KONG's profilewww.jirasak.com PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    7/19/2009

    คำที่จีรศักดิ์ไม่อยากได้ยิน...

     

    มีคนมาพูดคำๆหนึ่งในภาษาเกาหลีไห้ได้ยิน ทำให้จีรศักดิ์โกรธหนวดเต้นริกๆ
    แล้วก็พาลนึกได้ว่า เราเองก็มีคำพูดที่ไม่ชอบ หรือไม่อยากได้ยินหลายคำแฮะ
    เอาแบบ ทอปไฟว์ก็แล้วกันนะ

    1. ไอโก...
    คำนี้แหละตัวต้นเหตุ เป็นคำอุทานยอดนิยมในภาษาเกาหลี ใช้รำพึงรำพันกับตัวเอง
    หรือใช้พูดกับคนอื่นก็ได้ แต่ที่จีรศักดิ์ไม่ชอบคือ ประการแรก
    มันใช้ได้กับทุกสถานการณ์ครอบจักรวาลจริงๆ
    ตั้งแต่ ยินดี เสียดาย เสียใจ ประหลาดใจ เจ็บปวด ล้อเลียน ฯลฯ
    น่าจะมีใครจับคำนี้มาวิจัยนะ   แต่ที่เกลียดสุดๆคือ เวลาเดินถนนที่เกาหลี
    แล้วมีป้าๆเกาหลีเอาอะไรมาชน หรือเดินชนเราแรงๆ (ป้าพลังโสมแข็งแรงนะจะบอกให้)
    แทนที่จะพูดขอโทษ กลับมองเราอย่างสมเพช แล้วพูดว่า "ไอโก......"
    น่าจะแปลเป็นไทยได้ว่า "อุ๊ยตาย" อืม อุ๊ยตายเตี่ยมรึงสิ ชนคนอื่นแล้วยัง
    อุทานรำพึงกับตัวเองราวกับชนสิ่งไม่มีชีวิต  หรือชนสิ่งต่ำต้อยแบบหมาแมวอะไรประมาณนั้น 

    2. ชั้นเพศแม่คุณนะ...
    เคยไหม เวลาต่อว่าผู้หญิงบางคน ก็จะเจอมุกเด็ดของเธอที่คาดว่าคุณเธอจะใช้ไป
    จวบจนโลกถึงกาลอวสาน นั่นคือคำว่า "ชั้นเพศแม่คุณนะ" เอ๊ เพศแม่แล้วไงหว่า
    เพศแม่วิเศษวิโสกว่าเพศพ่อตรงไหน ไม่สามารถเข้าใจได้
    หรือการเป็นเพศแม่เป็นหลักประกันว่าต้องได้รับความเคารพอย่างสูง
    อยากจะตอบกลับจริงๆว่า แม่ผมก็เพศเดียวกับคุณ แต่ไม่เห็นทำอะไรทุเรศๆอย่างที่คุณทำ
    จริงๆ คำนี้ฟังดูดี๊ดูดี ในชั่วเสี้ยววินาทีแรกที่ได้ยิน แต่ลองมาคิดดีดี แล้วคำนี้มันมีเหตุผล
    หรือลอจิกอะไรมารองรับหว่า เน่าไม่แพ้คำว่า “สงสัยจะมีปัญหากับโพรงจมูก..”
    ที่กำลังฮิตอยู่ตอนนี้เลย กร๊ากกกกกก 

