6/16/2008
หลังจากได้ NOKIA N810 มาครอบครอง (ใครไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร
กรุณาย้อนกลับไปอ่านตอนก่อน แต่จงจำไว้ว่ามันเป็นคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่มือถือ)
โรคที่เคยเป็นอยู่และแอบซ่อนฝังตัวอยู่ในร่างกายจีรศักดิ์ก็กำเริบขึ้นมาอีกคำรบหนึ่ง
นั่นคือโรคบ้าลงโปรแกรม ลงแล้วถอนออก
เป็นอย่างนี้จนกว่าจะเบื่่่อหรือไม่ก็เครื่องติงต๊องและพัง
ในที่สุดเพราะถูกใช้งานหนักเกิน
เครื่องใช้ระบบปฏิบัติการ Linux OS2008 ซึ่งเป็นระบบเปิดจึงไม่มีใครเป็นเจ้าของ
และหาโปรแกรมสารพัดมาลงได้ฟรีๆ เพราะเป็นโปรแกรมที่ผู้ใช้พัฒนากันขึ้นมาเอง
(มีคนบ้าลงโปรแกรม มันก็ต้องมีคนบ้าเขียนโปรแกรมเป็นธรรมดาโลก)
จากหน้าจอจะเห็นว่าหน้าตาทันสมัยไม่อายชาวบ้าน ไม่เหมือนเครื่องปาล์มที่เหมาะกับคน
แนวเรโทรขับรถโฟล์คดุ่ยๆๆๆ (ฮ่าๆใครใช้ปาล์มห้ามโกรธ) เพิ่งดูข้างกล่องว่าเครื่องนี้
มัน Made in Korea แปลกดีนะ จีรศักดิ์อยู่เกาหลี เครื่องก็ผลิดที่เกาหลีแต่ไม่มีขายที่นี่
ต้องสั่งซื้อจากอเมริกา และให้มันย้อนกลับมาที่เกาหลีอีกที สรุปว่าเครื่องนี้เดินทางรอบโลก
ครบหนึ่งรอบพอดี เกิดมาจีรศักดิ์ยังไม่เคยมีโอกาสเดินทางรอบโลกแบบเจ้าเครื่องนี้เลย
เข้าเวปไหนก็สะดวก เพราะหน้าจอหญ่ายและมีความละเอียดสูง เช็คเมลก็สบายแฮ
แค่วิ่งไปหาสัญญาณWiFi หรือไม่ก็ต่อเนทผ่านมือถือเอา การตั้งค่าต่างๆก็สะดวกสบาย
และไม่ยากเลย จนบัดนี้ยังไม่ต้องไปพลิกคู่มือดูเลย
สำหรับประเทศเมืองหนาว อากาศเอาแน่นอนไม่ได้ ก่อนออกจากบ้านก็เช็คสภาพอากาศ
ก่อน ถ้าอยู่เมืองไทยคงไม่จำเป็นเพราะมีแต่ร้อนมากกับร้อนน้อย ฝนจะตกหรือไม่ตก
ก็เอาแน่ไม่ได้เลย อยู่ที่นี่พยากรณ์อากาศช่วยได้มาก เพราะจะได้เตรียมเสื้อผ้าของวันรุ่งขึ้น
ได้ถูกและซักได้ทันเวลา
เปิดเอกสารออนไลน์ของ Google Docs หรือของ Office Live ก็ได้ทั้งสอง
ไม่ต้องพกเอกสารกองโตไปไหนมาไหน ภาษาไทยแสดงผลงดงามไม่มี"โมจิบาเขะ"
(เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่าแสดงผลเพี้ยนจ้า ไม่ใช่ชื่อขนม) แก้ไขและบันทึกได้เลย
ไม่ต้องพึ่งโปรแกรม Word หรือ Excel ขอบคุณ Google และ Microsoft
