KONG's profilewww.jirasak.com PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    8/22/2009

    น้ำหนักที่ลดไปสิบกิโล กับเทือกเขาคึมจองซัน (Geumjeongsan) ในหน้าร้อนของเกาหลี


    จริงๆ ไม่อยากเสนอหน้าสู่สาธารณชนก่อนเวลาอันควร อย่างไรก็ดี
    น้ำหนักที่ลดไปสิบกิโล (มาได้เกินครึ่งทางแล้วโว้ย) ก็น่าจะเป็นนิมิตรหมายที่ดี
    ที่จะแง้มๆให้ดูถึงความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่และเป็นอะไรที่แสนจะทรมานมากๆ
    จีรศักดิ์จะมาเสนอหน้าพร้อมกับพาเที่ยวเขา คึมจองซัน ที่เคยไปคราวที่แล้ว
    แต่คราวนี้เราไม่เดินขึ้นเหมือนคราวก่อนอีกแล้วเพราะเหนื่อยรากเลือดมาก
    คราวนี้ เราไปแบบไฮโซกว่าด้วยการขึ้นกระเช้าไฟฟ้า
    แล้วต่อด้วย เดินบนเขาประมาณ 10 กิโล (ไต่ไปตามเส้นสีแดง)
    แล้วค่อยเดินลงไปสิ้นสุดที่วัดพอมมอซา (Beomeosa) เกลียดจริงจี๊งงงวิธีสะกดชื่อ
    ในภาษาเกาหลีด้วยภาษาอังกฤษที่รัฐบาลกำหนด ตีลังกาอ่านแล้วก็ยังอ่านไม่ออก

    X_DSC01403 

    กระเช้าพาเราสามหน่อคนไทย ขึ้นมายังเขาที่อยู่ใจกลางเมืองปูซาน เมืองนี้มีแต่เขาจริงๆ
    มองไปทางไหนก็มีแต่ภูเขา จากรูปเราจะเห็นทะเลอยู่ลิบๆด้านขวา
    ค่าขึ้นกระเช้า 90 บาทจ้า

    X_DSC01377

    นี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินมหาโหดโลกตะลึงเท่านั้น จากนี้เราจะเดินเลียบป้อมปราการ
    และกำแพงบนเขาไปจนสิ้นสุดที่ทิวเขาอีกด้าน นรกและสวรรค์จะอุบัติขึ้นพร้อมกันที่นี่…

    X_DSC01409  

    แถ่น แท๊นนน… เผยโฉมแล้ว แต่รูปแรกเป็นด้านหลังก่อนนะ สังเกตทรวดทรงองค์เอว
    ว่าเล็กลงไปอย่างเห็นได้ชัด ท้องแขม่วกันได้ แต่เอวหลอกกันไม่ได้จ๊ะ

    X_DSC01396

    ด้านหน้าบ้าง บนเขามีป้อมหลายป้อม ทางเดินก็ยากบ้างง่ายบ้าง
    ส่วนนี้คือส่วนที่เดินง่ายที่สุด แดดร้อนโครตๆๆๆๆ วันนี้อุณหภูมิขึ้นถึง 32 องศา
    ทำไมปีนี้เกาหลีร้อนขนาดนี้ กรี๊ดดดด…..

    X_DSC01423

    บริเวณนี้เดินยากสุด ทุลักทุเลมาก วิวรอบตัวสวยราวกับสวรรค์ แต่เหนื่อยราวกับตกนรก
    ฤดูร้อนป่าเขียวขจีดีมากๆ ราวกับหลุดมาอีกโลกนึงเลย

    X_DSC01440

    เผยโฉมผู้ร่วมเดินทาง นี่เราขึ้นมาทำอะไรข้างบนนี้เนี่ยะ กรี๊ดดดดด……
    เราเดินตั้งแต่บ่ายโมงครึ่ง ห้าโมงเย็นกว่าๆก็เดินลงมาถึงวัด… โอย อยากตาย….