    3. เมืองไทยเมืองพุทธ...
    เมืองพุทธแล้วมันเป็นหลักประกันว่ามีสแตนดาร์ดทางศีลธรรมและมีน้ำใจงาม
    กว่าคนประเทศอื่นเหรอครับ ชอบอ้างกันจริงว่าเมืองพุทธแล้ว
    ทำไมยังเกิดเรื่องไม่ดีผิดศีลธรรมขึ้นได้ หรือไม่ก็ใช้ยกยอประเทศเราเองว่าศีลธรรมสูงส่ง
    จีรศักดิ์ไม่เห็นว่าคนไทยมันจะวิเศษวิโสด้านศีลธรรมไปกว่าชาติอื่นตรงไหน 
    อีกอย่างประเทศอื่นๆเช่นจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่มีศาสนา
    ทำไมมันไม่ปั่นป่วนวอดวายล่ะ อย่างญี่ปุ่นนี่เห็นชัดเลย นอกจากอาชญากรรมจะน้อยแล้ว
    ยังมีกิจกรรมอาสาสมัครมากมาย ทั้งๆที่เค้าไม่เห็นเชื่อกันเลยว่า ทำแล้วได้บุญ
    อีกหน่อยบุญก็ช่วยเหลือเราในยามตกยาก มีแต่คนไทยแหละที่บ้าบุญ บ้าศีลธรรม
    (ใช้แต่ปากรักษาศีล)เกินเหตุ เลิกพูดกันเถอะครับคำนี้
    ศาสนาไม่ได้ช่วยอะไรหรอกหากคนไร้สำนึกคิดถึงผู้อื่นอย่างแท้จริง 

    4. ไม่เชื่ออย่าลบหลู่...
    สรุปคือห้ามสงสัย ห้ามถาม ใช้ได้ผลชะงัดนักเวลาจะเสียดสีคนที่ไม่ค่อยเชื่ออะไรง่ายๆ
    หรือใช้ครอบงำจำกัดกรอบความคิดของคนอื่น พร้อมทั้งทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกผิดเป็นบาป
    ได้ในเวลาเดียวกัน ยิ่งคนไม่ค่อยเชื่อเอะไรง่ายๆอย่างจีรศักดิ์ล่ะเกลี๊ยดเกลียดคำนี้จริงๆ
    จีรศักดิ์ขอแนะนำนะ ว่าถ้าบริษัทไหนทำของแจกใคร ลองพิมพ์รูปพระ
    หรือรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกลงไปบนนั้น รับประกันไม่มีใครกล้าทิ้ง
    เพราะ... ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะคร้าบบบ...

    5. ซาราง เฮโย...
    มาถึง พศ นี้แล้ว คงไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้ว่ามันแปลว่าอะไร
    แรกๆก่อนจีรศักดิ์จะรู้ภาษาเกาหลี จีรศักดิ์ไม่ชอบคำนี้ เพราะมันฟังแล้วไม่เหมือนภาษาเกาหลี
    เสียงก็ตลกๆ ไม่ได้รู้สึกเลยว่ามันแปลว่า รัก ได้ยังไง  แต่.... หลังจากที่ได้ได้ใช้ชีวิต
    อยู่ที่เกาหลี ได้รู้สึกถึงคำนี้จริงๆ ก็ยังเกลียดมันเหมือนเดิม แต่ด้วยเหตุผลที่ต่างออกไป
    นั่นคือ เพราะ... คำว่ารัก ในชีวิตของจีรศักดิ์ซ่อนความเศร้าไว้เสมอ
    ไม่อยากใช้คำนี้กับใครเลย ไม่อยากได้ยินด้วย ให้ตายเถอะโรบิ้น....


    ไหนๆก็ไหนๆ พูดเรื่องความรักแล้ว วันนี้ไปเดินซื้อของได้ยินเพลงๆนึงที่ร้านขายเสื้อ
    ได้ยินแล้ว กรี๊ดดด ใช่เลย ทั้งทำนอง เนื้อร้อง คือชีวิตจีรศักดิ์ตอนนี้
    กลับมานั่งแปลเหงื่อตก ดีที่เพลงนี้แปลไม่ค่อยยาก ชอบเนื้อเพลงท่อนสุดท้าย
    แปะ Youtube ให้แล้วกดดูได้เลย 
    เพลงนี้เพราะมาก และเศร้ามาก นั่งแปลไปขนลุกไปด้วย
    ซาบซึ้งเกิ้น และซาบซึ้งได้อีก
    ใครแอบก๊อปปี้คำแปลจีรศักดิ์ไปลงบลอคตัวเองโดยไม่ quote ขอให้บ้านบึ้ม
    (เคยโดนทีแล้วตอนแปลเพลงญี่ปุ่น)

