อยๆ เนทเกาหลีเป็นที่รู้กันว่าไวติดจรวด ความเร็วที่ได้
    ประมาณ 3 เมกกะบิต เมืองไทยยังไม่ได้ความเร็วเท่านี้เลย โหลดหนังเป็นเรื่องๆได้สบาย
    เนทที่มอก็ไว แต่ไม่ไวซาดิสม์เท่านี้ ผู้ให้บริการคือ NESPOT บริษัทลูกของ
    KT telecom จ่ายแค่เดือนละไม่ถึง 500 บาท แต่มีเนทให้ใช้เกือบทุกมุมเมือง
    โอ้ย ชีวิตจีรศักดิ์ไฮเทคจริงจิ๊งงง

    กำลังโหลดอยู่ มีลูกนกบินเข้ามาจากไหนก็ไม่รู้ มาร้องเจี๊ยบๆข้างจีรศักดิ์ ร้องนานเป็น
    ครึ่งชั่วโมง คงจะหนาวเพราะห้างวันนี้เป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้ เปิดหน้าต่างรับลมเต็มที่
    จีรศักดิ์สงสารมันเลยจับมันมาวางบนตัว มันก็ไม่ตกใจนะ ยอมแต่โดยดี

    xxx_P080511009q

    ท่าทางมันยังหนาว เพราะลมพัดทีมันก็ร้องเจี๊ยบ แล้วก็เอาตัวเบียดเข้าไปซุกในเสื้อของ
    จีรศักดิ์ แล้วจะทำยังไงเนี่ยะ มันยังบินไม่ค่อยเป็นเลย ว่าจะหอบไปเลี้ยงที่หอ แต่ก็กลัว
    มันจะตายถ้าต้องมาอยู่กับคนที่เอาตัวเองยังไม่ค่อยจะรอดอย่างจีรศักดิ์
    วิ่งไปหาคนเลี้ยงก็ไม่มีใครเอา
    (ลองนึกภาพตามว่าจีรศักดิ์มีนกเกาะแขนวิ่งหาคนรับเลี้ยงไปทั่วห้าง)

    xxx_P080511011   

    จีรศักดิ์ไม่ละความพยายาม วิ่งเข้าวิ่งออกห้างหาเจ้าของต่อ นกมันเริ่มตกใจกับอากาศ
    หนาวข้างนอก เลยบินไปเกาะกระเป๋าสามแม่ลูก พวกนั้นตกใจทิ้งกระเป๋าร้องกรี๊ดดๆๆ
    ทำอย่างกับลูกนกมันเป็นเชื้อร้าย จีรศักดิ์นึกแช่งให้พวกมันไปเกิดเป็นนกชาติหน้า
    และแล้วก็มีสาวสองคนจับมันไปปล่อยที่สวนข้างนอก จีรศักดิ์วิ่งตามไปบอกว่าไม่ด๊ายๆๆๆ
    มันต้องตายแน่ๆถ้าปล่อยแบบนั้น แล้วก็เจรจาเกลี้ยกล่อมให้สาวสองหน่อเอานกไปเลี้ยง
    ในที่สุดเรื่องก็จบลงอย่างแฮปปิ้เอ็นดิ้ง ถ่ายรูปสาวที่รับเลี้ยงมาแต่กล้องมือถือเป็นอะไรไม่รู้
    ถ่ายแล้วมาดูทีหลังไม่มีรูป เลยอดให้ดูรูปสาวผู้ใจบุญ

    เฮ้อ เหนื่อยเว้ยวันนี้ กับลูกนกหนึ่งตัว หวังว่าสาวเจ้าคงจะไม่ได้เอามันไปต้มกิน....

     

     

    5/3/2008

    มน ซุต เทด (ไม่ใช่ชื่อคนเกาหลี แต่อ่านกลับหลังแปลได้ว่า เมทสุดทน)


    สาวใหญ่เพื่อนจีรศักดิ์ถามว่า เพื่อนเมทแกหล่อไหม ชั้นอยากเห็น อยากจะบอกเหลือเกินว่า อย่ามาสนเลยแก หน้าตายังไม่เท่าไหร่ แต่พฤติกรรมสุดแสนจะ miserable
    ภาษาอังกฤษมันก็พูดไม่ได้ ทั้งวันเลยไม่เคยได้พูดกันเลย ต่างคนต่างอยู่คนละมุมห้อง
    (ฟังดูเหมือนไกล แต่จริงๆห่างกันไม่ถึงเมตร เพราะห้องมันเล็ก ง่า..)