    X_DSC01456 

    มีหมาเกาหลีออกมาต้อนรับด้วย หมาเกาหลีขึ้นชื่อเรื่องความกล้าหาญ
    ทรวดทรงก็ดี ขนก็แน่น น่าตีหัวแล้วจับมาเลี้ยงมากๆ
    สำหรับวัดจะไม่พูดถึงโดยละเอียดนะ เพราะเคยพาท่านๆมาแล้วในตอนก่อน

    X_DSC01472

    เผยโฉมอีกครั้งกับสะพานหน้าวัด ยังเหลือคางที่ต้องลดให้ได้อีก สู้เค้า ทาเคชิ…..

    X_DSC01480

    เราแวะกินอาหารค่ำที่ร้านสปาเก็ตตี้สุดอร่อย ร้านนี้แถมโค้กฟรีด้วย
    กุ๊กได้รับประกาศนียบัตรจากสถาบัน เลอ กอดอง เบลอ
    สถาบันสอนทำอาหารระดับโลกจากฝรั่งเศส จึงเชื่อได้ว่าอร่อยจริงอร่อยจัง
    ราคาไม่แพงด้วย ตกจานละร้อยหกสิบบาท ซู๊ด.. อยากกินทุกวันเลย…

    ตอนนี้ยังปิดเทอมอยู่ จีรศักดิ์ว่าจะไปเที่ยวละลายเงินวอนที่หอบมาเป็นฟ่อนที่เมืองอื่น
    โปรดติดตามนะจ๊ะว่าจีรศักดิ์จะไปไหน..

     

     

    8/9/2009

    กลับเมืองไทยอีกแล้ว…


    ปิดเทอมแล้ว แต่จะไปเที่ยวแรดที่ไหนไกลๆก็ไม่ได้ เพราะอีกไม่กี่วันก็ต้องเตรียมตัว
    กลับเมืองไทย วันๆจึงได้แต่นั่งแช่เล่นเน็ตสปีดมหัศจรรย์ความเร็วแสง
    หรือไม่ก็ออกไปนั่งกินเหล้ากับเพื่อนๆชาวจีน
    (เอ๊ นี่ชั้นมาทำแป๊ะอะไรที่เกาหลีล่ะนี่ อยู่เกาหลีทำไมเพื่อนสนิทๆมีแต่คนจีนวะ)
    จริงๆก็คุยกันด้วยภาษาเกาหลีนี่แหละ
    งูๆปลาๆแบ๊ะๆกันไปเรื่อยๆ เท่าที่คุยกับคนจีน เกือบร้อยทั้งร้อย
    ไม่ค่อยชอบคนเกาหลี และไม่อยากอยู่เกาหลีเท่าไหร่
    คนจีนมักบอกว่า ก่อนมาเกาหลี ดูในทีวีที่เมืองจีนก็นึกว่าประเทศนี้สวยมากๆ
    ผู้คนก็แสนจะหน้าตาดี แต่พอมาจริงๆแล้ว… อืม
    แต่จีรศักดิ์เฉยๆนะ ประเทศเกาหลีก็มีอะไรให้ค้นหามากมาย
    เรื่องผู้คน อาจเป็นเพราะคนจีนไม่ว่าจะไปอยู่มุมไหนของโลก ก็ไม่ค่อยมีใครชอบ..
    ส่วนคนเกาหลีเองก็มีเยอะแยะที่คิดว่าประเทศตัวเองและคนของตัวเองวิเศษวิโส
    อีกทั้งมารยาทของคนเกาหลีทั่วไป ถ้าเทียบตามมาตรฐานของไทยถือว่าสอบตก
    คนเกาหลีมักปฏิบัติกับคนต่างชาติแบบสั่วๆ
    โดยเฉพาะกับคนต่างชาติที่หัวไม่ใช่สีทองอย่างเราๆท่านๆ
    จีรศักดิ์คิดว่าอย่างนั้น…..

