KONG's profilewww.jirasak.com PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    6/23/2007

    นักศึกษา กับ ภาษาไทย


    วันนี้ขอแปลงร่างเป็นอาจารย์ภาษาไทยสักวัน
    เรามาพิจารณาข้อความข้างล่าง แล้วควานหาความผิดปกติกัน



    นักเรียนเอาเอกสารมาให้เขียนรับรองเพื่อทำเรื่องขอกู้ยืมค่าเล่าเรียน
    แค่จีรศักดิ์ไม่อยู่ที่ห้อง นักเรียนก็เลยทิ้งโน้ตไว้ จีรศักดิ์อ่านแล้วรู้สึกทะแม่งๆ
    ในการใช้ภาษาของเด็กสมัยนี้ (อย่าลืม นี่เด็กมหาวิทยาลัยแล้ว)

    อาจารย์ค่ะ  ต้องแก้เป็น อาจารย์คะ  ทำไปเด็กสมัยนี้แยก ค่ะ กับ คะ ไม่ออก
                    ถ้าผู้หญิงเองยังเขียนผิด แล้วใครจะเขียนถูก?

    อ. ต้องแก้เป็น อาจารย์ ครูโรงเรียนไหนสอนเธอให้ย่อทุกอย่างมั่วซั่วแบบนี้
        ถ้า อ.ตามด้วยชื่อก็พอจะให้อภัย

    ขอให้.. ช่วยเซ็น ต้องแก้เป็น รบกวนอาจารย์กรุณาเซ็น

    จะมาพบ อ. ต้องแก้เป็น จะมาขอพบ ไม่ทราบจะสะดวกไหมคะ

    จีรศักดิ์ไม่ใช่คนช่างจับผิด แต่ลองคิดดูว่าถ้าเด็กเหล่านี้จบการศึกษาไป
    แล้วไปเขียนอะไรทำนองนี้ให้ผู้จัดการ หรือคนต่างบริษัท..
    คิดว่า การใช้ภาษานั้น สี่ปีในมหาวิทยาลัยพอจะแก้ทันไหม..

    ข้อความข้างบนน่าจะเขียนใหม่เป็น..

    อาจารย์คะ

    ดิฉัน นางสาว... ขอรบกวนอาจารย์กรุณาเซ็นเอกสารเงินกู้ หน้า 8
    เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ต้องยื่นส่งไปที่ฝ่ายกิจการนักศึกษาแล้ว
    ดิฉันเกรงว่าจะส่งไม่ทัน (แล้วทำไมไม่มาก่อนหน้านี้จ๊ะ เด็กๆ)
    หลังจากเลิกเรียนในเวลาบ่าย 3 แล้ว ดิฉันจะรบกวนขอพบอาจารย์
    เพื่อรับเอกสารคืนและเผื่ออาจารย์มีข้อซักถาม ไม่ทราบอาจารย์จะสะดวกไหมคะ

    ขอบคุณค่ะ


    ว่าไปแล้วเรื่องขอกู้ยืมนี่ก็มีประเด็นน่าพูดถึง
    นักเรียนหลายคนอ้างว่าพ่อแม่มีรายได้เดือนละหมื่นเศษ
    อาจจะลำบากในการส่งเสียค่าเล่าเรียน

    ย้อนกลับมาคิดถึงตัวเอง อาจารย์เงินเดือนหมื่นเศษ
    สมมติผ่อนรถเดือนละแปดพัน  เหลือค่ากินไม่ถึงเจ็ดพัน
    ซึ่งเท่ากับเหลือกินวันละสองร้อยเศษ แล้วจะเหลือเงินซื้อบ้าน
    หรือซื้อของจำเป็นอย่างอื่นไหมครับ มือถือส่วนใหญ่ก็โทรเรื่องงาน
    เสื้อผ้าก็ต้องซื้อ โน้ตบุ๊คก็ต้องซื้อ เพราะบางครั้งต้องเตรียมสอนที่บ้าน

    นึกภาพอาจารย์มหาลัยกันออกไหม สมัยที่เราเรียนกัน
    อาจารย์แก่ๆ ใช้กระเป๋าหนังเก่าๆ รถเต่าอายุเกิน 20 ปี แต่งตัวเชยๆ
    นั่นแหละ ผลตอบแทนจากการรับใช้การศึกษาและเพื่อพัฒนาประเทศ

    ประเทศไทยจงเจริญ ผมได้แต่ภาวนา ว่าสักวันประเทศนี้มันจะเจริญ..