     

        

     

                           눈물이 뚝뚝  น้ำตาตก Dropping the Tears (นุนมุลลี ตุ๊กตุ๊ก)
                                                          นักร้อง K.Will ชื่อทะแม่งๆแฮะ

     

    가네요 점점 멀어지네요   เธอกำลังจะจากชั้นไปแล้ว ค่อยๆไกลออกไป

    가네요 점점 작아지네요   เห็นเธอค่อยๆเล็กลง ทีละเล็กละน้อย

    가네요 จะจากชั้นไปแล้วสินะ

    그댈 좀 더 보고 싶은데   อยากเจอเธอมากกว่านี้

    좀 더 기억하고 싶은데   อยากมีความทรงจำเกี่ยวกับเธอมากกว่านี้

    자꾸 번져 가네요   แต่แล้วเธอก็ค่อยๆเลือนจากไป

     

    널 사랑해   ฉันรักเธอนะ

    소리쳐서 불러보고 싶어 사랑해   อยากตะโกนร้องออกไปว่ารักเธอ

    웃으면서 보낼 수가 없어 미안해   ขอโทษนะ ที่ไม่ได้ส่งเธอจากไปด้วยรอยยิ้ม

    뒤돌아 봐 줄 수 없겠니   แต่เธอจะไม่มองหันกลับมามองฉันหน่อยเหรอ

    사랑하니까 하루라도 멀어질 수 없어   เพราะรักเธอเหลือเกิน ต่อให้วันเดียวก็ไกลจากเธอไม่ได้

    내 맘을 알잖아   เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าใจฉันเป็นยังไง

    제발 돌아봐줘요 제발    โปรดเถอะ หันกลับมามองฉันหน่อย ขอร้องล่ะ

     

    아나요 เธอก็รู้

    눈물 흘리는 날 아나요   รู้ว่าฉันกำลังเสียน้ำตา

    그냥 서있는 걸 아나요   รู้ว่าฉันทำได้แค่ยืนเฉยๆ

    내 모습이 이래요   นี่แหละคือสภาพที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้

     

    널 사랑해   รักเธออ่ะ

    소리쳐서 불러보고 싶어 사랑해   อยากตะโกนร้องออกไปว่ารักเธอ

    웃으면서 보낼 수가 없어 미안해   ขอโทษนะ ที่ไม่ได้ส่งเธอจากไปด้วยรอยยิ้ม

    뒤돌아 봐 줄 수 없겠니   แต่เธอจะไม่มองหันกลับมามองฉันหน่อยเหรอ

    사랑하니까 하루라도 멀어질 수 없어   เพราะรักเธอเหลือเกิน ต่อให้วันเดียวก็ไกลจากเธอไม่ได้

    내 맘을 알잖아   เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นยังไง

    제발 돌아봐줘요 제발 다신 내게   โปรดเถอะ ขอร้อง หันกลับมามองฉันหน่อย

     

    죽을 만큼 아픈것 조차   แม้ว่าจะเจ็บแทบตาย

    지금 난 느낄 수도 없어   แต่ขณะนี้ เวลานี้ ฉันกลับแทบไม่รู้สึก

    오직 돌아보기만 바래   ได้แค่หวังเหลือเกิน ว่าเธอจะหันกลับมามองฉัน

     

    기다릴게   ฉันจะรอนะ..

    이자리에 멈춘 채로 널 기다릴게   จะหยุดรออยู่ ณ ที่ตรงนี้

    한걸음도 움직이지 않고   จะไม่ขยับไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว

    너만을 기억하고 또 기억할게   จะจำแต่เธอไว้ จะรำลึกแล้วรำลึกอีก

    사랑하니까 한 순간도 잊지 않을꺼야   เพราะรักไง แม้เสี้ยวขณะไหน ก็ไม่ลืมเธอ

    내 맘을 알잖아   เธอก็รู้นี่ ว่าฉันจะเป็นแบบนี้แหละ

    제발 돌아봐줘요 제발 다시 내게   ขอร้องเถอะนะ หันมามองอีกครั้ง ที่ฉันคนนี้....

