8/22/2008
ถึงเวลาแล้วที่จีรศักดิ์จะกลับมานอนเล่นไร้สาระที่เมืองไทยสองอาทิตย์
โดยสายการบิน"คุณคะ" ตัวจริงเสียงจริงแน่นอน เพราะสจ๊วดสำเนียงตุ๊ดมาก
การเดินทางคราวนี้สะดวกราบรื่นมาก ราวกับไปต่างจังหวัด ออกจากหอพักก็
โทรเรียกแท็กซี่ เสียไปแค่สองร้อยเศษ ถึงสนามบินคนก็โล่งๆ เช็คอินไม่ต้องต่อคิว
ระหว่างรอเครื่องมีเนทความเร็วสูงให้เล่น ขึ้นเครื่องก็หลับยาว แป๊บๆถึงเมืองไทยแล้ว
ไม่มีการเดินทางครั้งไหนสะดวกสบายเท่านี้เลย
วู้ว เมืองไทยๆๆ ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ทั้งๆที่คราวนี้เพิ่งไปอยู่ต่างประเทศได้แค่
ห้าเดือนเอง แต่คิดถึงเมืองไทยและอาหารไทยมาก อยากจะจูบพื้นแบบทักษิณ
แต่ไม่อยากเลียนแบบพฤติกรรมของคนแบบนั้น มันจะเป็นเสนียดจัญไรแก่ตัว...
สาวไทยบอกให้เอาหนุ่มเกาหลีมาฝาก อ่ะ เอามาให้แล้ว เป็นพ่อค้าขาย"ทะโกะยากิ"
ซึ่งเป็นขนมญี่ปุ่นที่จีรศักดิ์ชอบมาก ร้านนี้ไม่แพงเลย 7 ลูก 70 บาทเท่านั้น
จีรศักดิ์ได้แถมอีกลูกทุกทีที่ไปซื้อ อิ อิ คุ้มจริงๆๆๆ
ส่วนหนุ่มไทยที่อยากได้สาวเกาหลี จีรศักดิ์ไปแอบถ่ายสาวบิกินี่ริมหาดมาแล้ว
แต่ทำรูปหาย สงสัยเผลอลบ กรี๊ดดดด เดี๋ยวคราวหน้าไปแอบถ่ายใหม่...
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ออกจากสุวรรณภูมิด้วยรถเมล์ ลงทุนแบกกระเป๋าขึ้นเครื่อง
รถเมล์ผ่านหน้าบ้านพอดีด้วย ค่ารถแค่ 24 บาท พระเจ้าจอร์จ.. มันถูกจริงๆๆๆๆๆ
การท่าอากาศยานเอ๋ย แกไม่มีวันได้เงินจากจีรศักดิ์ที่เก็บเพิ่ม 50 บาทต่างหาก
นอกเหนือจากค่ามิเตอร์แท็กซี่หรอก แถมต้องต่อคิวยาว
ขนาดที่เกาหลีขึ้นแท็กซี่ที่สนามบินก็จ่ายตามมิเตอร์ปกติ
ไม่ต้องเสียอะไรเพิ่ม แล้วเมืองไทยมันเป็นอะไรนักหนา ต้องเก็บเพิ่มตั้งห้าสิบบาท??