    ประกาศเงินเดือนอาจารย์ล่าสุด (ปรับใหม่)

    11700 บาท  สำหรับผู้จบปริญญาตรี เกียรตินิยม
    14300 บาท  สำหรับผู้จบปริญญาโท

    เงินเดือนเท่านี้ อนาคตจะได้คนเหล่านี้มาเป็นครู
    1. หมู หมา กา และไก่
    2. คนที่เคยทำกรรมเผาโรงเรียนในภาตใต้เมื่ออดีตชาติ ชาตินี้ต้องมารับกรรม
        สอนนักเรียนด้วยเงินเดือนเศษสวะของงบประมาณแผ่นดิน

    อย่าถามว่าจีรศักดิ์ทำไมทำงานเป็นครูอยู่ได้ ด้วยเงินเดือนเท่านี้

    ...

    ...

    ผมรักเด็ก..  เป็นคำตอบสุดท้าย อิ อิ

    6/12/2007

    เปลี่ยนตัวเอง รับเปิดเทอม


    เปิดเทอมแล้ววววว  ในที่สุดก็มีผู้โดยสารชุดใหม่มาให้จีรศักดิ์พายข้ามฝั่ง
    ตามประสาเรือจ้างราคาถูก จึงพายชนแก่งบ้าง ผู้โดยสารเมาเรือบ้าง
    หวังว่าผู้โดยสารชุดนี้จะไปถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย

     

    แผนลดความอ้วนให้ทันเปิดเทอมของจีรศักดิ์พังทลายอีกรอบ
    จึงหาทางกู้หน้าด้วยการเปลี่ยนลุคทรงผมใหม่ เพื่อไม่ให้รู้สึกชีช้ำในชาตะชีวิต
    ที่เกิดมาอ้วนมากไปกว่านี้ ในรูปคงรู้ว่าจีรศักดิ์ทำอะไรกับทรงผม

    ดัดผมไงล่ะ..อิ อิ  ครั้งแรกในชีวิต ตื่นเต้นสุดๆ...
    หลังจากโดนช่างทึ้งผมอย่างสนุกสนาน แถมโดนน้ำยาสุดแสบราดหัว
    ก็ได้ผลลัพธ์ดังต่อไปนี้...



    เป็นอย่างไรบ้างเอ่ย.. ส่วนตัวพอใจมั่กๆ เพราะดูเป็นหัวมนุษย์มากขึ้น
    แตกต่างจากทรงเดิมที่ผมเป็นเส้นตรงๆอย่างกับเด็กไม่รู้โลก

    ตื่นขึ้นมาก็ไม่ต้องอะไรมาก ขยี้ๆเสยๆก็เสร็จ ถ้าเป็นสมัยก่อนเหรอ
    ต้องชะโลมด้วยเยลสารพัด หวีแล้วหวีอีกกว่าจะได้ทรง
    อยากเกิดมาผมหยิกหยักศกแต่กำเนิดจริงๆ

    ให้ดูแต่ทรงผม ห้ามวิจารณ์ถึงความบานของหน้า..