     

     

    7/12/2009

    ข้อสังเกตจากการลดความอ้วนครั้งใหญ่ในชีวิต…


    fatcat2

    ตอนนี้จีรศักดิ์อยู่ในช่วงลดความอ้วนครั้งมโหฬารกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์
    มันทรมานปนสดชื่นยังไงก็ไม่รู้บอกไม่ถูก เริ่มตั้งแต่กินน้อยลง
    และพยายามวิ่งจ๊อกกิ้งที่ห้องยิมให้หอทุกวัน (ตรงนี้แหละที่ทรมานสังขาร)
    จากน้ำหนักเดือนที่แล้ว 77.5 ลดลงไปเหลือ 71.5 (ลงไป 6 กิโลแล้วจ้า)
    หน้าตาดูผอมลงไปแต่คางยังตุ้ยนุ้ยอยู่ ส่วนท้องหายไปเยอะเลย
    แหวนที่ใส่อยู่ก็หลวมจนแทบหล่น
    แต่เสียใจนะจ๊ะ จีรศักดิ์จะไม่ให้ดูรูปในช่วงเมตามอร์ฟอร์ซิสหรอก
    เอาไว้ครบ 10 กิโล หล่อเต็มวัยเมื่อไหร่จะถึงจะให้โพสต์ให้ดู
    อย่างไรก็ดี จีรศักดิ์มีข้อสังเกตบางประการมานำเสนอนะจ๊ะ

     

    1. หนึ่งเดือน ลงไปหกกิโล ฟังดูเหมือนจะเยอะ แต่ลองมาคิดคำนวณดูดีดีแล้ว
    เฉลี่ย 1 วันลงไปแค่ 2 ขีดเท่านั้น กรี๊ดดดดด
    เสกของเข้าท้องมันง่ายกว่าการเสกให้หายออกไปจากร่างกายเยอะเลย
    เข็ดแล้ว
    จ้า กลัวแล้วจ้า ต่อไปนี้ข้าน้อยไม่มูมมาม กิ๋นจุ๊บจิ๊บอีกแร๊วววววว
    อ้อ ลืมบอกไป มีบ้างที่น้ำหนักไม่ลงเลยอยู่สองสามวัน
    แล้วมีบางครั้งที่น้ำหนักลงไปเลยเกินห้าขีดภายในวันเดียว

    2. แรกๆที่กินน้อยลง ถ้าเป็นคนปกติจะรู้สึกทรมานท้องมาก
    แต่โชคดีจีรศักดิ์ตอนนั้นอยู่ในช่วงรักคุดนิดหน่อย (เอาอีกแล้วตรู)
    เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสได้สุดยอดจริงเรา ก็เลยกินได้น้อยลงโดยไม่ต้องพยายาม
    กินน้อยลงได้อาทิตย์กว่าก็เริ่มอยู่ตัว กิน
    อะไรมากๆไม่ได้เหมือนก่อน มันจะทรมานท้อง
    ขนาดกินแฮมเบอร์เกอร์กุ้ง Lotteria ชุดเดียวยังอิ่มแทบตายเลย
    ดังนั้นจีรศักดิ์จึงได้เคล็ดลับมาฝากท่านๆว่า ในช่วงแรกของการกินน้อย
    เพื่อ
    ไม่ให้ทรมาน ให้หาเรื่องกลุ้มใจชวนเก็กซิมและทำให้กินข้าวไม่ค่อยลงมาสักเรื่อง
    ถ้าไม่มีก็สร้างเอาเอง เช่นเอามือถือสุดรักไปโยนน้ำอะไรแบบนั้น อิ อิ