ที่มอบสิ่งดีดีให้เสมอมา (แหม เหมือนกับบทโฆษณาเน่าๆ)
จีรศักดิ์ลงพจนานุกรมไปสามสี่เล่ม ทั้ง Oxford, Longman, Britannica
และพจนานุกรมอังกฤษ-ไทย ไม่รู้คำไหนก็ลากให้ขึ้นเป็นแถบดำ มันจะแปลอัตโนมัติ
และแสดงคำแปลได้หลายพจนานุกรมพร้อมกัน ฉลาดจริงๆน้องเรา
แถมพูดออกเสียงคำศัพท์ได้ด้วย (แต่กว่าจะทำให้มันพูดได้หมดกำลังไปเยอะเลย)
โปรแกรมดิกนี้ชื่อStarDict ส่วนฐานข้อมูลของดิกต้องอาศัยชั้นเชิงไปขโมยมาจ้า
อ่านไฟล์ Pdf ก็สบาย โหลดหนังสือหรือนิตยสารมาอ่านทั้งเล่มก็ยังไหว ใช้นิ้วแตะ
ที่หน้าจอเพื่อเปลี่ยนหน้าได้เลย ไม่ต้องพึ่ง scrollbar ด้านข้าง แสดงผลแบบ
เต็มหน้าจอได้ ช่างเป็น seamless experience จริงๆ
จะอ่านการ์ตูน "ตินติน ผจญภัย" ก็ยังไหว เพิ่งโหลดมาหลังจากไม่ได้อ่าน
มาเกือบ20ปี แต่มันไม่มีเวอร์ชั่นภาษาไทยให้โหลดง่ะ ต้องอ่านภาษาอังกฤษ ฮือๆ
นอกจากนี้จะดูหนัง ดูคลิป ฟังเพลง ลงโปรแกรมสารพัดเล่นๆ
(ไปที่ www.maemo.org มีโปรแกรมฟรีเพียบเลย)
จะโทรศัพท์ผ่านเนทก็ทำให้ มีให้เลือกทั้ง Skype หรือจะใช้ของทรูก็ได้
ให้ GPS นำทางก็ยังไหวเผื่อไปหลงในหัวใจใครจะได้ออกมาถูก
โหลดแผนที่ของ Yahoo และ Google มาเก็บในเครื่องได้เลย
เรื่องของ GPS ไว้ว่ากันตอนปิดเทอมนะจ๊ะ ตอนนี้ขอกลับไป
ปั่นรายงานปลายภาคต่อ ฮูยยส์ เหนื่อยจริงๆ
6/6/2008
หลังจากกลับมายังที่พัก คลาสของเราก็ทำอาหารจีนกินกัน (เพราะทั้งหมดเป็นคนจีน
มีจีรศักดิ์เป็นคนไทยคนเดียว) อาจารย์ก็ผลัดกันมาชิม คลาสเรามีทั้งหมด 13 คน
มีผู้หญิงแค่สาม ผู้หญิงทำอาหาร ผู้ชายนั่งเล่นกลิ้งไปมา สมกับเป็นสังคมจีนขนานแท้
ไม่เหมือนผู้หญิงไทยที่ชอบเกี่ยงภาระหลักของตัวเองและใช้ผู้ชายทำแทนบ่อยๆ
โดยอ้างความเป็นสังคมสมัยใหม่ (อ้าว นี่ตกลงจะอยู่ข้างไหนวะเนี่ยะ)
การที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้จีรศักดิ์ได้เรียนรู้นิสัยคนจีนมากขึ้นกว่าเดิม
มองคนจีนในแง่ดีมากขึ้น ยิ่งคลาสจีรศักดิ์เกือบทุกคนดี มีน้ำใจ ขยัน สะอาด และอดทน
แต่ก็ยังมีบางเรื่องที่รับไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น
จีรศักดิ์อาบน้ำอยู่ มันมาเคาะประตูห้องน้ำขอเข้าไปฉี่