    อย่าหาว่านินทาเมทเลย แต่บางทีมันสุดแสนจะทน ลองมาฟังตัวอย่างคร่าวๆกัน...

    มันตั้งนาฬิกาปลุกที่มือถือมันไว้ให้เตือนทุกชั่วโมง บางทีจีรศักดิ์กำลังจะเคลิ้มหลับ
    พอได้ยินเสียง "ฮั่นชี่อิมหนี่ดา"(ตีหนึ่งแล้วค่ะ) ตาว่างเลย โมโหจริง ไม่รู้มันจะตั้งปลุกทำไม
    ทุกชั่วโมง สงสัยมันต้อง alert ตลอดเวลาเพราะกลัวจีรศักดิ์ข่มขืนมัน

    มันอาบน้ำสองวันครั้ง ตอนนี้กลิ่นที่เตียงมันเริ่มโชยมาถึงเตียงจีรศักดิ์แล้ว เพราะบางที
    มันก็ไม่ใส่เสื้อด้วยเวลานอน (อัพเดทล่าสุด ช่วงนี้มันเริ่มใส่กางเกงในตัวเดียวนอนแล้ว)
    แถมบางทีมันใส่แว่นนอนด้วย มากไปกว่านั้น มันยังนอนกอดมือถือไว้เกือบทุกวัน
    ราวกับมือถือนั่นมันเป็นทองแท่งหนักห้าสิบบาท ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

    มันไม่ออกไปไหนเลยช่วงเสาร์อาทิตย์ จะอยู่ในห้องตลอดเวลานึกสงสัยว่ามันนั่งกกอะไรอยู่
    หรือเปล่า ถ้ามันเพาะออกมาได้คงจะเป็นตัวขี้เกียจแน่ๆ จีรศักดิ์เสาร์อาทิตย์ก้นร้อน
    อยู่ไม่ติดที่ ส่วนมันไม่สนใจอะไรรอบตัวเลย สนใจแต่โลกเสมือนจริง virtualของมัน
    หน้าจอคอม

    มันแชตวันละห้าชั่วโมง เสียงคีย์บอร์ดที่มันเอานิ้วกระแทกด้วยความเร็ว 100 คำต่อวินาที
    จะหลอนจีรศักดิ์ไปจนวันตาย บางทีจีรศักดิ์อ่านหนังสือไม่ได้เลย ต้องฝ่าลมหนาวสาวผิวแตก
    แบกสังขารไปอ่านที่ห้องสมุด บางทีมันตื่นมาแชตกลางดึก ฮืม วันตายของมันใกล้เข้ามาแล้ว

    มันไม่เคยถูห้อง จีรศักดิ์เป็นรุ่นพี่มันถึงสองระดับ มันปริญญาตรี จีรศักดิ์ปริญญาเอก
    ตามหลักเกาหลีแล้ว มันต้องทำ ใต้โต๊ะมันโสโครกมาก มันเก็บขยะและพวกกระป๋องน้ำอัดลม
    ไว้ด้วย มันไม่ดูแลห้องเลย ออกไปมันก็ไม่เปิดประตูที่ระเบียง ปล่อยรับลมรับฝนอ้าซ่า
    ดีที่อยู่มาสองเดือน พอจะพูดภาษาเกาหลีได้บ้างแล้ว ก็เลยเตือนมันไปหลายเรื่อง
    เตือนแต่ละที มันก็ทำหน้าตกใจ มันคงไม่คิดว่าจีรศักดิ์จะใช้ภาษาบ้านมันสั่งมันเอง
    ฮ่ะๆ มันคงนึกว่าจีรศักดิ์เพิ่งมาอยู่ไม่ถึงสองเดือน ภาษายังไม่ไปไหน