    3. นั่งเก้าอี้แข็งๆแล้วเจ็บก้นมากขึ้น เพราะเนื้อที่ก้นหายไป
    นอกจากนั้น เวลาจับแล้วดูเหลวๆยังไงก็ไม่รู้ ไม่เด้งดึ๋งดั๋งเหมือนสมัยก่อน
    แขนก็ยวบยาบพิกล สาวจีนที่นั่งข้างๆในชั้นบอกว่าทำไมแขน
    เธอไม่ฟิตปั๋งเหมือนสมัยก่อน
    โฮะ แขนไม่ฟิต อย่างอื่นยังฟิตนะจ๊ะ

    4. ซาวน่าช่วยได้จริงๆ ไปซาวน่าในที่อาบน้ำสาธารณะประมาณอาทิตย์ละครั้ง
    น้ำหนักจะลงไปครึ่งกิโลทันที และไม่เพิ่มขึ้นด้วย แม้จะกินน้ำเยอะๆเพื่อชดเชยเข้าไปแล้ว
    มันเหมือนไปขับเอาอะไร
    หมักหมมทั้งตัวออกไป ไม่ใช่แค่บางส่วนเหมือนการออกกำลังกาย
    เวลาออกจากซาวน่าเค้าจะทำบ่อน้ำเย็นใหญ่ๆไว้ จีรศักดิ์ไม่แช่เฉยๆ ว่ายน้ำมันไปเลย
    สะใจ ได้ออกกำลังกายด้วย แต่ก็รู้สึก
    แปลกๆนะกับการแก้ผ้าหมดแล้วว่ายน้ำ
    มันจั๊กจี้ยังไงพิกลบอกไม่ถูก ลองนึกถึงโฆษณาเบบี้มายด์สมัยก่อนสิ
    ที่เป็นเด็กแก้ผ้าว่ายในสระ ยังไงอย่างงั๊นเลย 
    (ที่อาบน้ำสาธารณะของเกาหลีก็เหมือนจีนกับญี่ปุ่นคือต้องแก้หมดทุกกิจกรรม)
    จีรศักดิ์มีที่ประจำซึ่งจะมีคนน้อยมาก ก็เลย
    ว่ายได้สะดวกไม่รบกวนคนอื่น

    5. สมองจำอะไรได้น้อยลง (ปกติก็จำอะไรไม่ค่อยได้อยู่แล้ว
    โดยเฉพาะพฤติกกรรมของคนเลวๆ) นี่เป็นข้อเสียเลยแหละ
    เพราะจะทำให้จำศัพท์ที่ท่องไปไม่ค่อยได้ สงสัยต้องหาวิตามินมากินเสริม
    แล้ว
    (สงสัยจะเสร็จสาวกแอมเวย์ก็งานนี้แหละ) หรือไม่ก็เรียนภาษาทางลัดด้วยการ.... อิ อิ

    6. เพิ่งรู้ว่าตัวเองกินเยอะเกินความต้องการมาตลอด
    ตอนนี้กินน้อยลงเกือบครึ่งแต่ก็ไม่ยักกะตายหรือทรมานตรงไหน แถมสุขสบายดีไม่มีโรคภัย
    ดีนะที่ไม่มารู้ตัวเอาตอนจะแก่ตายซะก่อน  แต่เดี๋ยวปลายเดือนถ้ากลับเมืองไทย
    กลัวจะอดใจกับอาหารไทยไม่ไหวจริงๆ ทำไงดีหว่า

    7. ที่แน่ๆ แม่บ้านทำครัวใต้หอ มองหน้าจีรศักดิ์แล้วซุบซิบกันว่า
    จีรศักดิ์หล่อขึ้น (ตรูคิดไปเองอ๊ะเปล่าเนี่ยะ)

    เดือนหน้าคงได้เห็นจีรศักดิ์ในเวอร์ชั่นใหม่
    แบบที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Umare kawaru 生まれ変わる 
    หรือในภาษาเกาหลี  เซโร แทออนาดา 새로 태어나다
    (จะใช้มันหลายๆภาษาทำไมเนี่ยะ ไม่เข้าใจชีวิต….)