    (เปลี่ยนขนาดฟอนต์ให้ใหญ่ อ่านง่ายขึ้น ดีไหมเอ่ย)

     

     

    6/2/2007

    เรื่องสยอง และ อาจารย์สาวชาวเกาหลี


    เรื่องนี้มันผ่านมาหลายเดือนแล้ว มา เขยิบเข้ามาใกล้ๆ
    มาฟังเรื่องลึกลับจากจีรศักดิ์กัน


     

    เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือหวีดร้องแหวกอากาศเย็นยะเยือก
    ห้องจีรศักดิ์อยู่ติดภูเขา และเป็นช่วงปลายปี อากาศยามเช้าจึงเย็นจับขั้ว

    มันเป็นหัวรุ่งที่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น จีรศักดิ์เดินตัวสั่นไปหยิบมือถือ
    เสียงทางโน้นสั่นๆด้วยความความกลัว เป็นสายของอาจารย์สาวชาวเกาหลี

    "ทำยังไงดี ฉันได้ยินเสียงผู้หญิงร้องช่วยด้วย ช่วยด้วย ดังออกมาจากป่าหลังเขา"
    จีรศักดิ์เสียวสันหลังวาบ ห้องจีรศักดิ์ใกล้ภูเขาที่สุดแล้ว เอ แต่ไม่เห็นได้ยินเสียงอะไรเลย
    จีรศักดิ์ถามกลับ "เหรอ เสียงร้องเป็นภาษาอะไรล่ะ ภาษาไทยเหรอ"

    ทางโน้นตอบกลับ "เป็นภาษาเกาหลี" เค้าร้องซ้ำๆว่า "หน่า จุ๊ง ทัว จู" !!!!
    สมองจีรศักดิ์เริ่มสับสน ใครมันจะบ้ามาร้องช่วยด้วยเป็นภาษาเกาหลี
    เอ หรือเขาตั้งใจจะร้องให้คนเกาหลีเข้าใจ แหม อินเตอร์จริงๆเลย มหาลัยเรา
    (เฮ้ย กำลังเล่าเรื่องสยอง อย่าเพิ่งออกตลกคาเฟ่)

    "ฉันว่าน่าจะไม่ใช่คนนะ ฉันได้ยินอย่างนี้มาสองสามวันแล้วหละ" อาจารย์สาวครวญ
    "เธอมาห้องฉันได้ไหม มาฟังเสียงสิ"
    จีรศักดิ์เองก็อยากพิสูจน์ว่ามันเป็นสียงอะไรกันแน่
    ก็เลยรีบวิ่งไปที่ห้องอาจารย์เกาหลีที่อยู่ชั้นบนสุดของอีกตึกนึง
    พอไปถึงห้องก็รีบแจ้นไปที่ระเบียงแล้วมองออกไปทางภูเขาป่าดิบดูทะมึนพิลึก

    "ไม่เห็นได้ยินอะไรนี่" จีรศักดิ์บอกกับอาจารย์เกาหลี
    "อืม เสียงมันเพิ่งหยุดไป" จีรศักดิ์เริ่มมีน้ำโห ตะโกนออกไปทางภูเขา
    "เฮ้ย ช่วยด้วยอะไรล่ะ เน่จริงออกมาสิ ร้องอยู่ได้" จีรศักดิ์เป็นคนชอบลองของ
    ไม่ค่อยกลัวอะไรที่มองไม่เห็น (ดีนะที่รอดมาได้ถึงทุกวันนี้)

    รออยู่สักครู่ ไม่เห็นมีเสียงอะไร ก็เลยขอตัวกลับ แต่กำชับว่า ถ้าพรุ่งนี้ได้ยินเสียงอีก
    ให้รีบโทรมาทันที

     

     

     

    ..................................................