      22072009_002e

    หน้าร้อนแบบนี้ ไม่มีอะไรน่าพิสมัยไปกว่าการกินไก่กอดเกาหลีแกล้มเหล้าอีกแล้ว
    อากาศปีนี้ร้อนสะบัดช่อจริงๆ เมื่อเหล้าและไก่หมดจึงต้องถอนพิษร้อนด้วยแตงโม
    ซึ่งเป็นผลไม้ยอดฮิตประจำหน้าร้อน แม้กระนั้นก็ยังต้องถอดเสื้อกัน
    (จีรศักดิ์ไม่ถอดนะจ๊ะเพราะอายความขาวอมชมพูแบบเกาหลี
    เอ แต่ว่าไปแล้ว พวกมันขาวน่าเจี๊ยะกว่าจีรศักดิ์อีก) 
    จริงๆ เรื่องสุระเมรัยนี้ จีรศักดิ์ปณิธานกับตัวเองว่า
    จะไม่กินเหล้าจนเมาแอ๋อีกแล้ว เพราะเมื่อเดือนก่อนไปกินเลี้ยงกันที่ร้านเนื้อย่าง
    จีรศักดิ์เผลอดื่มมากไปหน่อย เมาจนต้องโดนเพื่อนๆหามกลับบ้าน
    รุ่งเช้าจึงได้คลานออกมาจับแท็กซี่กลับหอ เสื้อและรองเท้าก็ต้องยืมเค้าใส่เพราะเปื้อนอ้วก
    สมเพชตัวเองจริงๆ นึกภาพจีรศักดิ์หัวยุ่งๆ น้ำท่าไม่ได้อาบ หน้าตามู่ทู่เพราะพิษเหล้า
    ใส่เสื้อโกโรโกโส รองเท้าแตะอันเท่าใบลาน ถือถุงพลาสติกเก่าๆ โบกแท็กซี่ตอนเช้า
    มีรถจอดรับถือเป็นบุญจริงๆ

    X_DSC01329 

    เผลอๆก็ถึงนาทีที่ได้กลับบ้านแล้ว เครื่องบินเลี้ยวตีโค้งบ่ายหน้าสู่เมืองไทย
    ละทิ้งเกาหลี The Land of Morning Calm ไว้เบื้องหลัง
    (สจ๊วดตุ๊ดซี่ และ แอร์แก่คราวป้า เช่นเคย ตามมาตรฐานการบินไทย)
    สำหรับจีรศักดิ์แล้วรู้สึกว่าการเดินทางไปกลับเกาหลีและเมืองไทย
    เหมือนกับนั่งเครื่องบินไปต่างจังหวัดยังไงอย่างงั๊น
    เพราะเดินทางไปกลับหลายหนจนชาชิน
    (อีกเที่ยวเดียวได้บัตรเงินการบินไทยแล้วโว้ย สู้ต่อไปทาเคชิ)
    รถราขั้นตอนต่างๆก็สะดวกสบาย  ยิ่งขาออกจากเมืองไทยยิ่งสะดวก
    เพราะตรงด่านตรวจสามารถเข้าช่องราชการและนักการทูตได้เลย
    ไม่ต้องไปออกันราวกับหมูส่งโรงเชือดอย่างสามัญชน ฮ่าๆ
    ยังถูกเพื่อนเหน็บแนมว่าไอ้พวกเอลีต แหม ถือพาสปอร์ตข้าราชการดีแบบนี้นี่เอง   
    เกาหลีที่รัก..อีกสามอาทิตย์เจอกันใหม่นะจ๊ะ 