     

     

    7/6/2009

    หนังเกาหลีเดี๋ยวนี้ทำไมมัน XXX ขนาดนี้ !!!!

     

    เมื่อปิดเทอมมาถึง จีรศักดิ์ก็ได้เริ่มกิจกรรมสุดโปรด นั่นคือดูหนังที่โหลดมาทางเนท
    ก่อนหน้านั้นโหลดมาไว้เป็นกระบุง แต่ไม่ค่อยมีเวลาได้ดูเท่าไหร่ ช่วงเวลานี้จึงเป็น
    เวลาทอง เพิ่งดูจบไปสองเรื่อง แต่เป็นสองเรื่องที่…. กรี๊ดดดด ทำไมมันโป๊อย่างงี๊
    มิน่าทำไมหนังเกาหลีเขาจึงกำหนดเรทไว้ชัดเจนมาก หนังบางเรื่องห้ามเด็กอายุต่ำกว่า
    18 เข้า ตอนนี้รู้แล้ว…
     แต่ทั้งสองเรื่องก็ให้ข้อคิดมากมายกับจีรศักดิ์เช่นกัน

    miindo_wellpaper01_1280_closer75_small 

    เรื่องแรก Mi-indo หรือ Portrait of a Beauty ได้ยินกิตติศัพท์มานานแล้ว
    ว่าฉากอย่างว่านี่หนังฝรั่งยังแพ้เลย แต่ภาพทั้งเรื่องสวยมากๆ แน่ล่ะ เพราะเป็นเรื่องราว
    เกี่ยวกับช่างเขียนภาพราชสำนักโบราณของเกาหลี ที่จริงๆเป็นหญิง แต่ปลอมตัวเป็นชาย
    เพื่อให้ตัวเองได้เข้ารับราชการ  แรกๆภาพที่เจ๊วาดก็ออกจะธรรมดา
    ไปๆมาๆเริ่มมีแนวทางเป็นตัวของตัวเอง คือเป็นภาพแนวอีโรติค
    เน้นให้เห็นถึงอารมณ์ของมนุษย์ที่มีจิตใจผูกพันและยึดติดอยู่กับของสวยงามและ เซ็กส์..
    แต่เจ๊มองการใฝ่หาตามธรรมชาติของมนุษย์เหล่านั้นในเชิงล้อเลียน
    และตลกขบขันมากกว่า
     แรงบันดาลใจในการวาดของเจ๊คือ ”ความอ่อนไหวของจิตใจมนุษย์ต่อสิ่งยั่วยวน”นั่นเอง
    เจ๊ออกจะมองว่าการยึดติดเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ แต่..ในที่สุด
    ตัวเองก็ถูก”ความอ่อนไหว” เหล่านั้นทำร้ายอย่างเจ็บแสบ
    ทั้งความใฝ่ใคร่อยากของตัวเองหรือคนรอบข้าง (จีรศักดิ์ตีความเองนะ)
    เจ๊จึงได้เห็นอีกด้านของการยึดติดว่ามันมีแต่ความสกปรกโสมม มีแต่จะนำพาให้มนุษย์
    ไปในทางเสื่อมทราม แต่มันก็สายไปเสียแล้ว..  เล่ารายละเอียดไปจะไม่มัน ไปดูกันเองนะจ๊ะ
    ภาพสวยอลังการทั้งเรื่อง ไม่น่าเชื่อว่าฉากและเครื่องแต่งตัวมันจะสวยงามได้ขนาดนี้
    แต่ฉากรักมันก็อล่างฉ่างมากๆ จึงขอเตือนว่าอย่าดูถ้าไม่อยากหัวใจวายด้วยฉากแบบบนั้น…