    มันเป็นลูกอีช่างยืมมาก อะไรใช้หมดมันไม่่ค่อยไปซื้อใหม่หรอก บางทีมันขโมยเลย
    เช้าๆยังไม่ตื่นดีนอนสลึมสลือ ได้ยินเสียงแค่วกๆๆ เอาแล้ว มันขโมยทิชชู่บนโต๊ะกรูอีกแล้ว
    ทีละหลายแผ่นเลย (ทิชชู่เช็ดหน้าเกาหลีแพงง่ะ)

    มันตื่นง่ายมาก แม้มีเสียงแค่เข็มหล่น จีรศักดิ์เป็นคนทำอะไรเบาๆอยู่แล้ว แต่บางทีก็เผลอ
    ดังบ้าง มันจะพลิกตัวทันที ในขณะเดียวกัน ตอนจีรศักดิ์นอนหลับมันไม่เคยสนใจเลยว่า
    จีรศักดิ์หลับอยู่ เดินในห้องลงส้นกระแทกปังๆ ตื่นง่ายแบบนี้ เหมาะแน่กับการเป็นทหาร
    ปีหน้ามันก็คงจะถูกเกณฑ์ เพราะชายเกาหลีทุกคนต้องไปเป็นทหารสองปี ไม่มีเรียน รด
    เหมือนอย่างคนไทย จับมันไปอยู่ที่ พันมุนจอม (ชายแดนติดกับเกาหลีเหนือ) เลย
    รับรองเกาหลีเหนือบุกเมื่อไหร่รู้ได้ทันที 

    มันเป็นโรคสมาธิสั้น อ่านหนังสือได้ไม่เกินสิบนาที มันต้องหาอะไรทำ อย่างเช่น ส่งแมสเสจ
    เปิดคอมจิ้นโน่นจิ้มนี่ จีรศักดิ์พลอยเสียสมาธิไม่ได้อ่านไปด้วย เพราะสั้นเหมือนกัน
    อะไรสั้นรู้ไหม ความอดทนสั้นไง

     

    วันหายนะของมันใกล้มาถึงแล้ว เมื่อจีรศักดิ์สติแตก มันจะจดจำคนไทยคนนี้ได้ตลอดไป...
    ว่าไปแล้วนึกสงสารมันที่เอามันมานินทา นี่แค่ตัวอย่างนะ บางเรื่องเล่าในที่นี้ไม่ได้ เฮ้อ  

    xxxP080502009 

    พักเรื่องสุดระอา มาเรื่องอื่นๆบ้างดีกว่า วันนี้เป็นวันแรกที่รู้สึกว่าหน้าร้อนมาถึงแล้ว
    ร้อนราวกับอยู่เมืองไทย รถไฟใต้ดินวันนี้เปลี่ยนจากลมร้อนฮีเตอร์เป็นลมเย็นแล้ว
    จากนี้ไป ก็จะเริ่มใส่ขาสั้นได้สักที

    ในรูปมีคนเอากล้องมือถือจีรศักดิ์ไปถ่ายโน่นถ่ายนี่ในห้องเรียน
    เลยติดภาพจีรศักดิ์ตอนนอนหลับช่วงพักคาบเรียนมาด้วย เพราะไอ้เมทนั่นแหละ
    ทำให้จีรศักดิ์นอนไม่ค่อยเต็มอิ่ม ในชั้นเรียนมีจีรศักดิ์เป็นคนไทยคนเดียว
    นอกนั้นเป็นคนจีนหมด รู้สึกตัวเองเป็นแกะดำมากๆ เอ หรือแกะขาวในฝูงแกะดำหว่า ฮ่าๆ

    ภาษาเกาหลีที่นี่สอนไวติดเทอร์โบ น่าจะไวกว่าชั้นเรียนปกติในมหาลัยเมืองไทยสามเท่า
    เรียนเสร็จก็มัวไปแรด ไม่ค่อยได้ทบทวน แย่แล้ว ตอนสอบมิดเทอมตายแน่ๆ
    (ครึ่งเทอม จะจบหนังสือหนึ่งเล่ม ไปไวไหมล่ะ คิดดู)