ไม่นั่งแท๊กซี่แล้วมานั่งรถเมล์กันเถอะ

กลับมาถึงบ้านที่นครสวรรค์ บ้านกำลังสร้างใหม่ สูงเชียว มองจากดาดฟ้าเห็นเขากบและวิวรอบตัวเมืองนครสวรรค์เลย บรรยากาศดีจริงๆ ก็อยู่ไร้สาระไปวันๆ รู้สึกตัวอีกทีก็ถึงวันเดินทางกลับแล้ว

ก่อนกลับเกาหลีไปค้างที่กรุงเทพฯ เพราะต้องวิ่งหาซื้อของฝาก เป็นกรรมของ
คนกลับประเทศจริงๆ นอกจากจะเสียค่าเครื่องบินยังต้องเสียตังค์หาซื้อของฝาก
แจกประชาราษฎร์ที่พร้อมจะทวงของฝากกันทันทีที่เห็นหน้าจีรศักดิ์อีกครั้ง
ไปเดินสำเพ็ง ของเยอะดี ได้เข็มกลัดอันใหญ่แบบไทยๆ สามอัน200บาทเท่านั้น
แถมได้ของถูกๆอื่นๆอีกเยอะ แบบซื้อไปแจกคนเป็นร้อยอะไรประมาณนั้น
กลับมาแล้วแดนโสม ยังเป็นหน้าร้อนอยู่ เครื่องบินการบินไทยเก่าหงำเหงือกมาก
วันหลังเปลี่ยนไปนั่งสายการบินอื่นดีกว่า วิวก่อนถึงรันเวย์สนามบินสวยจริงๆ
ยิ่งตอนอยู่เหนือปากแม่น้ำสวยมากๆ ท้องนาแถวใกล้ทะเลสวยราวภาพวาด
อิจฉาชาวนาแถวนั้นจังเสียดายถ่ายมารูปเดียว เพราะเค้าประกาศห้ามถ่ายภาพเหนือ
น่านฟ้าเกาหลี ฮืม เอาสิ วันหลังจะถ่ายทุกชอตให้ Google Map อายไปเลย
เครื่องบินทหารทุกลำที่จอดอยู่ที่สนามบินจะถ่ายให้หมด
8/3/2008
ไม่ใช่แต่ประเทศไทยหรอก ที่มีข้อพิพาทเรื่องดินแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน
ยังมีอีกหลายประเทศรวมทั้งเกาหลีเองก็มีเรื่องกับญี่ปุ่นด้วย แถมกำลังเป็นข่าวครึกโครม
ไม่แพ้บ้านเรา แต่เค้าไม่ได้แย่งปราสาทราชวัง เค้าแย่งเกาะแก่งกันจ๊ะ
ออกจะรุนแรงกว่าถึงขนาดเกาหลีจะเรียกทูตของตัวเองที่ประจำอยู่ญี่ปุ่น
ให้กลับประเทศ เพราะญี่ปุ่นดันไปเขียนตำราเรียนว่าเกาะดังกล่าวเป็นของเราชาวซามูไร
เกาะที่ว่านี้ เกาหลีเรียกว่า"Dokdo" ญี่ปุ่นเรียก"Takeshima" มันเป็นเกาะเล็กๆที่มีแต่โขดหิน
แต่ทำไมแย่งกันจีรศักดิ์จะไม่พูดถึง เดี๋ยวจะวิชาการจ๋าจนเกินไป เกาะพิพาทนี้กำลัง
จุดกระแสต่อต้านญี่ปุ่นในหมู่ชาวเกาหลีให้กลับมาอีกครั้ง (ครั้งที่ห้าพันแล้วมั๊ง)
เกาหลีเองไม่ยอมง่ายๆแน่ เพราะคนประเทศมีจิตสำนึกในความเป็นชาติสูง
และมีอดีตที่บอบช้ำถูกรังแกมากมาย (โดยเฉพาะจากญี่ปุ่น)
ถ้าเกาหลีจะต่อต้านอะไร เค้าก็ไม่ทำกันเล่นๆ แต่จะทำแบบสุดๆเผ็ดๆสไสต์กิมจิ
เมื่อเดือนก่อนเกาหลีก็เพึ่งมีเรื่องกับสหรัฐเพราะประชาชนชาวเกาหลีไม่ยอมให้รัฐบาลเกาหลี
นำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐ เนื่องจากกลัวเชื้อวัวบ้าที่เคยระบาดเมื่อหลายปีก่อน
จนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต ส่งผลให้สหรัฐในสายตาชาวเกาหลีดูเป็นผู้ร้ายมากขึ้นทุกวัน
การเจรจา FTA เกาหลี-สหรัฐก็ต้องล่มเพราะเรื่องเนื้อวัวนี่แหละ
กระแสต้านสหรัฐแม้กระทั่งวันนี้ก็ยังรุนแรง
เอาง่ายๆดูโปสเตอร์ของแมคโดนัลด์อันนี้สิจ๊ะหนูๆ
โปสเตอร์ของแมคอันนี้มีใจความว่า "แมคโดนัลด์เกาหลีใช้เนื้อวัวจากออสเตรเลียนะจ๊ะ"
(แอบแปลออกดีใจว่ะ คริ คริ) เห็นไหม ขนาดแมคเกาหลีสัญชาติสหรัฐ
ยังยอมแพ้กลัวคนเกาหลีไม่กินแมคถึงขนาดออกโปสเตอร์นี่เลย
เกาหลีสู้ไม่ถอยไม่ว่าจะเรื่องอะไร แต่พี่ไทยกลัวจู๋หด ยกให้เค้าไปดื้อๆ
เขาพระวิหาร ถ้าเราจะเอาคืนมาก็ต้องตอบตัวเองก่อนว่าเอามาแล้วมีประโยชน์อะไรบ้าง
และหลักฐานที่จะยืนยันรอบใหม่มีน้ำหนักพอไหม ถ้าเราตอบโจทย์เหล่านี้ได้
เราก็ต้องสู้ไม่ถอย ส่งทหารไปเอาคืนมาก็ต้องทำได้ ยูเนสโก้มันเป็นอะไร เราขอข้าว
มันกินหรือเปล่า ต้องไปเชื่อมันทุกอย่าง อยากจะขึ้นทะเบียนกันนักก็ขึ้นไป
ของมันเป็นของใคร ถ้าเป็นของเรา เราต้องเอาคืนมา ถ้าพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตรนั้น
ตกลงกันไม่ได้น่าจะลองร่วมมือกันพัฒนาดู ถ้าร่วมมือกับเด็กอมมือ
ที่แม่มันโครตดุไม่ได้ (ฝรั่งเศส) ก็ต้องรบกันเลยให้มันรู้เรื่อง
เดี๋ยวนานาชาติก็เข้ามาไกล่เกลี่ยเอง แต่ก็ต้องระวังฝรั่งเศส
ไอ้เศษเดนฝรั่งที่มันย่ำยีเราตลอดเวลา
ถ้าสุดท้ายแล้วต้องตกเป็นของกัมพูชาจริงๆ เราก็สร้างหอสูงๆ มีพิพิธภัณฑ์ภายใน
มองลงไปเห็นเขาวิหารทั้งพื้นที่ ออกจะงามเลิศสะแมนแตน ในพิพิธภัณฑ์ก็จัดแสดงประวัติ
ลักษณะทางสถาปัตยกรรม (ได้ข่าวแหล่งตัดหินก็อยู่ในพื้นที่เราหนิ) แล้วก็ชี้หน้ากัมพูชา
ให้นักท่องเที่ยวดูว่าน่านแหละ มันเอาของเราไป ปักป้ายว่า "ปราสาทที่ถูกแย่งชิงไป"
ออกจะเก๋ไก๋เรียกนักท่องเที่ยวได้มากมาย พลิกวิกฤติเป็นจุดขายซะเลย
อยากดูปราสาทของจริงเหรอ ในภาคอีสานยังมีปราสาทอื่นๆมากมาย
สวยกว่าสมบูรณ์กว่าด้วย
ถ้ากัมพูชายังเล่นทริค เราก็ก่อกำแพงอย่างที่อมริกาทำกับแม็กซิโก และอิสราเอลทำกับ
ปาเลสไตน์ กำแพงด้านกัมพูชาเราก็วาดโดเรม่อน โดเรมี่ โนบีตะให้เต็มพื้นที่เร้ย......
เรื่องข้อพิพาทเรื่องดินแดน เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี และจะเป็นเครื่องหมายตอกหน้าว่า
ครั้งต่อไปกำลังจะตามมา พนันได้ว่ามาเลเซียจะเป็นชาติต่อไปที่จะมาทิ่มก้นเรา...
เกาหลีไม่ยอม ไทยเราก็จะไม่ยอม...