    Frozen9d3d9b8861c97e6L_small

    เรื่องที่สอง แสบสันต์กว่า ฉากแบบนั้นเยอะๆจริงๆ ดูแล้วแทบเอียน
    (เค้าตั้งจะยัดเยียดจนคนดูรู้สึกเอียนนะ คิดว่า..) แถมดังระเบิดขึ้นไปอีกเพราะมีบทรักระหว่าง
    ชายกับชายด้วย เขียนไม่ผิดหรอกจ๊ะ ตัวเอกซึ่งเป็นกษัตริย์เกาหลีเป็นเกย์..
    เลี้ยงต้อยซึ่งเป็นทหารองครักษ์ไว้
    และไม่สนใจเมียซึ่งจีนส่งมาเพื่อเชื่อมสัมพันธ์และคุมเกาหลีให้อยู่หมัด
    (แต่ไม่ใช่หนังเกย์นะฮ้า เพราะว่าฉากชาย-ชาย มีฉากเดียว ส่วนชาย-หญิงมีเยอะเลย…
    )
    ว่ากันว่าอ้างอิงมาจากเรื่องจริงด้วย โอ้ว...
    หนังเรื่องนี้เสนอภาพจ้ำจี้แบบกะเอาให้เอียนไปเลย
    เพราะต้องการจะเสนอให้เห็นชัดเจนว่าความใคร่ของมนุษย์มันน่าเกลียดเพียงใด
    และก็นำเสนอในตอนสุดท้ายว่า คามใคร่โดยปราศจากความยั้งคิดนั้น
    มันทำลายได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ตัวเอง คนรอบข้าง และ ประเทศทั้งประเทศ…
    เรื่องนี้ภาพสวยมากกกกกกก ไม่แพ้เรื่องแรก เพลงประกอบเรื่องก็เศร้ามากน้ำตาแทบร่วง
    ดูจบแล้วเพลงท่อนแรกยังก้องในหัวเลย   "ฤาเธอจะจากฉันไป...."
    ใครคิดอย่างไรไม่รู้ แต่จีรศักดิ์แอบโกรธราชินีที่ไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง
    ปล่อยให้ความอยากส่วนตัวมาบดบังหน้าที่ซึ่งเป็นภาระใหญ่หลวงกว่า
    ดูแล้วรู้สึกปลงๆ และคิดได้ว่าอย่าตามใจตัวเองจนไร้เหตุผล
    แต่ก็มีคำถามให้ตัวเองจนได้ ว่าเราเกิดมาเพื่อเพลิดเพลินกับความอยาก
    เพื่อสนองความต้องการของตัวเองไปวันๆ หรือเกิดมาเพื่ออะไรกันแน่…

    ยังมีหนังเกาหลีอีกสองสามเรื่องที่นำเสนอประมาณนี้ สรุปเลยนะว่า หนังเหล่านี้เค้า
    ต้องการสอนว่า จงอย่าให้ธรรมชาติพาไป ถ้าไม่รู้จักยับยั้งชั้งใจเสียบ้าง
    สิ่งที่ตามมาก็จะมีแต่ความหายนะ ปรัชญาพุทธมากๆเลยนะ ดูเองแล้วจะรู้ซึ้ง…
    แถมชวนให้กลับมามองย้อนดูตัวเองว่า “แก.. แกนั่นแหละ ดีแล้วเหรอ”
       

    ดี ไม่ดี ไม่ได้อยู่ที่ใครติดสิน… มันอยู่ที่ว่า เรากุมหัวใจเราไม่ให้เตลิดเพลิดเพลินใฝ่หา
    และยึดติดกับโลกที่มีแต่จะยั่วยวนเราทั้งวันทั้งคืนได้อย่างไร…..

    อ้อ ลืมบอกไป เรื่องที่สอง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า A Frozen Flower นะจ๊ะ
    ดูในโปสเตอร์สิ บอกเป็ยนัยๆได้เลยว่าไม่มีใครได้พบกับความสุขหรอก
    ขอบอกว่า ไม่มีใครในเรื่องเลยที่ไม่น่าสงสาร...

    หนังเกาหลีเดี๋ยวนี้ มันไปไกลพ้นโลกแล้วจริงๆ..