    X_DSC01334

    ไปเดินเล่นที่มาบุญครองเลยได้เรื่อง คิดว่ากลับมาเมืองไทยคราวนี้จะไม่ต้องพามือถือใหม่
    กลับไปเกาหลีแล้ว แต่… NOKIA E63 ที่เพิ่งเปิดตัวร้อนๆ ด้วยราคาแสนมหัศจรรย์
    ทำให้จีรศักดิ์อดใจไว้ไม่ได้ต้องคว้ามาเชยชม ให้ทายซิว่าเท่าไหร่ อิอิ
    7950 บาทเองจ้า ซื้อจากร้านขายส่งก็เลยได้ราคาถูกกว่าตามศูนย์กว่าพันบาท
    กลับมาก็งานเข้านั่งบ้าลงโปรแกรมใหม่อยู่หลายวัน
    ช่างเป็นปิดเทอมที่แสนจะมีอะไรทำและมีรสชาติอย่างถึงที่สุด
    มือถือหน้าตาแบบนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อนใครๆก็คงว่ามันเทอะทะ แต่ ณ พศ.นี้
    มันอินเทรนด์มากๆเลยจ้า เพราะทรวดทรงมันไปคล้ายกับ Blackberry ที่โอบาม่าใช้
    อย่าหาว่าจีรศักดิ์ชอบเลียนแบบชาวบ้านนะจ๊ะ มือถือทรงแบบนี้จีรศักดิ์ใช้มานานหลายปีแล้ว ถ้ายังจำกันใช้ เมื่อสามปีก่อนก็ซื้อ NOKIA E61i หน้าตาแบบเดียวกันนี้แหละ  
    เอางี๊ก็ได้ ขอตั้งชื่อมือถืออันใหม่ว่าน้อง Blueberry ก็แล้วกัน อิอิ
    ที่ชอบมือถือทรงแบบนี้ เพราะจีรศักดิ์มีโปรแกรมพจนานุกรมของแทบทุกสำนัก
    ลงมันไปสิบกว่าเล่มแล้วใช้บ่อยมากๆด้วย ถ้าใช้คีย์บอร์ดแบบนี้มันจะพิมพ์คำศัพท์ได้ไวจ๊ะ

    กลับเมืองไทยมาได้สักพัก รู้สึกว่าช่วงนี้เมืองไทยตอนนี้ อะไรๆก็เกาหลี
    โดยเฉพาะตามสื่อต่างๆ เช่น..

    - ใช้แล้วผิวสวยใสแบบเกาหลี…
    - มิสตีน..แป้งพัฟใหม่จากเกาหลี…
    - ลุ้นฟรีทัวร์เกาหลี…
    - ลุ้นโอกาสเป็นศิลปิน JYP ของเกาหลี…
    - กินให้สวยแบบสาวเกาหลี…

    มันจะอะไรกันนักกันหนา สาวเกาหลีหน้าตาซิ๊มโบ๊ะออกจะเยอะแยะ
    (แต่ไอ้ที่หน้าตาดีที่มัน อูวววว)
    มีอย่างเดียวที่จีรศักดิ์หอบหิ้วมาจากเกาหลีแล้วถูกประณาม
    นั่นคือกระเป๋าถือใบใหม่หนานุ่มน่าใช้ใครเห็นก็อยากได้จากเกาหลี
    ที่เพิ่งซื้อมาด้วยราคาถูกเว่อร์ หลายคนบอกว่านี่มันกระเป๋าผู้หญิงนี่นา
    (ทั้งๆที่เกาหลีและญี่ปุ่นผู้ชายเค้าก็ถือกระเป๋าแบบนี้กันเกร่อ)
    ช่างไม่เข้าใจแฟชั่นเกาหลีกันบ้างเล้ย นึกโมโหว่าจะประชด
    ด้วยการถือไปเดินตูดบิดหน้าสยามสแควร์ให้มันรู้แล้วรู้รอด.. แว๊กกกกกกกก

    ปล. รำคาญภาษาโฆษณาสมัยนี้มาก จีรศักดิ์ได้เป็นนายกจะจับไอ้คนคิดไปขังคุกให้หมด
    โทษฐานที่เอาเปรียบหลอกลวงผู้บริโภค ยกตัวอย่างเช่น

    - ขอแสดงความยินดี.. คุณมีสิทธิ์ลุ้นรับไอโฟนฟรี กด*550 
    (โฆษณานรกจากทรูมูฟ)
    ตกลงกรูจะได้ฟรีหรือเป็นการจับรางวัลหว่า"..ไอ้CPเจ๊กหัวเซ็งลี้

    - ซื้อหนึ่ง..รับไปเลยอีกหนึ่ง
    (นึกว่าจะได้ของแบบเดียวกัน แต่ในความเป็นจริง ประมาณว่าซื้อโทรทัศน์
    แถมเครื่องกรอม้วนวีดีโอ อะไรประมาณนั้น)
    ตกลงซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง มันแปลว่าอะไรกันแน่วะ พระเจ้า!! ….
    โฆษณาประมาณนี้มันระบาดหนักไม่แพ้หวัด2009จริงๆ