คนจีน เฮ้ย เปิดประตูหน่อย จะเข้าไปฉี่
จีรศักดิ์ ไรว๊าาา อาบน้ำอยู่ ไม่ได้โว้ย
คนจีน ไม่ได้ เปิดประตูเดี๋ยวนี้
(จีรศักดิ์ต้องยอมเปิดประตูให้มันทั้งที่ยังแก้แก้ผ้าโทงๆ)
คนจีน คนจีนอาบน้ำด้วยกันเป็นเรื่องธรรมดานี่ ไม่เห็นเป็นไร
(แล้วมันก็ควักช้างน้อยออกมาฉี่หน้าตาเฉย)
จีรศักดิ์ (อยู่ในอาการตกใจ) คนไทยไม่ได้นะ คนไทยเห็นกันไม่ได้โว้ยย ฉี่เร็วเข้าาาาาา
คนจีน ไม่เป็นไร๊ ไม่เป็นไร ฮ่าๆๆๆ
ไม่ใช่คนเดียว มันเวียนเทียนกันเข้ามาฉี่สามสี่คน (แต่ละคนกินเหล้าไปพอประมาณ)
จีรศักดิ์ไม่ได้อาบน้ำอย่างสงบสุขเลย
ว่าไปแล้ว กรณีนี้นอกจากได้เรียนรู้ความแตกต่างทางวัฒนธรรม
ยังได้เรียนรู้ความแตกต่างทางกายภาพของช้างน้อยสัญชาติจีนอีกด้วย
แต่ต้องแลกกับการหันหลังโชว์ก้นให้พวกมันดู คุ้มไหนเนี่ยะ...
หลังจากหลับไปแบบเมาๆ ตอนเช้า ใครตื่นก่อนก็ไล่เอาหมอนมาทุบเพื่อปลุกคนที่ยังนอน
ผู้หญิงจีนในคลาสเตรียมอาหารเช้าอย่างขมีขมัน แถมไล่กรี๊ดปลุกคนที่ยังไม่ตื่น
จีรศักดิ์โดนหมอนทุบไปหลายรอบ ตื่นมาแบบบอบช้ำระกำทรวง
วิวหน้าต่างห้องตอนเช้าบอกให้รู้ว่าวันนี้อากาศไม่ดีอีกแล้ว เหมือนเหมือนเมื่อวานเลย
เราเดินไปเที่ยวทะเลสาบกัน ระหว่างทางแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติและแมกไม้นานาพรรณ
นึกถึงเชียงใหม่เลย แต่ที่นี่สภาพของเมืองยังเป็นธรรมชาติกว่ามาก
ชอบจังเลยบรรยากาศแบบนี้ ได้ฟอกปอดไปด้วยในตัว อากาศสดชื่นมากๆ
อาการไอที่ทำท่าจะกำเริบหายเป็นปลิดทิ้ง
(เดี๋ยวก็คงจะเป็นอีก เพราะไอ้เมทมหาภัยชอบเอาผ้าเหม็นแฟ้บมาตากในห้อง)
เราอดนั่งเรือถีบห่านน้อย เพราะเค้าเริ่มให้บริการตอนบ่ายสอง
เรามาถึงเร็วไป จะขี่มอร์เตอร์ไซค์จิ๋วกัน ต่อรองไปมาทำให้ร้านสองร้านที่เปิดข้างกัน
ทะเลาะกันอีก (เป็นธรรมดาของร้านที่ขายอะไรเหมือนกันแล้วอยู่ติดกัน)
สรุปเราอดทำกิจกรรมทุกชนิด นั่งรถบัสกลับปูซานแบบไม่ได้ทำอะไรเลย
บนรถไฟใต้ดินกลับมหาลัย ทุกคนซึมราวกับเป็นซอมบี้เพราะเหนื่อยสุดๆ
แถมต้องแบกของเหลือกลับมาอีก จีรศักดิ์ต้องแบกเตาแก๊สกระป๋อง กับเบียร์เกาหลี
ขวดขนาดสองลิตรกลับหอ (เบียร์เกาหลีอร่อยว่ะ เหอ เหอ) กลับมาหลับเป็นตายเลย