     

     

    ผ่านไปสองวัน โดยที่ไม่มีเสียงโทรศัพท์แหวกอากาศยามเช้า
    พอเจอหน้าอาจารย์เกาหลี ก็เลยได้โอกาสถามว่ายังได้ยินเสียงนั้นอยู่ไหม

    "ฉันให้นักศึกษามานอนด้วยเป็นเพื่อน" อาจารย์เกาหลีตอบ
    "เหรอ เหรอ แล้วได้ยินไหม" จีรศักดิ์ละล่ำละลักถาม
    "ได้ยินสิ แต่นักศึกษาบอกว่า มันเป็นเสียง ไก่ขัน

    เหมือนภูเขาไฟมาระเบิดตรงหน้า พอตั้งสติได้รีบใช้สมองคำนวน
    โดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายอธิบาย อ๋อ ไอ้คำว่า "หน่า จุ๊ง ทัว จู"
    ในภาษาเกาหลี มันเหมือนกันเสียง "เอ่ก อี๊ เอ้ก เอ้ก" นี่เอง
    แล้วอาจารย์เกาหลีเธอคงเป็นสาวซิตี้ ไม่เคยอยู่บ้านนอก
    ก็เลยแทบจะไม่เคยได้ยินเสียงไก่ขัน
    (ใครไปเกาหลีจะรู้ว่าเขาอยู่คอนโดกันหมดเกือบทั้งประเทศ)

    แล้วไอ้ไก่นี่มันก็ไม่ได้ขันทุกวัน นานน๊านชาตินึง ถ้าขยันมันถึงจะขัน
    แล้วหมู่นี้ก็ไม่ได้ยินเสียงมันเลย สงสัยลงหม้อคนงานในมอไปแล้ว
    อาจารย์เกาหลีเองก็แทบไม่เคยตื่นเช้า อยู่มานานจึงเพิ่งจะได้ยิน
    เลยพาลนึกไปว่าเป็นเสียงคนร้อง

    เรื่องสยองจึงกลายเป็นเรื่องขำขันด้วยประการฉะนี้
    เล่าไปถึงไหน อายไปถึงนั่นจริงๆ

    ที่เล่าเรื่องนี้ก็เป็นเพราะว่า จีรศักดิ์จะเข้าประเด็นว่า
    จีรศักดิ์เหมือนเคยทำเวรทำกรรมกับชนชาติกาหลี
    ทั้งๆที่เรียนภาษาญี่ปุ่นมาแท้ แต่กลับต้องมาทำงานเกี่ยวข้องกับประเทศเกาหลี
    สารพัด รวมไปถึงดูแลนักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวเกาหลีด้วย

    เมื่อสองวันที่แล้ว ได้พานักศึกษาชาวเกาหลี 2 คน ไปเที่ยวหาดป่าตอง
    หนึ่งในคุณเธอเกิดอยากจะเล่นพาราชู๊ต (เรือลากร่ม)
     แพงไม่หยอก 5 นาที 500 บาท (ต่อสุดฤทธิ์แล้วนะนี่)

     

    เรือกำลังสากสาวกิมจิไปแล้วววววว
    ไวมาก พริบตาขึ้นฟ้าไปแล้ว
    (เลือกรูปเบลอๆมาเพื่อ privacy ของเค้า)

     

    เหิรฟ้าไปโน่นแล้ว อยากลองเล่นบ้างจังเลย
    ท่าทางข้างบนยามพระอาทิตย์ตกจะเห็นวิวสวยขนาด



    กลับลงมาแล้ว ดิ่งลงมาอย่างกับจรวดชาเลนเจอร์
    ผู้คนวิ่งหลบกันระนาว ท่าทางมันจะอันตรายก็ตรงนี้นี่เอง

    พอจะจ่ายเงิน ถูกบีชบอยต่อว่า เพราะตอนต่อราคา เราขอราคาคนไทย
    แต่ลงมาเค้าเพิ่งรู้ว่าไอ้คนที่ขึ้นไปลอยฟ้าไม่ใช่คนไทย ก็ออกอาการโมโห
    อ้าว ก็คนต่อราคาเป็นคนไทยไง แหมพี่มืดก็...



    วันนั้น ท้องฟ้ายามเย็นเห็นแสงอำไพ สวยซึ้งจริงๆ
    อยากมีบ้านเห็นอาทิตย์ตกแบบนี้ทุกวันจังเลยยยย

    จบข่าว