หายไปนาน รีบมาอัพบลอกก่อนที่จะเน่าและห่อเหี่ยวเหมือนหัวใจดวงน้อยๆของจีรศักดิ์..
จริงๆระหว่างนี้มันก็มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย แต่เห็นว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ
จนไม่น่าเอามาเขียนเท่านั้นเอง แหะ แหะ...
อยู่เกาหลีมาได้ครึ่งปี มีข้อสังเกตมากมายเกี่ยวกับชาวกิมจิขนาดเขียนเป็บทความได้เลย
สิ่งที่เด่นๆของคนเกาหลีเห็นจะเป็นความตลกโปกฮาและรักสิ่งบันเทิงทุกชนิด
และการแสดงออกทางอารมณ์รุนแรง สังเกตได้จากรายการทีวีเกาหลี หาสาระอะไรไม่ได้เลย
นอกจากรายการบันเทิงและรายการตลก แถมท้ายด้วยละครสาวเกาหลีตบกันเลือดสาด
(เฮ้ย ของไทยก็เหมือนกันเลยนี่หว่า)
คนเกาหลีชอบร้องเพลงและชอบตลกโปกฮา แหกปากร้องกันได้ทุกที่ไม่ค่อยอายกัน
ประมาณกูอยากร้องก็ร้อง กูอยากเต้นก็เต้น ผู้ชายเกาหลีหลายคน เห็นแมนๆแต่
เต้นเพลงของ WonderGirls ได้จนจบเพลง (ขอบอกว่ามันยากมาก
และต้องอาศัยวิญญาณตุ๊ดอย่างสูง ไม่งั๊นทำไม่ได้แน่นอน)

เมื่อวันก่อนไปดูละครเวทีของภาควิชาภาษาญี่ปุ่น เห็นโปสเตอร์แล้วอยากดูมาก
ก็เลยชักชวนเพื่อนๆกันไปดู เป็นละครเรื่อง "เจ้าหญิงคะงูยะฮิเมะ" (เคยได้ยินกันไหม)
ซึ่งเป็นนิทานญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งประมาณว่ามีเด็กหญิงที่ถูกส่งมาจากดวงจันทร์
ตายายไปพบในกระบอกไม้ไผ่และเลี้ยงดูจนโต
ความงามของเจ้าหล่อนเป็นที่เลื่องลือจนมีชายมากมายมาสู่ขอและยื้อแย่ง
แม้แต่เจ้าเมืองก็มาจีบให้ไปเป็นสนม แต่ท้ายที่สุดก็ต้องกลับดวงจันทร์ไปด้วยรถม้าที่มารับ
พยายามจะต่อสู้กับขบวนรถม้าเพื่อปกป้องไม่ให้เจ้าหญิงกลับดวงจันทร์ก็ไม่สำเร็จ
ก่อนจะเข้าหอประชุมที่เค้าจัดแสดง แอบเห็นคอสตูมของตัวแสดงแล้วอยากจะกลับบ้านจริงๆ
ดูไม่ลงทุนและไม่ค่อยเข้าท่าประมาณการแสดงของนักเรียนอนุบาล แต่... ดูไปเรื่อยๆ
กร๊ากกกกกก ทำไมมันตลกโปกฮาท้องคัดท้องแข็งแบบนี้ ในภาพเป็นพวกชายหนุ่ม
ที่มายื้อแย่งตัวเจ้าหญิงพยายามอวดศักดาความสามารถต่างๆนานา
ตลกมืออาชีพของไทยยังทำไม่ได้ฮาเท่านี้เลย แถมเต้นกันเก่งอย่างกับนักเต้นอาชีพ
เนื้อเรื่องนิทานญี่ปุ่นโดนจับดัดแปลงใหม่จนเสียหาย
แต่ก็ตลกเพลิดเพลินได้ทุกฉาก (เออลืมบอกไปว่าละครใช้ภาษาญี่ปุ่น
มีอาจารย์มานั่งให้คะแนนด้วย) อา.. หนูๆเลิกเรียนแล้วไปตั้งคณะตลกเถอะ คุณแม่ขอร้อง...
ในภาพแสดงเรื่องต้นฉบับดั้งเดิมก่อนที่จะถูกนักศึกษาลิงเกาหลีป่นปี้จนเสียหาย
จะเห็นชายหนุ่มที่มายื้อแย่งเจ้าหญิง ช่างต่างจากภาพก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง..
มาเข้าเรื่องของจีรศักดิ์ดีกว่า ตอนนี้เปิดเทอมใหม่แล้ว ต้องย้ายห้องอีกรอบ
ห้องใหม่วิวไม่สวยเพราะติดชิดเขา ตื่นเช้ามาก็สวัสดีกับหมู่ต้นสนเป็นพรืด แถมแดดก็ไม่ส่อง
พอเข้าใกล้ฤดูหนาวสงสัยจะแย่แน่ๆ ว่าจะย้ายไปอยู่อพาร์ตเมนต์ข้างนอกแล้ว
(มหาลัยจะจ่ายค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ให้ด้วย ดีโว้ย!!!) แต่ข้อเสียคือ ถ้าอยู่ข้างนอก
ต้องหาข้าวกินเองดั่งนกกา แต่ถ้าอยู่ในหอจะมีคนทำให้เพราะค่าหอรวมค่าอาหารแล้ว
แค่เดินตัวปลิวลงไปกินเมื่อถึงเวลาข้าวลงราง อู๊ด อู๊ด แต่อาหารในหอเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยอร่อย
พวกเรารวมตัวกันเรียกอาหารที่หอว่า "เคบัพคัทถาโย่" (ต้องพูดแบบแร๊พเวอร์ชั่นด้วย)
แปลว่า "อย่างกะข้าวเลี้ยงหมา" บางทีวิ่งลงไปกิน พอเห็นอาหารแทบหมดแรงตรงนั้นเลย
เกือบทำถาดเปล่าหล่นมือ.. กรี๊ดดด.....